
สวัสดีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนทุกท่าน
ถ้ายังจำกันได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พวกเรากลุ่ม Friend Zone ร่วมกับตัวแทนจากกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้ายื่นรายชื่อของทุกท่าน พร้อมข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM2.5 ต่อกรมควบคุมมลพิษ หลักๆ คือ อยากให้มีการดำเนินการในประเด็น ต่อไปนี้
- ยกร่างมาตรฐานฝุ่น PM2.5 เป็น 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงและ 12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับค่าเฉลี่ย 1 ปี
- พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ ลดจำนวนรถยนต์และควบคุมควันดำ
- เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง
- ระบุแหล่งที่มาของฝุ่นควัน และเปิดเผยต่อประชาชน
- จัดตั้งหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพแก้ไข้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม
จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ที่เราได้มีโอกาสเข้าพูดคุยกับทางกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งทางกลุ่มได้ติดตามความคืบหน้าไปยังทางกรมฯ และได้รับการตอบรับมาตามเอกสารที่แนบมาด้านล่าง
ทั้งนี้ ทางกลุ่มขอขอบคุณทางกรมควบคุมมลพิษ ที่ไม่นิ่งนอนใจกับข้อเรียกร้องของเรา และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นความก้าวหน้าของบางเรื่อง เช่น การออกประกาศบังคับให้รถยนต์ใหม่ใช้มาตรฐาน EURO 6 และการควบคุมควันดำรถ ซึ่งมีกรอบเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการการด้านอื่น ๆ ทางกลุ่มเห็นว่า ยังไม่มีกรอบเวลา และแผนดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่ตามมติครม. เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ประกาศยกระดับการแก้ไขปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ แต่ในแผนงานของทางกรมฯ กลับยังไม่มีการบรรจุแผนการดำเนินการที่เป็นชัดเจนและเป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการจัดการต้นกำเนิดของฝุ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดมาตรฐานค่าฝุ่นละออง PM2.5 ให้เป็นไปตามองค์การอนามัยโลก และเป็นมาตรการที่ทำได้ทันที เพราะจากประสบการณ์ทั่วโลก การแก้ไขปัญหาฝุ่นล้วนเริ่มต้นจากการที่รัฐวางมาตรฐานใหม่ลงไปก่อน เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเปลี่ยนตาม
การทำงานที่ไม่มีกรอบเวลาดำเนินงานที่ชัดเจนและแผนการที่เป็นรูปธรรม ทำให้ประชาชนไม่สามารถทราบได้ว่าจะต้องรอถึงเมื่อไหร่ และทางกรมฯ มีแนวทางไขปัญหานี้อย่างไร
ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่คำตอบจากกรมฯ จะไม่ต่างอะไรจาก ‘แถลงนโยบายรัฐบาล’ ที่เพิ่งมีการประกาศไป สำหรับประเด็น PM2.5 คือ “ไม่มีอะไร” ชัดเจน
ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน พวกเราจึงขอเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศแผนดำเนินงาน รวมถึงกรอบเวลาดำเนินงานอย่างชัดเจนและโปร่งใสต่อประชาชน ซึ่งมีสิทธิได้รับอากาศสะอาดไว้หายใจ ขอทุกท่านช่วยกันแชร์อัพเดทนี้ ช่วยกันส่งเสียงดัง ๆ ไปยังภาครัฐ (ก่อนปีหน้า ฝุ่นจะมาใหม่) เพราะสุขภาพของประชาชนเป็นเรื่องที่รอไม่ได้!