หยุดยื้อการตาย ในผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่สมัครใจ

หยุดยื้อการตาย ในผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่สมัครใจ

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 5,000 คน!
หากถึง5,000รายชื่อประเด็นอาจถูกพูดถึงในวงกว้าง และสื่อสนใจนำเสนอข่าว

รศ.พญ.ศรีเวียง ไพโรจน์กุล ได้สร้างแคมเปญรณรงค์นี้ร้องเรียน โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ

                       หยุดยื้อการตายในผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่สมัครใจ

โดยให้ โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ จัดให้มีระบบการทำหนังสือแสดงเจตนาการปฏิเสธรับการรักษา เพื่อยืดการตายในผู้ป่วยระยะสุดท้าย หรือ พินัยกรรมชีวิต

            สถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือ โรคหลอดเลือดในสมอง มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกขึ้นปี   ซึ่งเป็นโรคที่จัดการลำบากและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ประกอบกับเทคโนโลยีการรักษาที่ไปไกล ทำให้ทั้งแพทย์และประชาชนมองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องช่วยชีวิตคนไปให้ตาย ด้วยความเข้าใจว่าเทคโนโลยีจะสามารถยืดชีวิตได้ ฉะนั้นสถานการณ์ที่ โรงพยาบาลต่างๆเจอปัญหาคือ มีผู้ป่วยในระยะสุดท้าย หรือ ใกล้ตาย เพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนเองก็เรียกร้องการใช้เทคโนโลยียื้อการตายออกไปได้เรื่อยๆ รวมทั้งแพทย์เองก็ไม่มีความตระหนักในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เราจึงเห็นว่า ผู้ป่ายระยะสุดท้าย ที่ไม่สามารถทำให้หายได้แล้วนั้น จะได้รับการรักษาที่รุนแรง รุกราน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อเขา แต่กลับทำให้เขาทุกข์ทรมาน และเป็นการยืดการตาย

            ดังนั้น คนที่รู้ตัวว่าตัวเองเป้นโรคที่รักษาไม่ได้ก็ควรจะรู้ตัวเอง และวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าเขาเองต้องการให้หมอดูแลเขาอย่างไร ซึ่งตรงนี้ ประเทศไทยเรามีกฎหมาย  พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 12 ที่ระบุว่า บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติความทรมานจากการเจ็บป่วยได้ แต่กฎหมายที่มีมา 11 ปีแล้ว แต่ประประชาชนทั่วไปยังไม่ค่อยรู้จัก รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์เอง ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้  ส่งผลให้ไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจหลักการในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายอย่างแท้จริง ทำให้เมื่อผู้ป่วยเจ็บปวดทรมานก็ได้แต่ขอร้องแพทย์ให้ทำอะไรสักอย่างเพื่อบรรเทาอาการเหล่านั้น ซึ่งแพทย์ก็ต้องทำตามหน้าที่  เช่น การใส่เครื่องพยุงชีพ ซึ่งสิ่งที่ทำไม่ได้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วย  แถมยังเป็นการรุกรานร่างกาย  ซ้ำยังสร้างความทุกข์ทรมานยิ่งขึ้นด้วย  

            โดยเฉพาะในประเทศไทยการใส่เครื่องพยุงชีพแพทย์ส่วนใหญ่ ใส่แล้วไม่อยากจะถอด และจะใส่ให้ผู้ป่วยจนกว่าจะเสียชีวิตไปเอง เพราะแพทย์เองก็มีความกังวลว่าจะถูกฟ้องร้อง มีปัญหากับญาติผู้ป่วย เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยก็จะถูกหปล่อยให้อยู่ในสภาวะอย่างนั้น จนกว่าจะเสียชีวิตไปเอง ซึ่งมันเป็นความทุกข์ทรมาน

            ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงอยากมาเสนอนโยบาย เรียกร้องกับกระทรวงสาธารณสุข หยุดยื้อการตายในผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่สมัครใจ โดยการบังคับให้ โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ จัดให้มีระบบการทำหนังสือแสดงเจตนาการปฏิเสธรับการรักษาเพื่อยืดการตายในผู้ป่วยระยะสุดท้ายหรือ พินัยกรรมชีวิต  ตัวอย่างที่จัดทำระบบนี้แล้ว คือ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ที่มีการจัดระบบนี้ให้ครอบคลุมตั้งแต่ ระบบการจัดเก็บข้อมูลของผู้ป่วย, สร้างความเข้าใจ ให้ความรู้กับทีมสุขภาพ และ รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการทำพินัยกรรมการตาย นี้ด้วย

            การเสนอนโยบายนี้ก็เพื่อลดความทุกข์ทรมาน ทั้งทางกายและทางใจของผู้ป่วยระยะสุดท้าย และยังลดการพิพาท และฟ้องร้อง ระหว่าง ทีมสุขภาพ และญาติของป่วย ในเรื่องของการตัดสินใจเกี่ยวกับการตายของผู้ป่วยได้อีกด้วยค่ะ และดิฉันมีเรื่องราวของผู้ป่วยระยะสุดท้าย 3 ท่าน อยากให้ทุกคนได้ชมกันว่า พวกเขามีความสุขแค่ไหน เมื่อได้เตรียมพร้อมกับวาระสุดท้ายของชีวิต ไปชมกันค่ะ 

            ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นโยบาย  หยุดยื้อการตายในผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่สมัครใจ โดยการบังคับให้ โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ จัดให้มีระบบการทำหนังสือแสดงเจตนาการปฏิเสธรับการรักษาเพื่อยืดการตายในผู้ป่วยระยะสุดท้ายหรือ พินัยกรรมชีวิต  จะเป็นจริงได้ในที่สุด

         

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 5,000 คน!
หากถึง5,000รายชื่อประเด็นอาจถูกพูดถึงในวงกว้าง และสื่อสนใจนำเสนอข่าว