ผู้ว่าการรฟม.ขอแนวทางแก้ไขปัญหาคนล้นสถานี MRT บางซื่อช่วงเช้า


ผู้ว่าการรฟม.ขอแนวทางแก้ไขปัญหาคนล้นสถานี MRT บางซื่อช่วงเช้า
ประเด็นรณรงค์
ถ้าหากคุณ เป็นคนหนึ่งที่ต้องต่อรถจากสถานีรถไฟบางซื่อ เพื่อไปทำงานหรือเรียนหนังสือ เราน่าจะได้มีประสบการณ์ slow life ร่วมกันทุกเช้าระหว่างเข้าคิวกดบัตรเข้าสถานีรถไฟฟ้า
สาเหตุก็มาจากประตูผ่านเข้าชานชาลาสถานีที่มีเพียง 3 ช่อง ส่งผลให้ความคล่องตัวในการเข้าสถานี หรือ passenger flow มีน้อย หรือบางครั้งแทบจะเรียกว่า ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับคนจำนวนมาก ต่อให้คุณตื่นเช้ารีบมาแค่ไหน คุณก็ต้องเสียเวลาอย่างน้อย 10 นาทีหรือมากกว่านั้นในการต่อแถวเข้า ยิ่งถ้าหากไม่มีบัตรรถไฟฟ้าหรือเงินในบัตรไม่พอ ก็ต้องเดินไปเติมเงินมาก่อนแล้วก็เดินย้อนกลับมาต่อแถว --- วนไปค่ะ
เข้าใจว่าสถานีต้องจำกัด passenger flow ในชั้นชานชาลารถไฟ เพราะสถานีด้านล่างไม่ได้มีบริเวณกว้างมากนัก ถ้าปล่อยผู้โดยสารเข้ามาเยอะ สถานีก็จะมีสภาพล้นเหมือนด้านบน
แต่การปล่อยให้ผู้โดยสารต้องเสียเวลาเดินทางทุกเช้ากับการต่อคิวยาวเหยียด ก็ทำให้อดคิด/สงสัยไม่ได้ว่า รฟม. จะมีแผนการรองรับการเติบโตของสถานีที่สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นหรือปล่าว เพราะในอนาคตสถานีบางซื่อกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงผู้คนจากภาคต่างๆ เข้ามายังกรุงเทพฯ นอกจากสิ่งที่เห็นได้ตอนนี้ คือให้พนักงานมายืนแนะนำการใช้บริการเท่านั้น และในบางครั้งก็ต้องคอยรองรับความไม่พอใจของผู้ใช้บริการไป
ขอเสนอให้แก้ไขง่ายๆ ในระยะสั้นที่ “อาจจะ” เป็นไปได้ เช่น เพิ่มตู้ให้บริการเติมเงินอัตโนมัติ ตู้ขายเหรียญโดยสาร เพื่อผู้โดยสารจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปถึงช่องขายตั๋วด้านหน้า และเดินย้อนวกกลับมาต่อแถวที่ยาวไปเรื่อยๆ หรือเพิ่มประตูพิเศษในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยในระยะยาว ทาง รฟม. ก็ควรหาทางแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับการเดินทางของผู้คน ให้เข้ากับคำขวัญของ รฟม. ที่ว่า “เรายกระดับชีวิตคนเมือง” ด้วยเช่นกัน
ถ้าคุณเบื่อหน่าย เซ็ง ท้อแท้ใจ บ่นจนเลิกบ่น รีบตื่น รีบแต่งตัว รีบต่อรถมา แต่สุดท้ายต้องมาเสียเวลากับการเข้าคิวกดบัตรเข้าชานชาลาบางซื่อทุกวัน โดยไม่รู้ว่าปัญหานี้จะแก้ไขได้ไหม และมีทางแก้ไขให้ดีกว่าที่เป็นอยู่หรือปล่าว หรือผู้บริการกำลังคิดวางแผนอย่างไร
ชวนกันลงชื่อค่ะ เปลี่ยนเสียงบ่นเล็กๆ ของเราให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ยินกัน
