ให้กัญชาถูกกฎหมาย และ อนุญาตให้ใช้เป็นยารักษาโรค

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 5,000 คน!


มะเร็ง สาเหตุการตาย อันดับ 1 ของคนไทย
คนไทยไม่ต้องตายด้วยมะเร็งอีกต่อไป
ด้วย นโยบาย ให้กัญชาถูกกฎหมาย และ อนุญาตให้ใช้เป็นยารักษาโรค

น้องสาวของผมป่วยเป็นมะเร็งมดลูก ส่วนพ่อตาก็เป็นมะเร็งผิวหนังขั้นร้ายแรง ซึ่งผมเคยเป็นผู้เสพกัญชามาก่อน ก็พอจะรู้ข้อมูลอยู่บ้างว่า กันว่าใช้เป็นยารักษาโรคได้ โดยเฉพาะมะเร็ง และเมื่อมีผลวิจัยจากสถาบันมะเร็งนานาชาติออกมา วันที่ 13  ตุลาคม  2556 (2013)  กัญชาสามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง ได้ ซึ่งสถาบันนานาชาติ ร่วมกับ วิทยาลัย St. George  (รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอมเริกา) และ King’s College (ลอนดอน ประเทศอังกฤษ) การที่สถานบันมะเร็งนานาชาติประกาศมาแบบนี้ ทำให้ผมก็มั่นใจยิ่งขึ้น ตอนแรกผมศึกษาวิธีทำมาจากยูทูป แล้วหลังจากนั้นก็รู้จักคุณหมอจีน่า จากโคโรลาโด้ (สหรัฐอเมริกา) คุณหมอก็ได้แนะนำวิธีการสกัดอย่างถูกวิธี โดยทำเป็นระบบปิดเพื่อให้คุณภาพดีขึ้น และก็ศึกษาและพัฒนาตัวยามาตลอด 5 ปี  จนพบว่า การสกัดดอกกัญชาออกมาในรูปแบบของน้ำมัน ใช้ได้ผลดีที่สุด สำหรับการรักษาโรค

กัญชา นอกจากจะรักษามะเร็งได้แล้ว ค้นพบว่า ยังสามารถรักษาโรคอื่นๆได้อีก ถึง 633 โรค!!! ผมยังมองไม่เห็นว่าจะมีโรคไหนที่กัญชาจะรักษาไม่ได้ ตอนนี้ถือว่าเราเจอกุญแจสำคัญที่จะสามารถไขประตูบ้านเข้าไปได้ แต่ว่า...พวกคุณกลับไม่ใช้  กุญแจ กลับไปใช้สว่าน เจาะเข้าไป  โดยสารในกัญชาจะมีอยู่หลายตัว TCB ,CBN,CBD,CBG และ CBC  ซึ่งจะอยู่ตามส่วนต่างๆของกัญชาแต่กต่างกันไป เช่น TCB มีมากในดอก CBD อยู่ในส่วนของก้านใบ และ ในลำต้นจะมีสาร  CBG กับ  CBC  ซึ่งสารเหล่านี้มีผลต่อระบบร่างกายเรา ซึ่งในร่างกายเรามะมีระบบที่เป็นตัวรับยา แต่สำหรับคนที่ทำคีโม หรือ ฉายรังสี เพื่อฆ่ามะเร็งอยู่ ตัวรับยาในร่างกายจะถูกทำลายไปด้วย จะทำให้ใช้ได้ผลไม่ดี จึงไม่ควรทำคีโม คู่กับการใช้กัญชา โดยผมสังเกตจากผู้ป่วยด้วยตัวเอง จึงสรุปออกมาได้ว่ามันไม่ได้ผล

วิธีการรักษาโดยการนำกัญชาเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธีไม่จะโดยการสูบ ดื่มเป็นชา หรือ กิน สวนเข้าทางทวารจะดีที่สุด รักษาตับได้โดยตรง  ส่วนการกินการรักษาจะช้าหน่อย เพราะสารกัญชาจะถูกย่อย ซึ่งกินแล้วอาจมีอาการคล้ายเมาเหล้า เพราะสารจะเข้าสู่ระบบประสาท ทีนี้ลองกลับมาดูในทางศาสนา ไม่ข้อห้ามในศาสนาข้อใด ที่บอกกัญชา เป็นสิ่งต้องห้าม แต่ว่า “สุรา” ที่ผิดข้อห้ามทาง กลับนำมาดื่มกันอย่างถูกต้อง เสียภาษีอีกด้วย ซึ่งคนที่เมาเหล่าไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมเลย แถมยังขับรถซิ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และ เป็นต้นเหตุของการก่อความรุนแรงในครอบครัว ทะเลาะวิวาท ซึ่งกัญชาเอง ก็มีงานวิจัย ออกมาว่า สามารถนำมาใช้บำบัด ยาเสพติดได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยาเสพติด เช่น มอร์ฟิน ก็คือ ฝิ่น ซึ่งถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ เพื่อระงับความเจ็บปวด ความจริงแล้ว กัญชาใช้ได้ดีกว่า นะครับ 1cc เพียงหยดเดียวระงับความเจ็บปวดได้ดี

ในเชิงเศรษฐกิจของประเทศ กัญชาสามารถประหยัดงบประมาณของประเทศหลายแสนล้าน และ สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาลนับไม่ถ้วน ด้วยนโยบาย....

