หยุด ! โฆษณาชวนเชื่อ 'ถ่านหินสะอาด'

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 7,500 คน!


              “ถ่านหินสะอาด” คือคำโกหกที่สกปรกที่สุด" Clean Coal is a Dirty Lie

               ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ.2551 กลุ่มอเมริกันเพื่อทางเลือกพลังงานที่สมดุล (American for Balanced Energy Choices) ได้รวมตัวกันเพื่อจ่ายเงินว่าจ้างบริษัทโฆษณากว่า 35 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อเผยแพร่มายาคติ “ถ่านหินสะอาด”

               หันกลับมามองที่เมืองไทย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงจะได้เห็นโฆษณาชุด “พลังงานที่สมดุล” ความยาว 60 วินาที และ  30 วินาที เผยแพร่ทางออนไลน์ โทรทัศน์ และวิทยุ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตั้งใจให้โฆษณาชุดนี้สร้างความเข้าใจการกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงในการผลิต แต่สาส์นที่ถูกส่งอย่างชัดแจ้งคือการสนับสนุนให้มีการใช้ ‘พลังงานถ่านหินสะอาด’ ที่มีต้นทุนต่ำกว่า และมั่นคงกว่าเพราะไม่ต้องพึ่งพาสภาพอากาศ

                คำกล่าวของ กฟผ. ที่ว่าถ่านหินสะอาด เป็นความจริงหรือไม่ ? เราชวนมารู้จักกันก่อนว่าพลังงาน 'ถ่านหิน' มีที่มาที่ไปอย่างไร

                 พลังงานจากถ่านหินเป็นพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลอันดับแรกๆ ที่มนุษย์รู้จักนำมาใช้ แต่ก็เป็นพลังงานสกปรกที่ก่อมลพิษมหาศาล ตั้งแต่ต้นตอที่มาของถ่านหินไปจนถึงหลังเผาไหม้เอาพลังงานมาใช้แล้ว

                มลสารสำคัญที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้าหรือโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้แก่ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และโลหะหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งปรอท ซึ่งปะปนอยู่ในอากาศและขี้เถ้าที่เกิดจากการเผาถ่านหินและถือเป็นของเสียอันตราย มลสารเหล่านี้ก่อให้เกิดมลภาวะฝนกรด ทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนทั่วโลก จนกระทั่งมีการคิดค้นเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อลดการปล่อยมลสารจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน นั่นคือจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีที่พยายามทำให้พลังงานจากถ่านหินสะอาดขึ้นในหลายสิบปีมาแล้ว

            แต่สิ่งที่ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นที่จับตาของโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เนื่องจากก๊าซดังกล่าวที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลก เป็นตัวการสำคัญอันดับต้นๆ ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน

                ในปัจจุบัน “ถ่านหินสะอาด” ในบริบทสากล จึงหมายถึงการผลิตพลังงานจากถ่านหินที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีนัยสำคัญเกี่ยวพันกับภาวะโลกร้อน โดยมีเทคโนโลยีหลักคือ การดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ Carbon Capture and Storage หรือ Carbon Sequestration เรียกสั้นๆว่า CCS ซึ่งหมายถึงการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาถ่านหินของโรงไฟฟ้าแล้วนำไปเก็บไว้ถาวรใต้ดิน

               แม้จะอ้างว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถดักจับคาร์บอนได้ถึงร้อยละ 90 แต่ก็ยังไม่แพร่หลาย และขณะนี้ทั่วโลกมีการเปิดใช้ในระดับโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่แล้วเพียงแค่ 1 แห่ง เท่านั้น เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและราคาแพงมาก อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการนำคาร์บอนไดออกไซด์ไปกักเก็บไว้ใต้ดินนั้นจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางธรณีสัณฐานหรือไม่ และมีโอกาสมากน้อยขนาดไหนที่คาร์บอนไดออกไซด์เหล่านั้นจะถูกปล่อยคืนสู่ชั้นบรรยากาศ

 ‘ถ่านหินสะอาด’ ของ กฟผ. 

จากโฆษณาทางสื่อต่างๆ และเอกสาร* ของ กฟผ. พบว่า “ถ่านหินสะอาด” ในบริบทของ กฟผ. เป็นการอ้างถึงเทคโนโลยีหลายรูปแบบมาผสมผสานเพื่อลดการปล่อยมลพิษทางอากาศประเภทต่างๆ ที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน เช่น

      - Low NOx Burner, Over Fired Air (OFA) และ Selective Catalytic Reduction (SCR) ลดการปล่อยมลภาวะไนโตรเจนออกไซด์

      - Wet lime-stone FGD ลดการปล่อยมลภาวะซัลเฟอร์ออกไซด์สู่อากาศ

      - Electrostatic precipitator (ESP) ลดการปล่อยมลภาวะฝุ่นละออง

      - Super-Critical Boiler ที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2.69 กิโลกรัม ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าค่าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วไปราวร้อยละ 6.4

      หากมีการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในโรงไฟฟ้า จะช่วยให้มลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหินน้อยลงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีแบบเก่าจริง แต่ก็หมายความว่า การเผาถ่านหินเพื่อผลิตพลังงานจะ “สะอาดขึ้น” เท่านั้น

