"เยียวยาผู้เสียหายโดยไม่ฟ้องหมอ" ผ่าน ร่างพ.ร.บ.ผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..


"เยียวยาผู้เสียหายโดยไม่ฟ้องหมอ" ผ่าน ร่างพ.ร.บ.ผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..
ประเด็นรณรงค์
“หนูไม่มีทางเลือก ไม่มีทางไปจริง ๆ"
เป็นคำพูดของเพื่อนคนไข้ที่ไตเธอหายไปหนึ่งข้าง หลังเข้ารับการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี หมอเองก็ยอมรับว่าตัดผิด แต่ตั้งแต่เกิดเรื่อง เธอยังไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหาย
ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร อะไรคือทางออก...?
มุมหนึ่งของสังคมไทย ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องประสบปัญหาคล้ายกัน การตกเป็นผู้เสียหาย โลกของพวกเรานั้นมืดมน และเต็มไปด้วยปัญหาที่ไร้ทางออก ทุกครอบครัวล้มระเนระนาด และไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
กว่า 26 ปี ที่ดิฉันลุกขึ้นเรียกร้องหาความเป็นธรรม ให้กับลูกที่พิการจากการทำคลอด โทษของการไม่ยอมจำนน ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส สิ้นเนื้อประดาตัว สุดท้ายไม่เหลือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ (นางปีศาจร้ายในสายตาหมอ http://bit.ly/2tQP12f
คนไข้เรารู้ดีว่า ไม่มีหมอคนไหนตั้งใจทำให้คนไข้เสียหาย แต่เพราะความผิดพลาดเป็นของคู่กันของมนุษย์ แม้ระมัดระวังแล้วก็เกิดขึ้นได้ และไม่มีคนไข้คนไหนอยากฟ้องหมอ แต่เวลาเกิดความเสียหาย หนึ่งชีวิตกระทบต่ออีกหลายชีวิตเสมอ พวกเราจะดำรงชีวิตที่เสียหายนั้นต่อไปได้อย่างไร หากปราศจากการเยียวยาที่เป็นธรรม
“การฟ้องร้อง” ไม่ใช่ทางออก
การใช้กฎหมายคุยกันแม้แต่ความเป็นมิตรก็ไม่เหลือ
ปี 2545 ดิฉันจึงรวมตัวกับเพื่อนร่วมชะตากรรม ก่อตั้งเป็นเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เรียกร้องให้มี “ระบบเยียวยาผู้เสียหายโดยไม่ฟ้องหมอ” และเชื่อมั่นว่านี่คือทางออกของปัญหาอย่างแท้จริง
ปี 2549 เป็นเรื่องน่ายินดี ที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.มงคล ณ สงขลา สั่งให้ยก ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้ หลักการคือ มีการเยียวยาที่รวดเร็วเป็นธรรมภายใน 1 ปี มีคณะกรรมการกลางทำหน้าที่พิจารณา และมีการนำความเสียหายไปพัฒนาลดการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ เป็นการแก้ปัญหาทั้งต้นเหตุและปลายเหตุไปพร้อม ๆ กัน
ข้อดีของ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้
จะช่วยลดจำนวนคดีที่เข้าสู่ศาล
จะไม่เสียเวลาร้องเรียนและต่อสู้คดีนานหลายปีอีกต่อไป
จะไม่มีใครต้องสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับค่าใช้จ่ายในการต่อสู้อีกต่อไป
จะมีการดูแลความเสียหายทางจิตใจและการรักษาต่อเนื่องได้เร็วขึ้น
จะเรียกความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหมอกับคนไข้กลับคืนมา
มาตรฐานการรักษาและความปลอดภัยของคนไข้จะมีมากขึ้น
ร่างพ.ร.บ. ได้ผ่านการผลักดันมาถึง 3 รัฐบาลแล้ว ได้รับเสียงโหวตอย่างท่วมท้นในสภา ล่าสุดตัวร่างพ.ร.บ.ถูกส่งไปให้กระทรวงสาธารณสุข ปรับแก้ในรายละเอียด
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 อธิบดีกรมสนับสนุนฯ และนายกแพทยสภา ก็ออกมาเปิดช่องถึงความเป็นไปได้ที่ร่างนี้จะได้ไปต่อ (ผู้จัดการ: สธ.เร่งตั้ง “กองทุนเยียวยา”
http://bit.ly/2uhX1tt
ที่ยังขาดคือ “พลังเสียงสนับสนุนจากประชาชน” ที่จะส่งสัญญาณไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เร่งนำร่างพ.ร.บ. เข้าสู่การพิจารณาของครม.และสนช.ในเร็ววัน เพื่อผลักดันออกมาเป็นกฎหมาย ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งหมอและคนไข้ และเพื่อประโยชน์สุขของสังคมต่อไป
ด้วยความปรารถนาดีอย่างแรงกล้า
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์

