ข้อเรียกร้องต่อสื่อมวลชน กรณีถ้ำหลวง จาก กลุ่มประชาชนเรียกร้องจริยธรรมสื่อ


ข้อเรียกร้องต่อสื่อมวลชน กรณีถ้ำหลวง จาก กลุ่มประชาชนเรียกร้องจริยธรรมสื่อ
ประเด็นรณรงค์
พวกเราในนาม “กลุ่มประชาชนเรียกร้องจริยธรรมสื่อ” ผู้มีรายชื่อต่อท้ายด้านล่างนี้ ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชน สื่อออนไลน์ รวมทั้งผู้ใช้สื่อทุกคนยึดถือจริยธรรมในการทำข่าวกรณีถ้ำหลวง หลังจากที่ทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำแล้ว ดังนี้
1. ขอเรียกร้องให้นักข่าว ทั้งนักข่าวที่สังกัดองค์กรสื่อ นักข่าวอิสระ และเพจ/นักข่าวออนไลน์ (“นักข่าว”) ใช้ความระมัดระวังในการรายงานข่าว ดังนี้
1.1 ไม่กีดขวาง หรือเป็นอุปสรรคใดๆต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการช่วยเหลือ นำส่งโรงพยาบาล และส่งกลับบ้าน โดยทางที่ดีที่สุด คือการไม่พยายามเข้าไปทำข่าวใดๆโดยตรงกับเด็กๆและโค้ช ในช่วงแรกที่เด็กๆออกมาได้ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ (ศอร.)
1.2 เมื่อได้รับอนุญาตจากศอร. ขอให้นักข่าวทำข่าวด้วยความระมัดระวัง ไม่กระทำการใดที่อาจเป็นการหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสิทธิ หรือเพิ่มความเครียดต่อเด็กๆและโค้ช โดยเฉพาะกับเด็ก เช่น การใช้คำถามที่กดดัน คำถามเชิงลบ คำถามที่อาจทำให้ผู้ตอบรู้สึกผิด คำถามเชิงจับผิด คำถามที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำถามที่เน้นความสะเทือนใจ คำถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว คำถามที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล คำถามเชิงอิทธิฤทธิ์หรืออาถรรพ์ แต่ควรใช้คำถามเชิงบวก คำพูดเชิงให้กำลังใจ และไม่ควรใช้เวลานานมากเกินไปจนเป็นการรบกวน
1.3 ขณะที่อยู่ที่โรงพยาบาล นักข่าวจะต้องไม่ทำข่าวโดยและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ และไม่ละเมิดสิทธิผู้ป่วยคนอื่นๆ เช่นการกีดขวาง หรือใช้เสียง แสงสว่างทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล
1.4 ในการติดตามรายงานข่าวหลังจากที่เด็กๆและโค้ชกลับสู่บ้าน นักข่าวจะต้องไม่ทำข่าวที่เป็นการรบกวนต่อการดำเนินชีวิตของทีมหมูป่า เช่นการจอดรถเฝ้าถ่ายภาพ ถ่ายวีดิโอหน้าบ้าน หน้าโรงเรียนเป็นระยะเวลานานเกินสมควร และไม่รบกวนในยามวิกาล
1.5 ในการติดตามสัมภาษณ์เด็กๆหลังจากกลับบ้าน นักข่าวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิเด็ก ตาม พรบ. คุ้มครองเด็ก และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็ก และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ขององค์การสหประชาชาติ โดยเด็กต้องได้รับความคุ้มครองจากการเผยแพร่ข้อมูลของเด็กหรือผู้ปกครองที่อาจเกิดความเสียหายใดๆได้ โดยหลีกเลี่ยงคำถามตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 1.2 และไม่ติดตามทำข่าวนี้ต่อเนื่องยาวนาน “เกินพอดี” จนเกิดผลกระทบต่อการปรับตัวในการใช้ชีวิตของเด็กๆและโค้ช
2. ขอเรียกร้องให้ “บรรณาธิการ” และ “ผู้บริหาร” องค์กรสื่อต่างๆ สั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเป็นทางการ ให้นักข่าวในข้อ 1 ได้ปฏิบัติตามแนวทางในข้อ 1.1-1.5 โดยให้ความเชื่อมั่นว่า องค์กรสื่อจะให้การสนับสนุนในแนวทางดังกล่าว และมองเห็นความปลอดภัยและสวัสดิภาพของทีมหมูป่าสำคัญเหนือกว่าการได้ข่าวหรือภาพมาอย่างผิดจริยธรรม และหากมีการกระทำใดที่ผิดจริยธรรมในข้อดังกล่าวข้างต้น องค์กรสื่อจะมีการพิจารณาโทษทางวินัย และองค์กรสื่อจะรับผิดชอบหากเกิดความผิดพลาดขึ้น
