แก้ไข พรบ.จราจรทางบก ปี 2522

แก้ไข พรบ.จราจรทางบก ปี 2522

ประเด็นรณรงค์

พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้รถจักรยานยนต์ ต้องเดินรถในช่องทางด้านซ้ายเท่านั้น (ยกเว้นบางกรณี)
ซึ่งไม่สอดคล้องกับสมรรถนะของรถจักรยานยนต์, สภาพการจราจร และวิถีการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เสียสุขภาพ
รวมถึงเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตรับสินบนได้
เนื่องจากเจ้าหน้าที่มักจะอ้างถึงข้อบังคับดังกล่าว โดยไม่สนใจข้อยกเว้นเรื่องสิ่งกีดขวางในช่องทาง และการแซง
ซึ่งตาม พรบ. ดังกล่าว ผู้ใช้จักรยานยนต์สามารถทำการเปลี่ยนช่องทางในเงื่อนไขนั้น ๆ ได้

สิ่งที่ต้องการแก้ไข
1. แก้ไขเพื่อให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้ช่องทางเดินรถอื่นนอกเหนือจากช่องทางด้านซ้ายสุดได้
โดยยกเว้นการใช้งานทางพิเศษที่มีการเก็บค่าธรรมเนียม และช่องทางหลักที่มีทางคู่ขนาน

เนื่องจากช่องทางด้านซ้ายสุดมักจะมีอุปสรรค และสิ่งกีดขวางอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องเปลี่ยนช่องทางเดินรถเพื่อหลบหลีก หรือแซงอยู่ตลอด
ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น อีกทั้งเมื่อมีถูกเรียกจากด่านกวดขันวินัยจราจร
เจ้าหน้าที่มักไม่รับฟังเหตุผลในข้อยกเว้นเรื่องสิ่งกีดขวาง และการแซงดังกล่าว และทำการออกใบสั่งในข้อหาขับขี่ไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย
รวมถึงยังเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่บางนายเกี่ยวข้องกับการทุจริตรับสินบนอีกด้วย

2. แก้ไขเพื่อให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้สะพานข้ามแยก และอุโมงค์ลอดแยกได้

เนื่องจากรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก สามารถทำความเร็วให้สอดคล้องสภาพการจราจรได้
จึงไม่เป็นการกีดขวางการจราจรทั้งขณะขึ้น-ลง หรือระหว่างอยู่บนสะพานข้ามแยก และในอุโมงค์ลอดแยก
อีกทั้งทางร่วมทางแยกบางแห่ง มีการเปลี่ยนวิธีการเดินรถไม่ให้เดินรถตรงข้ามแยกไปได้
ทำให้รถจักรยานยนต์ต้องอ้อมไปเส้นทางอื่นก่อน แล้วกลับมาที่แยกอีกครั้ง เพื่อเลี้ยวไปในเส้นทางที่ต้องการ
เป็นการเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นอย่างมาก
รวมถึงสะพานข้ามแยก และอุโมงค์ลอดแยกบางแห่ง ยังมีการอนุญาตให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้งานได้
ซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นอย่างมากในการเดินทาง

และเมื่อกล่าวถึงเหตุผลในการห้ามรถจักรยานยนต์ใช้ช่องทางดังกล่าวข้างต้นแล้ว
หากจะกล่าวว่าเป็นการห้ามเพื่อความปลอดภัย จึงดูไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างมาก
เพราะการห้ามรถจักรยานยนต์ใช้ช่องทางดังกล่าว ยิ่งทำให้รถจักรยานยนต์ต้องใช้เวลาเดินทางมากขึ้น
ซึ่งหมายถึงต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนมากขึ้น ต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากขึ้น
เสียสุขภาพกาย และสุขภาพจิต กับการเผชิญต่อสภาพการจราจร และมลพิษบนท้องถนนมากขึ้น
สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และค่าบำรุงรักษารถจักรยานยนต์มากขึ้น

avatar of the starter
วีรชัย อดุลเจริญทองผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 5,780 คน