66,111
ประเด็นรณรงค์
“หนูไม่มีทางเลือก ไม่มีทางไปจริง ๆ"
เป็นคำพูดของเพื่อนคนไข้ที่ไตเธอหายไปหนึ่งข้าง หลังเข้ารับการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี หมอเองก็ยอมรับว่าตัดผิด แต่ตั้งแต่เกิดเรื่อง เธอยังไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหาย
ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร อะไรคือทางออก...?
มุมหนึ่งของสังคมไทย ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องประสบปัญหาคล้ายกัน การตกเป็นผู้เสียหาย โลกของพวกเรานั้นมืดมน และเต็มไปด้วยปัญหาที่ไร้ทางออก ทุกครอบครัวล้มระเนระนาด และไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
กว่า 26 ปี ที่ดิฉันลุกขึ้นเรียกร้องหาความเป็นธรรม ให้กับลูกที่พิการจากการทำคลอด โทษของการไม่ยอมจำนน ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส สิ้นเนื้อประดาตัว สุดท้ายไม่เหลือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ (นางปีศาจร้ายในสายตาหมอ http://bit.ly/2tQP12f
คนไข้เรารู้ดีว่า ไม่มีหมอคนไหนตั้งใจทำให้คนไข้เสียหาย แต่เพราะความผิดพลาดเป็นของคู่กันของมนุษย์ แม้ระมัดระวังแล้วก็เกิดขึ้นได้ และไม่มีคนไข้คนไหนอยากฟ้องหมอ แต่เวลาเกิดความเสียหาย หนึ่งชีวิตกระทบต่ออีกหลายชีวิตเสมอ พวกเราจะดำรงชีวิตที่เสียหายนั้นต่อไปได้อย่างไร หากปราศจากการเยียวยาที่เป็นธรรม
“การฟ้องร้อง” ไม่ใช่ทางออก
การใช้กฎหมายคุยกันแม้แต่ความเป็นมิตรก็ไม่เหลือ
ปี 2545 ดิฉันจึงรวมตัวกับเพื่อนร่วมชะตากรรม ก่อตั้งเป็นเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เรียกร้องให้มี “ระบบเยียวยาผู้เสียหายโดยไม่ฟ้องหมอ” และเชื่อมั่นว่านี่คือทางออกของปัญหาอย่างแท้จริง
ปี 2549 เป็นเรื่องน่ายินดี ที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.มงคล ณ สงขลา สั่งให้ยก ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้ หลักการคือ มีการเยียวยาที่รวดเร็วเป็นธรรมภายใน 1 ปี มีคณะกรรมการกลางทำหน้าที่พิจารณา และมีการนำความเสียหายไปพัฒนาลดการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ เป็นการแก้ปัญหาทั้งต้นเหตุและปลายเหตุไปพร้อม ๆ กัน
ข้อดีของ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้
จะช่วยลดจำนวนคดีที่เข้าสู่ศาล
จะไม่เสียเวลาร้องเรียนและต่อสู้คดีนานหลายปีอีกต่อไป
จะไม่มีใครต้องสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับค่าใช้จ่ายในการต่อสู้อีกต่อไป
จะมีการดูแลความเสียหายทางจิตใจและการรักษาต่อเนื่องได้เร็วขึ้น
จะเรียกความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหมอกับคนไข้กลับคืนมา
มาตรฐานการรักษาและความปลอดภัยของคนไข้จะมีมากขึ้น
ร่างพ.ร.บ. ได้ผ่านการผลักดันมาถึง 3 รัฐบาลแล้ว ได้รับเสียงโหวตอย่างท่วมท้นในสภา ล่าสุดตัวร่างพ.ร.บ.ถูกส่งไปให้กระทรวงสาธารณสุข ปรับแก้ในรายละเอียด
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 อธิบดีกรมสนับสนุนฯ และนายกแพทยสภา ก็ออกมาเปิดช่องถึงความเป็นไปได้ที่ร่างนี้จะได้ไปต่อ (ผู้จัดการ: สธ.เร่งตั้ง “กองทุนเยียวยา”
http://bit.ly/2uhX1tt
ที่ยังขาดคือ “พลังเสียงสนับสนุนจากประชาชน” ที่จะส่งสัญญาณไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เร่งนำร่างพ.ร.บ. เข้าสู่การพิจารณาของครม.และสนช.ในเร็ววัน เพื่อผลักดันออกมาเป็นกฎหมาย ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งหมอและคนไข้ และเพื่อประโยชน์สุขของสังคมต่อไป
ด้วยความปรารถนาดีอย่างแรงกล้า
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์

66,111
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 แล้ว