ถอดกัญชาออกจากยาเสพติด และ อนุญาตให้ใช้เป็นยารักษาโรค  

มูลค่าการนำเข้าของยาแผนปัจจุบัน จากข้อมูล ปี 2555 คือ ประมาณ 111,113  ล้านบาท ที่ประเทศเราต้องเสียไปแต่ละปี ซึ่งแน่นอนปัจจุบันยอดนี้ต้องสูงกว่านี้มาก เพราะเมื่อดูสถิตย้อนหลังไปอีกจะพบว่า มีการนำเข้ายาเพิ่มขึ้นทุกปี

ตัวอย่างค่ายารักษามะเร็ง

- มะเร็งเต้านม ราคาต่อหน่วย 98,340 บาท ทั้งคอร์สราคา 1,180,080 บาท

- มะเร็งปอด ราคาเม็ดละ 3,086 บาท  ทั้งคอร์สราคา 1,126,390 บาท

ซึ่งสังเกตได้ว่า แต่โรคต้องใช้เงินล้านในการรักษาทั้งนั้น ดังนั้น ถ้ารัฐบาล ถอดกัญชาออกจากยาเสพติด และ อนุญาตให้ใช้เป็นยารักษาโรค เราก็ไม่ต้องเสียเงินนับแสนล้านให้กับริษัทยาข้ามชาติอีกต่อไป นอกจากไม่ต้องเสียงบประมาณแล้ว ยังสามารถเป็นผู้นำในการส่งออกยา เพราะสายพันธุ์กัญชาของไทย เป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก  ซึ่งในไทยมีถึงประมาณ 300 สายพันธุ์ จากกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลก 

สถานการณ์การใช้กัญชาเพื่อเป็นยารักษาโรค นอกจากอเมริกา 33 รัฐ แล้ว ยุโรปก็เริ่มใช้กันแล้ว ไปครึ่งโลกแล้วนะครับ แล้วเราจะรออะไร? รอทำไม? ถ้ามัวแต่รองานวิจัย ทั้งๆที่ต่างประเทศเขาก็มีกันอยู่แล้วเราต้องรอไปถึง 12 ปี  เพราะขั้นตอนการวิจัยแต่เริ่มต้น เฟสแรกทดลองในสัตว์ ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปีครึ่งแล้ว ต่อมาเฟสสองต้องมาทดลองกับคนอีก 1 ปี  และในเฟสสามต้อง test กับคนจำนวนมากขึ้น 100 - 200 คนก็ต้องใช้เวลาอีก 3 ปี หลังจากนั้นต้องประชุมจาก FDA อีก2 ปีครึ่ง รวมเวลาวิจัยถึง 12 ปี คำถามคือ? ระหว่างรอการวิจัยคนจะเป็นมะเร็งตายไปอีกเท่าไร ? คนไทยตายด้วยมะเร็งวันละ 200 คน หนึ่งปีก็ตายไปเกือบ แสนคน คิดดูว่าถ้า 12 ปี คนตายเป็นล้าน !!!  เราจะรองานวิจัยอีกเหรอ??? ในเมื่อต่างประเทศเขาก็มีการวิจัยแล้ว

ราคากัญชาในต่างประเทศ 1 กิโลกรัม ส่งออกขายได้ถึง 4 แสน-5 แสนบาท และยิ่งถ้าสกัดเป็นยา1ลิตร ขายส่งออกได้เป็น 4-5ล้านบาท  แถมคุณยังสามารถเพิ่มรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตเกษตรกร ได้อีกเท่าไร

ในเมื่อเรามี วัตถุดิบที่ดีที่สุดในโลก บุคคลกรที่เก่ง มีแหล่งผลิตโดยเกษตรกรที่มีความรู้ความสามารถ จะทิ้งโอกาสนี้ไปทำไมครับ  ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ผมจึงขอยืนยันนโยบาย 

ถอดกัญชาออกจากยาเสพติด และ อนุญาตให้ใช้เป็นยารักษาโรค

 



กัญชา กำลังรอให้คุณช่วย

กัญชา เป็นยารักษา อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«ให้กัญชาถูกกฎหมาย และ อนุญาตให้ใช้เป็นยารักษาโรค» คุณสามารถร่วมกับ กัญชา และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 4,338 คน ได้แล้วตอนนี้เลย