ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนากรุงเทพมหานคร, Thailand
Mar 5, 2015
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการร่างพ.ร.บ.กองทุนคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข พ.ศ... ว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านการประชาพิจารณ์มาแล้ว 4 ภาค ล่าสุดในอีก 1-2 สัปดาห์จะมีการระดมความคิดเห็นครั้งสุดท้ายในส่วนภาคประชาชน ผู้บริโภค เครือข่ายเสียหายทางการแพทย์ และสภาวิชาชีพต่างๆ ทั้งแพทยสภา สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา ฯลฯ เพื่อสอบถามความคิดเห็นก่อนจะนำมาประมวลก่อนเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ได้มีการปรับปรุงเพื่อคุ้มครองทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ เนื่องจากผลกระทบจากการบริการสาธารณสุขเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ป่วย และแพทย์ พยาบาล บุคลากรผู้ให้บริการทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเฝ้าระวังโรคติดต่อ ก็มีโอกาสติดเชื้อได้เช่นกัน “สำหรับกฎหมายนี้จะไม่มีการเอาผิดใคร เป็นลักษณะประนีประนอมเพื่อยุติปัญหาการฟ้องร้อง ซึ่งในร่างกฎหมายจะมีการระบุชัดว่า หากได้รับการช่วยเหลือแล้วจะต้องยุติการฟ้องร้องทางแพ่ง แต่ในเรื่องคดีอาญา แม้กฎหมายจะไม่สามารถระบุชัดว่าห้ามฟ้องคดีอาญา แต่ปัญหาการฟ้องร้องส่วนใหญ่มาจากการค่าเสียหาย หากทั้งผู้ป่วยและแพทย์ หรือคู่กรณีมีการตกลงยินยอมทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา อย่างข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า เมื่อได้รับการเยียวยา ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยส่วนใหญ่จะยุติ หากจะมีการฟ้องร้องก็เป็นจำนวนไม่มากคิดประมาณ 2%” นพ.ธเรศ กล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีผู้ได้รับผลกระทบฯ จะต้องกำหนดอัตราอย่างไร นพ.ธเรศ กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกองทุนคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบฯ ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธาน มาดูแล ซึ่งขณะนี้ยังไม่แต่งตั้งต้องรอให้ร่างพ.ร.บ.ประกาศใช้ก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับอัตราการช่วยเหลือย่อมมากกว่ามาตรา 41 ของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 จึงไม่ต้องกังวล โดยเงินที่จะนำมาใช้ในกองทุนนี้ ในร่างกฎหมายกำหนดให้โอนมาจากเงินในมาตรา 41 และให้ทางคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดจำนวนเงินเพิ่มอีกไม่เกินร้อยละ 1 โดยกองทุนอื่นๆก็เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะต้องมีการประมวลกฎหมาย ข้อคิดเห็นอีกครั้ง นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวมี 2 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่างพ.ร.บ.กองทุนคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข พ.ศ... ซึ่งเป็นร่างหลักของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และ 2. ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ซึ่งเป็นร่างของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.) โดยจะมีการพิจารณาหารือว่าจะปรับปรุงอย่างไร ทั้งนี้ สำหรับร่างหลักของ สธ.นั้น ได้ผ่านการพิจารณาบ้างแล้ว ล่าสุดทางสบส. ซึ่งดูแลร่างกฎหมายดังกล่าว จะมีการเรียกระดมความคิดเห็นกับภาคประชาชน เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ จากนั้นในวันที่ 12 มีนาคม สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จะเปิดเวทีสอบถามความคิดเห็นจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางแพทย์ที่คัดค้าน และทางภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสในการเสนอข้อคิดเห็น ทางออกที่ดีร่วมกัน ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า การจัดตั้งพ.ร.บ.ใหม่ที่มีการตั้งกองทุนขึ้นมาพิเศษ เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ แทนที่จะใช้กฎหมายที่มีอยู่ คือ มาตรา 41 โดยขยายวงเงินช่วยเหลือขึ้น ซึ่งสามารถมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งการขยายวงเงิน ซึ่งปัจจุบันกำหนดอัตราการจ่ายเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต 400,000 บาท กรณีพิการจ่าย 240,000 บาท และกรณีติดเชื้อรุนแรงหรือเกิดความเสียหายอื่นๆ จ่าย 100,000 บาท ตรงนี้สามารถขยายวงเงินเพิ่มเติมได้ รวมทั้งขยายให้ครอบคลุมประชาชนทุกสิทธิ ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=785595841532371&set=a.103216619770300.6891.100002458873250&type=1&theater
Copy link
WhatsApp
Facebook
Nextdoor
Email
X