

หยุด!รังแกลูกหนี้ จากมาตรา334 ป.วิแพ่ง ที่ไม่เป็นธรรม
ประเด็นรณรงค์
กรมบังคับคดีแก้ไขกฎหมาย รังแกลูกหนี้ ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนเป็นหนี้ เพื่อเอาใจนายทุน สถาบันการเงินแปลงร่างเป็น”ผู้ฃื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด” โดยไม่ต้องขอออกคำบังคับ ไม่ต้องปิดประกาศขับไล่ สำคัญคือ “ออกหมายจับ”ได้ทันที ไม่ต้องมีการไต่สวน
ถือเป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพียงเพราะยังอาศัยอยู่ในบ้านที่กฎหมายมาตรานี้ใช้บทลงโทษที่รุนแรงสูงสุดในทางคดีแพ่ง โดยไม่มีการออกคำบังคับให้ลูกหนี้รู้ตัว รู้ทัน รู้ขน รู้ย้าย ออกจากทรัพย์เสียก่อน
เป็นกฎหมายกลั่นแกล้งใช้สิทธิ ใช้อำนาจพิเศษนี้รังแกลูกหนี้ เพียงเพราะกรมบังคับคดีต้องการขายทรัพย์ให้ได้เร็วให้ได้ไว้เพื่อประโยชน์แก่ตนเองในการได้รับค่าธรรมเนียมจากการขายทอดตลาดไปแบ่งเข้าสวัสดิการ และเพื่อประโยชน์แก่สถาบันการเงินจะได้เงินเร็วๆแต่กลับใช้สิทธิพิเศษ ไม่ออกคำบังคับ จับได้ทันที
ล่าสุด คนฃื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดถูกยิงตาย อีกกรณีหนึ่ง ที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อลูกหนี้ชำระเงินให้ธนาคารรัฐแห่งหนึ่งแล้วไม่ยอมคืนโฉนดให้ลูกหนี้กลับใช้สิทธิเป็นผู้ฃื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดรังแกลูกหนี้ ไปร้องศาลขอออกหมายจับขับไล่ลูกหนี้ที่จ่ายเงินให้แล้ว ศาลแพ่งไม่ยอมรับฟังสิ่งที่ลูกหนี้ร้องคัดค้าน สั่งให้ลูกหนี้ออกจากบ้านทันที ไม่ต้องมีการไต่สวนสืบพยาน หรือหาความจริง
เพราะศาลยึดแต่ประเด็นเดียว คือ ธนาคารแปลงร่างเป็นผู้ฃื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด แล้ว รับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว เท่านั้น โดยไม่พิจารณาความจริงที่เกิดขึ้นว่า ธนาคารรับเงินไปแล้ว ไม่ให้โฉนด คืน ลูกหนี้ กลับใช้กฎหมายมาตรานี้รังแกกลั่นแกล้งยืมมือศาลมาขับไล่ ออกหมายจับ
ถ้าธนาคารเข้าบ้านนี้ คิดว่าลูกหนี้จะทำเหมือนกับคดีก่อนหรือไม่
กฎหมายนี้จึง”ไม่สมบูรณ์ ไม่ยุติธรรม” เพราะออกมาเพื่อนายทุนสถาบันการเงินเป็นส่วนใหญ่
จำต้องแก้ไขกฎหมาย มิฉะนั้นอาจมีการตายเกิดขึ้นอีกหลายคดี เพราะใช้อำนาจพิเศษไปในทางไม่ชอบ ไม่เป็นธรรม โดย”ไม่มีการออกคำบังคับ ไม่มีการปิดประกาศ ไม่มีการไต่สวนก่อนออกหมายจับ ไม่มีการรับฟังความจริง”
เอาใจธนาคาร คิดเป็นประเด็นเดียว แค่ว่า “เขาคือผู้ฃื้อทรัพย์ได้มาแล้ว “ส่วนธนาคารจะได้มาอย่างไร ศาลไม่สน คิดได้เท่านี้เป็นประเด๊นเพียงพอต่อการขับไล่แล้ว

