หยุดผลกระทบจากการตัดงบ PEPFAR 🆘 ตัดงบ = ตัดโอกาส = ตัดชีวิต! 🆘


หยุดผลกระทบจากการตัดงบ PEPFAR 🆘 ตัดงบ = ตัดโอกาส = ตัดชีวิต! 🆘
ประเด็นรณรงค์
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบริหารที่ 14169 ซึ่งสั่งระงับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่ไปยังต่างประเทศเป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้โครงการดำเนินงานด้านเอชไอวีที่อยู่ภายใต้งบประมาณจาก PEPFAR (The President’s Emergency Plan for AIDS Relief) ผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่น USAID และ CDC ซึ่งเป็นแหล่งทุนสำคัญในการต่อสู้กับเอชไอวี/เอดส์ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยต้องหยุดชะงัก
การตัดงบประมาณนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อองค์กรภาคประชาสังคมไทยจำนวนมากกว่า 20 องค์กร ที่ทำงานด้านเอชไอวี/เอดส์ หลายองค์กรต้องให้ปิดตัวลง พนักงานถูกเลิกจ้าง และยกเลิกบริการด้านการป้องกันและรักษาเอชไอวีที่จำเป็นหลายบริการ จากผลกระทบนี้ หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จะส่งผลให้อัตราการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มประชากรเปราะบางจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบที่เกิดขึ้น:
- องค์กรต้องปิดตัวลง ❌ คลินิกและศูนย์บริการหลายแห่งที่พึ่งพาทุน PEPFAR ไม่สามารถดำเนินงานต่อได้
- พนักงานถูกเลิกจ้าง 👥 เจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านเอชไอวี/เอดส์ถูกเลิกจ้าง ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ
- บริการตรวจและป้องกันเอชไอวีที่ให้บรืการในชุมชนสำหรับกลุ่มประชากรเปราะบางถูกระงับ หรือลดลง 🏥 การตรวจเอชไอวี ยา PrEP และ PEP รวมถึงการให้คำปรึกษา ถูกระงับ
- กิจกรรมและโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพ สนับสนุนติดตามพัฒนาคุณภาพบริการในหน่วยงานที่ให้บริการถูกระงับ
- อัตราการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจพุ่งสูงขึ้น 🚨 หากไม่มีการเข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่อง ผู้มีความเสี่ยงสูงอาจไม่ได้รับความช่วยเหลือ
หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อัตราการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มประชากรเปราะบางจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราการติดเชื้อของประเทศจะเพิ่มขึ้นตามกัน ประเทศต้องเพิ่มงบประมาณที่ดูแลในระยะยาวเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระบบสาธารณสุขและสังคมโดยรวม
เราเรียกร้องให้รัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการดังนี้
- ประเมินผลกระทบครั้งนี้และวางแผนรับมือภายในประเทศโดยทันที
- จัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อให้บริการด้านเอชไอวีดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด
- ประสานงานร่วมกับภาคประชาสังคม เพื่อหาแนวทางความยั่งยืน และสนับสนุนองค์กรที่ได้รับผลกระทบ
- เจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ ปลดล็อกงบประมาณ PEPFAR และ USAID
- แก้ไขหรือออกนโยบายที่จะสนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคมในเทศไทย ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
การตัดงบประมาณนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อองค์กรและบุคลากรที่ทำงานด้านเอชไอวี/เอดส์เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนไทยทุกคน หากไม่มีการดำเนินการแก้ไข ประเทศไทยอาจเผชิญกับการแพร่ระบาดของเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและสังคมโดยรวม
ร่วมลงชื่อเพื่อกดดันรัฐบาลไทยและกระทรวงสาธารณสุขให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชนไทยทุกคน
#ตัดงบตัดโอกาสตัดชีวิต
#ไม่มีทุน #ไม่มีบริการ #รัฐบาลต้องช่วย #ปลดล็อคPEPFAR #USAID
92
ประเด็นรณรงค์
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบริหารที่ 14169 ซึ่งสั่งระงับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่ไปยังต่างประเทศเป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้โครงการดำเนินงานด้านเอชไอวีที่อยู่ภายใต้งบประมาณจาก PEPFAR (The President’s Emergency Plan for AIDS Relief) ผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่น USAID และ CDC ซึ่งเป็นแหล่งทุนสำคัญในการต่อสู้กับเอชไอวี/เอดส์ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยต้องหยุดชะงัก
การตัดงบประมาณนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อองค์กรภาคประชาสังคมไทยจำนวนมากกว่า 20 องค์กร ที่ทำงานด้านเอชไอวี/เอดส์ หลายองค์กรต้องให้ปิดตัวลง พนักงานถูกเลิกจ้าง และยกเลิกบริการด้านการป้องกันและรักษาเอชไอวีที่จำเป็นหลายบริการ จากผลกระทบนี้ หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จะส่งผลให้อัตราการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มประชากรเปราะบางจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบที่เกิดขึ้น:
- องค์กรต้องปิดตัวลง ❌ คลินิกและศูนย์บริการหลายแห่งที่พึ่งพาทุน PEPFAR ไม่สามารถดำเนินงานต่อได้
- พนักงานถูกเลิกจ้าง 👥 เจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านเอชไอวี/เอดส์ถูกเลิกจ้าง ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ
- บริการตรวจและป้องกันเอชไอวีที่ให้บรืการในชุมชนสำหรับกลุ่มประชากรเปราะบางถูกระงับ หรือลดลง 🏥 การตรวจเอชไอวี ยา PrEP และ PEP รวมถึงการให้คำปรึกษา ถูกระงับ
- กิจกรรมและโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพ สนับสนุนติดตามพัฒนาคุณภาพบริการในหน่วยงานที่ให้บริการถูกระงับ
- อัตราการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจพุ่งสูงขึ้น 🚨 หากไม่มีการเข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่อง ผู้มีความเสี่ยงสูงอาจไม่ได้รับความช่วยเหลือ
หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อัตราการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มประชากรเปราะบางจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราการติดเชื้อของประเทศจะเพิ่มขึ้นตามกัน ประเทศต้องเพิ่มงบประมาณที่ดูแลในระยะยาวเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระบบสาธารณสุขและสังคมโดยรวม
เราเรียกร้องให้รัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการดังนี้
- ประเมินผลกระทบครั้งนี้และวางแผนรับมือภายในประเทศโดยทันที
- จัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อให้บริการด้านเอชไอวีดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด
- ประสานงานร่วมกับภาคประชาสังคม เพื่อหาแนวทางความยั่งยืน และสนับสนุนองค์กรที่ได้รับผลกระทบ
- เจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ ปลดล็อกงบประมาณ PEPFAR และ USAID
- แก้ไขหรือออกนโยบายที่จะสนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคมในเทศไทย ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
การตัดงบประมาณนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อองค์กรและบุคลากรที่ทำงานด้านเอชไอวี/เอดส์เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนไทยทุกคน หากไม่มีการดำเนินการแก้ไข ประเทศไทยอาจเผชิญกับการแพร่ระบาดของเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและสังคมโดยรวม
ร่วมลงชื่อเพื่อกดดันรัฐบาลไทยและกระทรวงสาธารณสุขให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชนไทยทุกคน
#ตัดงบตัดโอกาสตัดชีวิต
#ไม่มีทุน #ไม่มีบริการ #รัฐบาลต้องช่วย #ปลดล็อคPEPFAR #USAID
92
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025 แล้ว