Kampanya güncellemesi"เยียวยาผู้เสียหายโดยไม่ฟ้องหมอ" ผ่าน ร่างพ.ร.บ.ผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..รมว.สาธารณสุขให้คำมั่น พร้อมผลักดัน ร่างพ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายฯ

ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนากรุงเทพมหานคร, Tayland
2 Eki 2014
2 ตุลาคม 2557 - นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการรับรายชื่อประชาชนจำนวน 20,000 ชื่อ ที่ลงชื่อผ่าน www.change.org/injuryact สนับสนุนให้มีการผลักดัน “ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ…” ให้มีผลบังคับใช้ หลังจากที่ร่างกฎหมายดังกล่าว ถูกดองมานานกว่า 10 ปี
ทั้งนี้ นพ.รัชตะระบุว่าพร้อมที่จะผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายสำคัญที่อยู่ในแผนพัฒนาเรื่องกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว ซึ่งต้องมีการพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมเรื่องกฎหมายดังกล่าว ซึ่งต้องให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม และเมื่อทุกอย่างพร้อมก็จะผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ทันที
ดิฉัน ในฐานะประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และผู้รณรงค์ให้มีการลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ...ผ่าน www.change.org/injuryact ขอขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้คำมั่นว่าจะผลักดันเรื่องนี้ ทำให้ดิฉันและเพื่อนในเครือข่ายฯ รู้สึกมีความหวังมากกว่าครั้งใด ๆ ที่ผ่านมา และหวังว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะได้รับการผลักดันอย่างจริงจังในรัฐบาลชุดนี้
ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ มีความสำคัญต่อคนไทยทุกคน เนื่องจากทุกคนมีโอกาสเจ็บป่วยและการแพทย์ไม่มีอะไร 100% อีกทั้งความผิดพลาดเป็นของคู่กันของมนุษย์ แม้ระมัดระวังแล้วก็เกิดขึ้นได้ แต่ทุกชีวิตที่ต้องตายและพิการโดยไม่สมควร จึงควรได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงที ไม่ควรปล่อยให้ไปฟ้องร้องกันเอาเอง นอกจากจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่เท่าเทียมกันและคนไข้แพ้คดีเป็นส่วนใหญ่แล้ว ยังทำให้บุคคลากรทางการแพทย์ที่ดีต้องเสียขวัญและกำลังใจในการทำงานอีกด้วย
“ที่ผ่านมาคนไข้ไปทางไหนก็เจอแต่ทางตัน ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยปลดล็อคความทุกข์นี้ได้ โดยมีสาระสำคัญ คือ มีกองทุนชดเชยความเสียหายที่รวดเร็วและเป็นธรรม โดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี จะมีคณะกรรมการกลางขึ้นมาพิจารณา และมีการนำความผิดพลาดต่าง ๆ ไปเป็นบทเรียนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำ จะเป็นการแก้ปัญหาจากต้นเหตุถึงปลายเหตุ ซึ่งเป็นผลดีกับทุกฝ่าย การฟ้องร้องจะน้อยลง เพราะมีการเยียวทันท่วงที ความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม”
การเข้ายื่นรายชื่อครั้งนี้ ได้มีเพื่อนผู้เสียหายมาร่วมยื่นรายชื่อด้วย อาทิเช่น กรณีของ นางเกษร พุ่มแจ่ม ที่เหลือไตเธอเหลือข้างเดียว หลังผ่าตัดซีสต์ในมดลูก ,น้องแชมป์ ดช.เชาวรินทร์ โยธี ที่ต้องกลายเป็นเด็กพิการสมองฝ่อ ตาบอด หูหนวก จากการให้ยาที่ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ และกรณีคุณแม่ของ นายไพรัช ดำรงกิจถาวร ที่แม่ของเขาหกล้มก้นกระแทกพื้นข้อสะโพกหัก หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม แม่นอนไม่รู้สึกตัวน้ำลายฟูมปาก ถูกนำตัวเข้า ICU เพราะภาวะสมองขาดเลือดและบวม ต้องผ่าตัดสมอง จนทำให้เสียชีวิตในที่สุด เป็นต้น
บรรยากาศการยื่นรายชื่อ
https://www.facebook.com/Change.orgThailand/posts/776823492378048
https://www.facebook.com/Change.orgThailand/posts/776823492378048
เรื่องราวของผู้เสียหาย
เกษร พุ่มแจ่ม
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=627544844004139&set=a.103216619770300.6891.100002458873250&type=1&theater
น้องแชมป์ ดช.เชาวรินทร์ โยธี นางภิญญามาศ โยธี
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=650659611692662&set=pb.100002458873250.-2207520000.1412239314.&type=3&theater
นายไพรัช ดำรงกิจถาวร
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=596328437125780&set=a.103216619770300.6891.100002458873250&type=1&theater
http://thai-medical-error.blogspot.com/2010/09/blog-post_3717.html
http://thai-medical-error.blogspot.com/2010/09/blog-post_1111.html
http://thai-medical-error.blogspot.com/2010/09/blog-post_2019.html
Hemen destekle
Bu kampanyayı imzala
Bağlantıyı kopyala
WhatsApp
Facebook
X
E-posta