ประเด็นรณรงค์
ถ้าหากคุณ เป็นคนหนึ่งที่ต้องต่อรถจากสถานีรถไฟบางซื่อ เพื่อไปทำงานหรือเรียนหนังสือ เราน่าจะได้มีประสบการณ์ slow life ร่วมกันทุกเช้าระหว่างเข้าคิวกดบัตรเข้าสถานีรถไฟฟ้า
สาเหตุก็มาจากประตูผ่านเข้าชานชาลาสถานีที่มีเพียง 3 ช่อง ส่งผลให้ความคล่องตัวในการเข้าสถานี หรือ passenger flow มีน้อย หรือบางครั้งแทบจะเรียกว่า ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับคนจำนวนมาก ต่อให้คุณตื่นเช้ารีบมาแค่ไหน คุณก็ต้องเสียเวลาอย่างน้อย 10 นาทีหรือมากกว่านั้นในการต่อแถวเข้า ยิ่งถ้าหากไม่มีบัตรรถไฟฟ้าหรือเงินในบัตรไม่พอ ก็ต้องเดินไปเติมเงินมาก่อนแล้วก็เดินย้อนกลับมาต่อแถว --- วนไปค่ะ
เข้าใจว่าสถานีต้องจำกัด passenger flow ในชั้นชานชาลารถไฟ เพราะสถานีด้านล่างไม่ได้มีบริเวณกว้างมากนัก ถ้าปล่อยผู้โดยสารเข้ามาเยอะ สถานีก็จะมีสภาพล้นเหมือนด้านบน
แต่การปล่อยให้ผู้โดยสารต้องเสียเวลาเดินทางทุกเช้ากับการต่อคิวยาวเหยียด ก็ทำให้อดคิด/สงสัยไม่ได้ว่า รฟม. จะมีแผนการรองรับการเติบโตของสถานีที่สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นหรือปล่าว เพราะในอนาคตสถานีบางซื่อกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงผู้คนจากภาคต่างๆ เข้ามายังกรุงเทพฯ นอกจากสิ่งที่เห็นได้ตอนนี้ คือให้พนักงานมายืนแนะนำการใช้บริการเท่านั้น และในบางครั้งก็ต้องคอยรองรับความไม่พอใจของผู้ใช้บริการไป
ขอเสนอให้แก้ไขง่ายๆ ในระยะสั้นที่ “อาจจะ” เป็นไปได้ เช่น เพิ่มตู้ให้บริการเติมเงินอัตโนมัติ ตู้ขายเหรียญโดยสาร เพื่อผู้โดยสารจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปถึงช่องขายตั๋วด้านหน้า และเดินย้อนวกกลับมาต่อแถวที่ยาวไปเรื่อยๆ หรือเพิ่มประตูพิเศษในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยในระยะยาว ทาง รฟม. ก็ควรหาทางแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับการเดินทางของผู้คน ให้เข้ากับคำขวัญของ รฟม. ที่ว่า “เรายกระดับชีวิตคนเมือง” ด้วยเช่นกัน
ถ้าคุณเบื่อหน่าย เซ็ง ท้อแท้ใจ บ่นจนเลิกบ่น รีบตื่น รีบแต่งตัว รีบต่อรถมา แต่สุดท้ายต้องมาเสียเวลากับการเข้าคิวกดบัตรเข้าชานชาลาบางซื่อทุกวัน โดยไม่รู้ว่าปัญหานี้จะแก้ไขได้ไหม และมีทางแก้ไขให้ดีกว่าที่เป็นอยู่หรือปล่าว หรือผู้บริการกำลังคิดวางแผนอย่างไร
ชวนกันลงชื่อค่ะ เปลี่ยนเสียงบ่นเล็กๆ ของเราให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ยินกัน
แคมเปญประสบความสำเร็จ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 แล้ว