ชัยชนะ

เรียกร้องให้ Samsung ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เลือกปฎิบัติ ไม่รับบุคคลข้ามเพศเข้าทำงาน

การรณรงค์สำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน7,275คน


เรื่องราวของน้องแพรี่ ผู้นิยามตัวเองว่าเป็น “สาวประเภทสอง” เธอคือบุคคลข้ามเพศ ผู้ไม่เคยปิดบังเพศสภาพของเธอ และใช้ชีวิตด้วยความภาคภูมิใจ ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับคุณพ่อและพี่ชายที่ อ.เมือง จ.สุราษธานี แพรี่เป็นกะเทยสู้ชีวิต ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเรียนจบ ม.6 เธอตัดสินใจเดินหน้าหางานทำ ด้วยรับภาระหลักร่วมกับพี่ชายที่ต้องดูแลคุณพ่อซึ่งมีอายุมากและมีปัญหาด้านสุขภาพรุมเร้า 

แพรี่มีประสบการณ์ในวงการพนักงานขายและบริการด้านเครือข่ายและโทรศัพท์มือถือมายาวนานกว่า 5 ปี เธอตัดสินใจสมัครงานกับบริษัทไทยซัมซุงฯ ตำแหน่งพนักงานขายโทรศัพท์มือถือประจำที่ห้างใน จ.สุราษฯ บ้านเกิด โดยมีผู้รับหน้าที่คัดสรรบุคลากรให้กับไทยซัมซุงคือ Adecco Thailand บริษัทจัดหางานข้ามชาติยักษ์ใหญ่

แพรี่เข้าสู่กระบวนการยื่นเอกสารและสอบคัดเลือกเช่นเดียวกับผู้แข่งขันคนอื่นๆ ต้องสอบองค์ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ เชาว์ปัญญา การคิดคำนวนรายได้ต่างๆ และผลสอบก็เป็นที่น่าพอใจ จนท้ายสุดได้รับแจ้งจากบริษัท Adecco Thailand ว่าได้งาน ให้เธอลาออกจากงานประจำที่เก่าได้เลย เธอได้ลาออกจากที่เก่าตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เตรียมตัวเดินทางซื้อตั๋วเครื่องบินมากทม. เพื่อเข้ารับการปฐมนิเทศน์การเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่ของซัมซุง

ไม่นาน เธอได้รับการประสานงานจากผู้แทนของบริษัทไทยซัมซุงฯ ว่า #เอกสารที่เธอใช้ยื่นสมัครมีปัญหา เพราะเธอมีคำนำหน้าว่านายแต่เพศสภาพของเธอเป็นผู้หญิงแล้ว บริษัทไม่สามารถลงทะเบียนประวัติเธอได้จนกว่าเธอจะรับปากว่าเธอจะเข้าร่วมการอบรมพนักงานใหม่ด้วยลุคที่เป็นชายตามเพศกำเนิด โดยเจ้าหน้าที่ขอร้องให้เธอรัดเต้านมและใส่วิกผม ให้เหตุผลว่า...‘บริษัทไทยซัมซุงฯไม่มีนโยบายรับกะเทยหรือสาวประเภทสอง’ กรณีของเธอนี่เป็นกรณีที่กระบวนการคัดสรรผิดพลาดด้วยเข้าใจผิดว่าเธอเป็นเพศหญิงโดยกำเนิด หากบริษัทจัดหางานทราบจะต้องคัดชื่อเธอออกตั้งแต่แรก’ และนี่คือการเลือกปฏิบัติโดยแท้จริง

และบอกว่า หลักจากเซ็นสัญญาแล้วกลับมาประจำที่บ้านเกิดเธอจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ แต่ท้ายที่สุดแพรี่ตัดสินใจปฏิเสธที่จะทำตามคำแนะนำเพราะว่า #เธอไม่อยากกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น

ผลที่ตามมาคือ #เธอถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมการอบรมปฐมนิเทศน์พนักงานใหม่ แม้ว่าจะมีการพูดคุยกับผู้แทนจากบริษัทจัดหางานและไทยซัมซุงฯ ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติ สามารถฟ้องต่อกรมคุ้มครองแรงงานฯ บริษัทฯ ก็ยื่น ข้อเสนอให้เธอไปรับตำแหน่งพนักงาน Part-Time ที่เกาะสมุยแทน 

ไทยซัมซุงฯ คงไม่รู้ว่าไทยได้ประกาศ ยื่นสัตยาบันอนุสัญญา ILO ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและอาชีพ บริษัทแม่ของซัมซุงเองก็ประกาศ Business Conduct Guidelines 2016 ซึ่งปรากฎแนวปฏิบัติที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชนในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศเอาไว้อย่างชัดเจน

หมายความว่า...#บริษัทไทยซัมซุงฯ กำลังดำเนินธุรกิจขัดต่อนโยบายหลักของบริษัทแม่ของตัวเองใช่หรือไม่? #การเลือกปฏิบัติในการจ้างงานที่แพรี่ต้องเผชิญเป็นผลมาจากอคติและการตีตราของผู้บริหารไทยซัมซุงฯ เอง หาใช่เจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจที่บริษัทแม่วางไว้ หากเป็นเช่นนี้แล้ว ใครคือผู้ที่ต้องร่วมรับผิดชอบต่อชีวิตของแพรี่และครอบครัว 

หลังจากที่ประเด็นถูกขุดขึ้นมา Adecco Thailand ได้ติดต่อหานาดา และขอแสดงความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อกรณีที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้ว เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของบริษัทไทยซัมซุงฯ ผู้ว่าจ้างหลัก ไม่ทำตาม code of conduct ของตัวเอง บริษัทไทยซัมซุงฯ ต้องออกมาชี้แจง แต่ตอนนี้ยังเงียบอยู่ จึงอยากขอเชิญให้ผู้ที่สนใจร่วมลงชื่อสนับสนุนในแคมเปญนี้ ส่งเสียงบอกให้ไทยซัมซุงฯ ตื่นซะที!

ข้อความสุดท้ายที่แพรี่อยากส่งถึงสังคมไทยคือ #เธออยากให้ตัวเธอเป็นคนสุดท้ายที่ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศสภาพและสิทธิที่เธอร้องขอหาใช่สิทธิพิเศษแต่อย่างใดแต่มันคือสิทธิความเป็นคนที่ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม



Nada กำลังรอให้คุณช่วย

Nada Chaiyajit อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«เรียกร้องให้ @SamsungThailand ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เลือกปฎิบัติ ไม่รับบุคคลข้ามเพศเข้าทำงาน» คุณสามารถร่วมกับ Nada และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 7,274 คน ได้แล้วตอนนี้เลย