
Reef Guardian Thailand
24 июл. 2014 г.
รายงานพิเศษจากช่อง 3 ครับ
http://bit.ly/1kdvAb3
จากกระแสทางสังคมออนไลน์ที่มีผู้ออกมารณรงค์ให้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำยุติการจำหน่ายปลานกแก้ว จนห้างสรรพสินค้ารายใหญ่หลายรายออกประกาศไม่จำหน่ายปลาชนิดนี้แล้วนั้น ไปรู้จักประโยชน์ของปลานกแก้วที่มีต่อระบบนิเวศ
ปลาที่มีสีสัน ลวดลายสวยงาม มีจงอยปากโค้งและแข็งที่เห็นอยู่นี้ คือปลานกแก้ว ปลาทะเล ที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง พบมากในฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งมีคนบางส่วนนิยมรับประทาน จึงเป็นกระแสสังคม ที่กลุ่มอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรทางทะเลในท้องถิ่นฝั่งอันดามัน ในชื่อ Reef Guardian Thailand ได้ออกมารณรงค์ให้ประชาชนลงชื่อสนับสนุนผ่านทางเว็บไซต์ Change.org เพื่อเรียกร้องให้ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ ยุติการจำหน่ายปลานกแก้ว ด้วยเพราะเกรงว่าประชากรปลานกแก้วจะลดลงและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ เพราะปลานกแก้วได้ชื่อว่าเป็นผู้ช่วยพยาบาลแนวปะการัง จากการกินพืชในแนวปะการัง โดยเฉพาะสาหร่ายทะเลที่มักปกคลุมและสร้างความเสื่อโทรมให้กับแนวปะการัง ทำให้ตัวอ่อนของปะการังสามารถเติบโตได้ หลังจากกินสาหร่ายแล้วปลานกแก้วก็จะถ่ายออกมาเป็นทราย ข้อมูลจากนักวิชาการระบุว่าปลานกแก้ว 1 ตัว สามารถขับถ่ายทรายได้มากถึง 5 - 600 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งทรายเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญช่วยฟื้นฟูแนวปะการังในทะเลของไทย รวมทั้งยังช่วยเติมเต็มทรายที่หาดทรายให้สวยงาม ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย
ดร.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การจับปลานกแก้วเพื่อนำมาจำหน่ายในเชิงธุรกิจ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแล้ว ยังถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากปลานกแก้วอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง และแนวปะการังกว่าครึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเขตที่มีกฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มงวด นักวิชาการจึงอยากรณรงค์ให้ยุติการขาย จึงจะหยุดการบริโภคของผู้นิยมทานปลานกแก้วได้
การเคลื่อนไหวเพื่อยุติการขายปลานกแก้ว ประสบความสำเร็จและเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่ในต่างประเทศ นี่แสดงให้เห็นถึงพลังทางสังคม ที่สามารถเคลื่อนไหวเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องรอการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย
Скопировать ссылку
WhatsApp
Facebook
Nextdoor
Эл. почта
X