รถตู้อนุสาวรีย์ย้ายไปแล้วลำบากมาก

ประเด็นรณรงค์

หลังจากวันที่25ตุลาคม2559 ที่รถตู้ถูกย้ายเข้าหมอชิต สายใต้ใหม่ และ เอกมัย สิ่งที่เห็นในความเป็นจริงของคนที่อยู่กับรถตู้พวกนี้มา10ปีเห็นได้ชัด เลยว่าการย้ายไปครั้งนี้ทำให้เกิดความลำบากเป็นอย่างมากกับประชาชนที่ใช้รถตู้โดยสารร่วมบขส

1.เรื่องเวลาในการเดินทางที่มากขึ้นกว่าเดิมเพราะเสียเวลาต่อรถไปมา 

2.สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทางท่ีมีรถฟรีบริการ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซ้ำซ้อนหลายขั้นตอน จากปกตินั่งรถตู้ ลงอนุสาวรีย์ แล้วเดินทางต่อไปได้ทุกทาง ทั้ง BTS รถเมล์ รถมอเตอร์ไซค์ หรือต่อรถตู้ต่อไปได้

3.ปัญหารถติดไม่ได้หายไปจริงจากอนุสาวรีย์ฯ รถติดซึ่งนอกจากรถที่อนุเสาวรีย์จะติดเหมือนเดิมแล้ว ต้องแบกผู้โดยสารไปติดที่หมอชิต สายใต้ใหม่ และเอกมัยเพิ่มและนานกว่า

4.การจราจรของคนบริเวณที่ให้รถตู้ย้ายไปนั้น แน่นหนักเข้าไปจากอีกส่งผลกระทบไปถึงคนที่ใช้รถส่วนตัวที่ต้องใช้เส้นทางทั้งสามจุดที่มีการย้ายรถตู้ไปอยู่

ผลสรุปจากสิ่งที่คนชนชั้นระดับกลางอย่างพวกเราทั้งเสียงผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการสัมผัส ทำให้เห็นแล้วว่าแท้จริงปัญหาอาจแก้ไม่ตรงจุด "อยากได้ความเป็นระเบียบไม่ได้หมายความความว่า การย้ายรถออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะมีระเบียบ" เพราะจากรูปการที่ผ่านมา ยิ่งแก้ก็เหมือนยิ่งเดือดร้อน

หากอ้างในเหตุผลประการเเรกว่า"รถตู้คือปัญหารถติด จอดไม่เป็นที่" ทางผู้ประกอบการก็ได้มีการออกมายื่นสัญญาเช่าที่เอกชนแล้วว่า ความจริงไม่ใช้รถตู้ร่วมบขสที่เป็นสาเหตุของปัญหาเพราะมีที่จอดของตัวเองอย่างถูกต้อง(สามารถตรวจสอบและสำภาษท์ได้จากผู้ใช้บริการจริง)

จึงนำมาสู่การกล่าวอ้างประการที่2ที่จะผลักไสให้รถตู้ออกไปให้พ้นเขตอนุเสาวรีย์ฯโดยปราศจากเงื่อนไขและข้อโต้เถียงใดๆ นั้นก็คือยกสัญญาที่จดเข้าร่วม บขส มาเป็นตัวบีบให้ไป คือ รถร่วมบขสทุกคันต้องเข้าใช้สถานีขนส่ง มันจึงเป็นสิ่งที่เราชาวรถตู้หลีกเลี่ยงไม่ได้จำต้องยอมจำนนในข้อสัญญาที่จดไปตั้งนานแต่เพิ่งเคร่งครัดในข้อนี้มาทันที อีกอย่างย้ายไปก็ไม่มีใครหรือหน่วยงานไหนการันตีรับปากได้เลยว่าจะเป็นการย้ายครั้งสุดท้ายและอยู่ณจุดนั้นอย่างถาวร เราจึงมีเพียงแต่มีคำถามที่คาใจว่า..... เหตุใดไม่ยึดความผาสุขประชาชนชนชั้นกลาง(ที่มีมากในประเทศ)เป็นหลักในการจัดระเบียบเรื่องนี้ ความจริงให้เป็นบขสย่อยไปเลยก็ยังได้เพราะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นอีกจุดในกรุงเทพฯที่มีการเชื่อมต่อของการจราจรที่หลากหลายอยู่แล้ว

สรุปแล้ว รถตู้ร่วมบขสไม่เข้าอนุเสวรีย์อาจไม่ใช่การแก้ปัญหารถติดที่แท้จริง เพราะ แท็กซี่รถส่วนตัวรถเมล์ฟรี ก็ยังวิ่งอยู่ หากต้องการจัดระเบียบควรลงไปควบคุมและใช้มาตรการในที่นั้นๆไม่ใช่ผลักไสให้ไปรวมๆอยู่ที่แออัดจุดเดียวความเร็ว

หากเคมเปญนี้มีการลงชื่อเป็นจำนวนมากนั้นหมายถึงการเปลียนแปลงในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมาก เราไม่อาจทนสภาพแบกรับการเปลียนแปลงในครั้งนี้ได้ และวอนขอให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ด้วย

Cr.สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด 

 

 

avatar of the starter
Csr for uผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 1,887 คน