ประเด็นรณรงค์

พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้รถจักรยานยนต์ ต้องเดินรถในช่องทางด้านซ้ายเท่านั้น (ยกเว้นบางกรณี)
ซึ่งไม่สอดคล้องกับสมรรถนะของรถจักรยานยนต์, สภาพการจราจร และวิถีการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เสียสุขภาพ
รวมถึงเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตรับสินบนได้
เนื่องจากเจ้าหน้าที่มักจะอ้างถึงข้อบังคับดังกล่าว โดยไม่สนใจข้อยกเว้นเรื่องสิ่งกีดขวางในช่องทาง และการแซง
ซึ่งตาม พรบ. ดังกล่าว ผู้ใช้จักรยานยนต์สามารถทำการเปลี่ยนช่องทางในเงื่อนไขนั้น ๆ ได้

สิ่งที่ต้องการแก้ไข
1. แก้ไขเพื่อให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้ช่องทางเดินรถอื่นนอกเหนือจากช่องทางด้านซ้ายสุดได้
โดยยกเว้นการใช้งานทางพิเศษที่มีการเก็บค่าธรรมเนียม และช่องทางหลักที่มีทางคู่ขนาน

เนื่องจากช่องทางด้านซ้ายสุดมักจะมีอุปสรรค และสิ่งกีดขวางอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องเปลี่ยนช่องทางเดินรถเพื่อหลบหลีก หรือแซงอยู่ตลอด
ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น อีกทั้งเมื่อมีถูกเรียกจากด่านกวดขันวินัยจราจร
เจ้าหน้าที่มักไม่รับฟังเหตุผลในข้อยกเว้นเรื่องสิ่งกีดขวาง และการแซงดังกล่าว และทำการออกใบสั่งในข้อหาขับขี่ไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย
รวมถึงยังเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่บางนายเกี่ยวข้องกับการทุจริตรับสินบนอีกด้วย

2. แก้ไขเพื่อให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้สะพานข้ามแยก และอุโมงค์ลอดแยกได้

เนื่องจากรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก สามารถทำความเร็วให้สอดคล้องสภาพการจราจรได้
จึงไม่เป็นการกีดขวางการจราจรทั้งขณะขึ้น-ลง หรือระหว่างอยู่บนสะพานข้ามแยก และในอุโมงค์ลอดแยก
อีกทั้งทางร่วมทางแยกบางแห่ง มีการเปลี่ยนวิธีการเดินรถไม่ให้เดินรถตรงข้ามแยกไปได้
ทำให้รถจักรยานยนต์ต้องอ้อมไปเส้นทางอื่นก่อน แล้วกลับมาที่แยกอีกครั้ง เพื่อเลี้ยวไปในเส้นทางที่ต้องการ
เป็นการเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นอย่างมาก
รวมถึงสะพานข้ามแยก และอุโมงค์ลอดแยกบางแห่ง ยังมีการอนุญาตให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้งานได้
ซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นอย่างมากในการเดินทาง

และเมื่อกล่าวถึงเหตุผลในการห้ามรถจักรยานยนต์ใช้ช่องทางดังกล่าวข้างต้นแล้ว
หากจะกล่าวว่าเป็นการห้ามเพื่อความปลอดภัย จึงดูไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างมาก
เพราะการห้ามรถจักรยานยนต์ใช้ช่องทางดังกล่าว ยิ่งทำให้รถจักรยานยนต์ต้องใช้เวลาเดินทางมากขึ้น
ซึ่งหมายถึงต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนมากขึ้น ต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากขึ้น
เสียสุขภาพกาย และสุขภาพจิต กับการเผชิญต่อสภาพการจราจร และมลพิษบนท้องถนนมากขึ้น
สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และค่าบำรุงรักษารถจักรยานยนต์มากขึ้น

avatar of the starter
วีรชัย อดุลเจริญทองผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ศูนย์ดำรงธรรม (ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย)
ศูนย์ดำรงธรรม (ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย)
ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย
คณะกรรมาธิการ การยุติธรรม และการตำรวจวุฒิสภา
คณะกรรมาธิการ การยุติธรรม และการตำรวจวุฒิสภา
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
กองบัญชาการตำรวจนครบาล 1-6
กองบัญชาการตำรวจนครบาล 1-6
323 ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300, Tel.02-280-5079-80
กองบัญชาการตำรวจภาค 1
กองบัญชาการตำรวจภาค 1
29/3 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900, Tel.02-537-8578-97
กองบัญชาการตำรวจทางหลวง
กองบัญชาการตำรวจทางหลวง
กองบังคับการตำรวจทางหลวง ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400, Tel.0-2354-6000

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 12 มีนาคม ค.ศ. 2015 แล้ว