ประเด็นรณรงค์
กรมบังคับคดีแก้ไขกฎหมาย รังแกลูกหนี้ ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนเป็นหนี้ เพื่อเอาใจนายทุน สถาบันการเงินแปลงร่างเป็น”ผู้ฃื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด” โดยไม่ต้องขอออกคำบังคับ ไม่ต้องปิดประกาศขับไล่ สำคัญคือ “ออกหมายจับ”ได้ทันที ไม่ต้องมีการไต่สวน
ถือเป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพียงเพราะยังอาศัยอยู่ในบ้านที่กฎหมายมาตรานี้ใช้บทลงโทษที่รุนแรงสูงสุดในทางคดีแพ่ง โดยไม่มีการออกคำบังคับให้ลูกหนี้รู้ตัว รู้ทัน รู้ขน รู้ย้าย ออกจากทรัพย์เสียก่อน
เป็นกฎหมายกลั่นแกล้งใช้สิทธิ ใช้อำนาจพิเศษนี้รังแกลูกหนี้ เพียงเพราะกรมบังคับคดีต้องการขายทรัพย์ให้ได้เร็วให้ได้ไว้เพื่อประโยชน์แก่ตนเองในการได้รับค่าธรรมเนียมจากการขายทอดตลาดไปแบ่งเข้าสวัสดิการ และเพื่อประโยชน์แก่สถาบันการเงินจะได้เงินเร็วๆแต่กลับใช้สิทธิพิเศษ ไม่ออกคำบังคับ จับได้ทันที
ล่าสุด คนฃื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดถูกยิงตาย อีกกรณีหนึ่ง ที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อลูกหนี้ชำระเงินให้ธนาคารรัฐแห่งหนึ่งแล้วไม่ยอมคืนโฉนดให้ลูกหนี้กลับใช้สิทธิเป็นผู้ฃื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดรังแกลูกหนี้ ไปร้องศาลขอออกหมายจับขับไล่ลูกหนี้ที่จ่ายเงินให้แล้ว ศาลแพ่งไม่ยอมรับฟังสิ่งที่ลูกหนี้ร้องคัดค้าน สั่งให้ลูกหนี้ออกจากบ้านทันที ไม่ต้องมีการไต่สวนสืบพยาน หรือหาความจริง
เพราะศาลยึดแต่ประเด็นเดียว คือ ธนาคารแปลงร่างเป็นผู้ฃื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด แล้ว รับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว เท่านั้น โดยไม่พิจารณาความจริงที่เกิดขึ้นว่า ธนาคารรับเงินไปแล้ว ไม่ให้โฉนด คืน ลูกหนี้ กลับใช้กฎหมายมาตรานี้รังแกกลั่นแกล้งยืมมือศาลมาขับไล่ ออกหมายจับ
ถ้าธนาคารเข้าบ้านนี้ คิดว่าลูกหนี้จะทำเหมือนกับคดีก่อนหรือไม่
กฎหมายนี้จึง”ไม่สมบูรณ์ ไม่ยุติธรรม” เพราะออกมาเพื่อนายทุนสถาบันการเงินเป็นส่วนใหญ่
จำต้องแก้ไขกฎหมาย มิฉะนั้นอาจมีการตายเกิดขึ้นอีกหลายคดี เพราะใช้อำนาจพิเศษไปในทางไม่ชอบ ไม่เป็นธรรม โดย”ไม่มีการออกคำบังคับ ไม่มีการปิดประกาศ ไม่มีการไต่สวนก่อนออกหมายจับ ไม่มีการรับฟังความจริง”
เอาใจธนาคาร คิดเป็นประเด็นเดียว แค่ว่า “เขาคือผู้ฃื้อทรัพย์ได้มาแล้ว “ส่วนธนาคารจะได้มาอย่างไร ศาลไม่สน คิดได้เท่านี้เป็นประเด๊นเพียงพอต่อการขับไล่แล้ว

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 15 มิถุนายน ค.ศ. 2023 แล้ว