Confirmed victory

ก่อนอื่นผมขอขอบคุณพลังประชาชนกว่า 120,000  คน ที่ลงชื่อสนับสนุนแคมเปญยุติเขื่อนแม่วงก์ และเป็นพลังที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดกิจกรรมการเดิน-ยื่น-หยุด เขื่อนแม่วงก์  เมื่อวันเสาร์ที่ 2  พ.ย. ที่ผ่านมาสำเร็จ และทำให้แคมเปญนี้เป็นแคมเปญรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุด

กิจกรรมในวันนั้นที่หน้่าหอศิลป์ เป็นไปด้วยความคึกคักเมื่อพลังสีเขียวนับพันคนได้มารวมตัวกัน  เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมโดยมีเป้าหมายเดินรณรงค์ไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ   เพื่อเป็นการประกาศความสำเร็จที่สามารถ ชะลอโครงการก่อสร้างออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ก่อนหน้านี้รัฐบาลเตรียมออกสื่อว่าพร้อมเริ่มโครงการแต่เสียงของพวกเราทุกคนทำให้ต้องมีการกลับหลังหัน ซึ่งผมถือว่าขณะนี้เราสามารถหยุดโดมิโนตัวสำคัญในการสร้างเขื่อนในป่าเขตอนุรักษ์ได้สำเร็จ แต่ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่ประกาศยกเลิกโครงการนี้อย่างเป็นทางการ ผมคิดว่าเราก็ยังไม่สามารถไว้่วางใจได้

ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ต่อยอดการณรงค์ครั้งนี้ โดยการก่อตั้งเครือข่ายอาสาเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Move Thailand  ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาของประชาชนทั่วประเทศที่จะทำงานเพื่อสิ่่งแวดล้อม  โดยมีจุดยืนสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมและชุมชน 

กรีนมูฟจะทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบนโยบายสาธาณะด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการจัดการน้ำ  3.5 แสนล้านบาท ซึ่งโครงการนี้มีโครงการสร้างเขื่อนในป่าอนุรักษ์กว่า 20  แห่ง

เห็นได้ว่าภารกิจนี้หนักหนาสาหัสมากครับ เขื่อนแม่วงก์เป็นเพียงก้าวแรก แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่กำลังรออยู่  และผมต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุกคน เพืื่อให้การพัฒนาที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ในระหว่างนี้ผมและทีมงานจะลงพื้นที่อย่างต่อเนืื่อง และผมอยากให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราจะออกมารวมพลังกันอีกครั้ง

 -----

ภาพความสำเร็จ เดินเท้ายื่นแสนชื่อ ไปอนุสาวรีย์ชัยฯ จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000136804
---

ข้าพเจ้าพร้อมประชาชนทั้งหมดที่ได้ร่วมลงชื่อครั้งนี้ เรียกร้องให้ท่าน พิจารณายุติโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. ปริมาณกักเก็บน้ำของเขื่อนแม่วงก์อยู่ที่ประมาณ 250 ล้านลบ.ม. ตอบสนองความต้องการเชิงเศรษฐกิจเพียง116,545ไร่ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งต่างจากปริมาณน้ำที่ได้อยู่แล้วจากแหล่งน้ำปัจจุบันเพียงเล็กน้อย ไม่คุ้มกับประโยชน์เชิงนิเวศที่ต้องสูญเสียไป 

เพราะพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งเป็นผืนป่าตะวันตกผืนเดียวกับอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้งและอุทยานแห่งชาติทุ่งใหญ่นเรศวรอันเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก และทั้งยังเป็นพื้นที่มรดกโลกอีกด้วย

และมาตรการปลูกป่าทดแทนเพื่อลดผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่อาจทดแทนระบบนิเวศที่ซับซ้อนและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทยให้กลับคืนมาได้

2. ลำน้ำแม่วงก์เป็นลำน้ำขนาดเล็กมีปริมาณน้ำประมาณ 1% ของปริมาณน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงไม่ได้เป็นสาเหตุของอุทกภัยในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง

3. โครงการเขื่อนแม่วงก์ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งหมด ข้าพเจ้าพร้อมประชาชนทั้งหมด จึงเรียนมาเพื่อโปรดขอความกรุณาต่อท่านเพื่อยุติโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์และ โปรดพิจารณาปรับเปลี่ยนโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด และไม่ทำให้ผืนป่าตะวันตกอันอุดมสมบูรณ์ได้รับความเสียหาย 

Letter to
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โชติ ตราชู
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ผม/ดิฉัน ขอสนับสนุนการรณรงค์ครั้งนี้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. ปริมาณกักเก็บน้ำของเขื่อนแม่วงก์อยู่ที่ประมาณ 250 ล้านลบ.ม. ตอบสนองความต้องการเชิงเศรษฐกิจเพียง116,545ไร่ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งต่างจากปริมาณน้ำที่ได้อยู่แล้วจากแหล่งน้ำปัจจุบันเพียงเล็กน้อย ไม่คุ้มกับประโยชน์เชิงนิเวศที่ต้องสูญเสียไป

เพราะพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งเป็นผืนป่าตะวันตกผืนเดียวกับอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้งและอุทยานแห่งชาติทุ่งใหญ่นเรศวรอันเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก และทั้งยังเป็นพื้นที่มรดกโลกอีกด้วย

และมาตรการปลูกป่าทดแทนเพื่อลดผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่อาจทดแทนระบบนิเวศที่ซับซ้อนและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทยให้กลับคืนมาได้

2. ลำน้ำแม่วงก์เป็นลำน้ำขนาดเล็กมีปริมาณน้ำประมาณ 1% ของปริมาณน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงไม่ได้เป็นสาเหตุของอุทกภัยในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง

3. โครงการเขื่อนแม่วงก์ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งหมด ข้าพเจ้าพร้อมประชาชนทั้งหมด จึงเรียนมาเพื่อโปรดขอความกรุณาต่อท่านเพื่อยุติโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์และ โปรดพิจารณาปรับเปลี่ยนโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด และไม่ทำให้ผืนป่าตะวันตกอันอุดมสมบูรณ์ได้รับความเสียหาย