ประเด็นรณรงค์

หลังจากวันที่25ตุลาคม2559 ที่รถตู้ถูกย้ายเข้าหมอชิต สายใต้ใหม่ และ เอกมัย สิ่งที่เห็นในความเป็นจริงของคนที่อยู่กับรถตู้พวกนี้มา10ปีเห็นได้ชัด เลยว่าการย้ายไปครั้งนี้ทำให้เกิดความลำบากเป็นอย่างมากกับประชาชนที่ใช้รถตู้โดยสารร่วมบขส

1.เรื่องเวลาในการเดินทางที่มากขึ้นกว่าเดิมเพราะเสียเวลาต่อรถไปมา 

2.สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทางท่ีมีรถฟรีบริการ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซ้ำซ้อนหลายขั้นตอน จากปกตินั่งรถตู้ ลงอนุสาวรีย์ แล้วเดินทางต่อไปได้ทุกทาง ทั้ง BTS รถเมล์ รถมอเตอร์ไซค์ หรือต่อรถตู้ต่อไปได้

3.ปัญหารถติดไม่ได้หายไปจริงจากอนุสาวรีย์ฯ รถติดซึ่งนอกจากรถที่อนุเสาวรีย์จะติดเหมือนเดิมแล้ว ต้องแบกผู้โดยสารไปติดที่หมอชิต สายใต้ใหม่ และเอกมัยเพิ่มและนานกว่า

4.การจราจรของคนบริเวณที่ให้รถตู้ย้ายไปนั้น แน่นหนักเข้าไปจากอีกส่งผลกระทบไปถึงคนที่ใช้รถส่วนตัวที่ต้องใช้เส้นทางทั้งสามจุดที่มีการย้ายรถตู้ไปอยู่

ผลสรุปจากสิ่งที่คนชนชั้นระดับกลางอย่างพวกเราทั้งเสียงผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการสัมผัส ทำให้เห็นแล้วว่าแท้จริงปัญหาอาจแก้ไม่ตรงจุด "อยากได้ความเป็นระเบียบไม่ได้หมายความความว่า การย้ายรถออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะมีระเบียบ" เพราะจากรูปการที่ผ่านมา ยิ่งแก้ก็เหมือนยิ่งเดือดร้อน

หากอ้างในเหตุผลประการเเรกว่า"รถตู้คือปัญหารถติด จอดไม่เป็นที่" ทางผู้ประกอบการก็ได้มีการออกมายื่นสัญญาเช่าที่เอกชนแล้วว่า ความจริงไม่ใช้รถตู้ร่วมบขสที่เป็นสาเหตุของปัญหาเพราะมีที่จอดของตัวเองอย่างถูกต้อง(สามารถตรวจสอบและสำภาษท์ได้จากผู้ใช้บริการจริง)

จึงนำมาสู่การกล่าวอ้างประการที่2ที่จะผลักไสให้รถตู้ออกไปให้พ้นเขตอนุเสาวรีย์ฯโดยปราศจากเงื่อนไขและข้อโต้เถียงใดๆ นั้นก็คือยกสัญญาที่จดเข้าร่วม บขส มาเป็นตัวบีบให้ไป คือ รถร่วมบขสทุกคันต้องเข้าใช้สถานีขนส่ง มันจึงเป็นสิ่งที่เราชาวรถตู้หลีกเลี่ยงไม่ได้จำต้องยอมจำนนในข้อสัญญาที่จดไปตั้งนานแต่เพิ่งเคร่งครัดในข้อนี้มาทันที อีกอย่างย้ายไปก็ไม่มีใครหรือหน่วยงานไหนการันตีรับปากได้เลยว่าจะเป็นการย้ายครั้งสุดท้ายและอยู่ณจุดนั้นอย่างถาวร เราจึงมีเพียงแต่มีคำถามที่คาใจว่า..... เหตุใดไม่ยึดความผาสุขประชาชนชนชั้นกลาง(ที่มีมากในประเทศ)เป็นหลักในการจัดระเบียบเรื่องนี้ ความจริงให้เป็นบขสย่อยไปเลยก็ยังได้เพราะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นอีกจุดในกรุงเทพฯที่มีการเชื่อมต่อของการจราจรที่หลากหลายอยู่แล้ว

สรุปแล้ว รถตู้ร่วมบขสไม่เข้าอนุเสวรีย์อาจไม่ใช่การแก้ปัญหารถติดที่แท้จริง เพราะ แท็กซี่รถส่วนตัวรถเมล์ฟรี ก็ยังวิ่งอยู่ หากต้องการจัดระเบียบควรลงไปควบคุมและใช้มาตรการในที่นั้นๆไม่ใช่ผลักไสให้ไปรวมๆอยู่ที่แออัดจุดเดียวความเร็ว

หากเคมเปญนี้มีการลงชื่อเป็นจำนวนมากนั้นหมายถึงการเปลียนแปลงในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมาก เราไม่อาจทนสภาพแบกรับการเปลียนแปลงในครั้งนี้ได้ และวอนขอให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ด้วย

Cr.สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด 

 

 

avatar of the starter
Csr for uผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

คสช
คสช
กองพลทหารม้าที่2รักษาพระองค์
กองพลทหารม้าที่2รักษาพระองค์
บริษัทขนส่งแห่งประเทศไทย
บริษัทขนส่งแห่งประเทศไทย

อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 27 ตุลาคม ค.ศ. 2016 แล้ว