“ถ่านหินสะอาด” การกล่าวอ้างเกินจริง

      การโฆษณา “ถ่านหินสะอาด” เป็น “การกล่าวอ้างเกินจริง” เนื่องจากจงใจใช้คำที่มีความกำกวมชี้นำให้คนเข้าใจผิด ว่าสามารถผลิตพลังงานจากถ่านหินได้สะอาดปราศจากมลพิษแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีที่ กฟผ. กล่าวอ้างเหล่านี้ ยังไม่สามารถล้างความสกปรกที่แท้จริงของถ่านหินได้หมด ด้วยเหตุผลสำคัญคือ

(1) การลดมลสารซึ่งปล่อยออกมาทางอากาศกับปล่องโรงไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ เป็นเพียงการย้ายปัญหาจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพราะสสารไม่สูญหายไปจากโลก แต่เพียงเปลี่ยนรูปร่าง  มลสารบางอย่างจะไปสะสมในขี้เถ้าในปริมาณที่เข้มข้นและมากขึ้น นั่นรวมถึงโลหะหนักอย่างเช่นปรอท  ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบมลสารอันตรายอันดับต้นที่องค์การอนามัยโลกจับตาว่าคุกคามสุขภาพประชาชน ขี้เถ้าที่มีปรอทปะปนเหล่านี้ ถือเป็นของเสียอันตรายที่ต้องมีการจัดการอย่างรัดกุม เพราะหากมีการปนเปื้อนลงแหล่งน้ำหรือห่วงโซ่อาหาร จะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและคนเป็นอย่างยิ่ง

(2) โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดตามนิยามของ กฟผ. ยังคงเป็นตัวการที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การโฆษณา “ถ่านหินสะอาด” ของ กฟผ. ไม่มีการพูดถึงบริบทของภาวะโลกร้อน ไม่มีการพูดถึงการดักจับและเก็บกักคาร์บอน หรือ CCS เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์สู่บรรยากาศ ซึ่งเป็นบริบทสำคัญของคำว่า “ถ่านหินสะอาด” ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ การหลีกเลี่ยงบริบทสำคัญนี้จึงเป็นการจงใจที่จะกล่าวอ้างเกินจริง

(3) แม้จะมีเทคโนโลยีที่เผาไหม้ถ่านหินได้สะอาดขึ้น แต่ที่มาของถ่านหินก็ไม่มีวันสะอาด เพราะมลพิษที่กล่าวมาทั้งหมด ยังไม่รวมถึงการทำเหมืองถ่านหิน อันเป็นกระบวนการที่สกปรกต่อคนและระบบนิเวศเป็นอย่างยิ่ง  การทำงานในเหมืองถ่านหินเป็นหนึ่งในอาชีพทีอันตรายที่สุดในโลกโดยเฉพาะเหมืองใต้ดิน คนงานเหมืองมีความเสี่ยงสูงมากต่อโรคทางเดินหายใจ และทุกปีจะมีรายงานการเสียชีวิตของคนงานเหมืองจำนวนมาก ด้วยอุบัติเหตุเหมืองระเบิด เหมืองถล่ม และอุบัติเหตุอื่นๆ 

นอกจากนี้ การทำเหมืองถ่านหินบนผิวดิน ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่อย่างถาวร เช่น การทำเหมืองแบบระเบิดภูเขา จะทำลายระบบนิเวศในบริเวณดังกล่าวทันที รวมถึงเพิ่มอัตราการกัดเซาะ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมฉับพลัน

ถ่านหินสะอาด” เป็นคำโกหกสกปรก [CLEAN COAL IS A DIRTY LIE]

ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมา “ถ่านหินสะอาด” จึงนับว่าเป็นคำโกหกสกปรก ของเหล่าผู้เสพติดถ่านหิน ที่ยังดั้นด้นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อทำให้พลังงานที่ตนเองศรัทธาสะอาดขึ้น และสร้างมายาคติชวนเชื่อให้ประชาชนหลงไปกับความฝันที่ว่า สักวันหนึ่งพลังงานฟอสซิลอย่างเช่นถ่านหินจะสะอาดได้

      ตอบไม่ได้ว่าในอนาคต จะมีเทคโนโลยีใดมาทำให้ถ่านหินสะอาดได้อย่างแท้จริงหรือไม่ แต่ในปัจจุบัน วาทกรรม “ถ่านหินสะอาด” เป็นเรื่องแต่งที่ไม่เป็นความจริง

* บทความ “เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในประเทศไทย” โดย กฟผ. เมษายน 2557 ที่มา: http://www.egat.co.th/images/information/articles/egat-article-clean-coal-tech-in-thailand-apr57.pdf

เอกสารประกอบการเขียน
- Greenhouse gas emissions reduction in China by cleaner coal technology towards 2020 โดย Guangling Zhao ,Sha Chen
- The future challenges for ‘‘clean coal technologies’’: Joining efficiency increase and pollutant emission control โดย Alessandro Franco , Ana R. Diaz

ร่วมทลายมายาคติถ่านหินสะอาดได้ที่
https://cleancoalisadirtylie.wordpress.com/