3. ขอเรียกร้องให้องค์กรต่างๆ แสดงเจตนารมณ์และจุดยืนที่ต้องการที่จะเห็นการทำข่าวกรณีถ้ำหลวงอย่างเหมาะสมตามจริยธรรมสื่อตามแนวทางข้างต้น รวมทั้งบริษัทเอกชน แบรนด์ต่างๆ ที่จะพิจารณาไม่สนับสนุนสื่อที่กระทำการละเมิดจริยธรรมสื่อที่ดี
4. ขอเรียกร้องให้ผู้ใช้สื่อทุกคน แสดงจุดยืนที่จะไม่สนับสนุนสื่อที่กระทำการละเมิดจริยธรรมสื่อ ด้วยการไม่กดไลค์ ไม่แชร์โพสต์ของสื่อนั้น เลิกติดตาม (unsubscribe) และไม่สนับสนุนสินค้าที่ลงโฆษณากับสื่อที่ละเมิดจริยธรรมสื่อ
รวมทั้งขอเรียกร้องให้ผู้ใช้สื่อมีความระมัดระวังข้อมูลในโลกออนไลน์ ไม่แชร์ข่าวที่ไม่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และไม่โพสต์ ไม่แชร์ข่าวที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเด็กๆและโค้ช หรือเป็นการคุกคาม กลั่นแกล้งออนไลน์ (cyberbullying) ด้วย
8 กรกฎาคม 2561
กลุ่มประชาชนเรียกร้องจริยธรรมสื่อ
ประเด็นรณรงค์
พวกเราในนาม “กลุ่มประชาชนเรียกร้องจริยธรรมสื่อ” ผู้มีรายชื่อต่อท้ายด้านล่างนี้ ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชน สื่อออนไลน์ รวมทั้งผู้ใช้สื่อทุกคนยึดถือจริยธรรมในการทำข่าวกรณีถ้ำหลวง หลังจากที่ทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำแล้ว ดังนี้
1. ขอเรียกร้องให้นักข่าว ทั้งนักข่าวที่สังกัดองค์กรสื่อ นักข่าวอิสระ และเพจ/นักข่าวออนไลน์ (“นักข่าว”) ใช้ความระมัดระวังในการรายงานข่าว ดังนี้
1.1 ไม่กีดขวาง หรือเป็นอุปสรรคใดๆต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการช่วยเหลือ นำส่งโรงพยาบาล และส่งกลับบ้าน โดยทางที่ดีที่สุด คือการไม่พยายามเข้าไปทำข่าวใดๆโดยตรงกับเด็กๆและโค้ช ในช่วงแรกที่เด็กๆออกมาได้ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ (ศอร.)
1.2 เมื่อได้รับอนุญาตจากศอร. ขอให้นักข่าวทำข่าวด้วยความระมัดระวัง ไม่กระทำการใดที่อาจเป็นการหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสิทธิ หรือเพิ่มความเครียดต่อเด็กๆและโค้ช โดยเฉพาะกับเด็ก เช่น การใช้คำถามที่กดดัน คำถามเชิงลบ คำถามที่อาจทำให้ผู้ตอบรู้สึกผิด คำถามเชิงจับผิด คำถามที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำถามที่เน้นความสะเทือนใจ คำถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว คำถามที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล คำถามเชิงอิทธิฤทธิ์หรืออาถรรพ์ แต่ควรใช้คำถามเชิงบวก คำพูดเชิงให้กำลังใจ และไม่ควรใช้เวลานานมากเกินไปจนเป็นการรบกวน
1.3 ขณะที่อยู่ที่โรงพยาบาล นักข่าวจะต้องไม่ทำข่าวโดยและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ และไม่ละเมิดสิทธิผู้ป่วยคนอื่นๆ เช่นการกีดขวาง หรือใช้เสียง แสงสว่างทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล
1.4 ในการติดตามรายงานข่าวหลังจากที่เด็กๆและโค้ชกลับสู่บ้าน นักข่าวจะต้องไม่ทำข่าวที่เป็นการรบกวนต่อการดำเนินชีวิตของทีมหมูป่า เช่นการจอดรถเฝ้าถ่ายภาพ ถ่ายวีดิโอหน้าบ้าน หน้าโรงเรียนเป็นระยะเวลานานเกินสมควร และไม่รบกวนในยามวิกาล
1.5 ในการติดตามสัมภาษณ์เด็กๆหลังจากกลับบ้าน นักข่าวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิเด็ก ตาม พรบ. คุ้มครองเด็ก และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็ก และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ขององค์การสหประชาชาติ โดยเด็กต้องได้รับความคุ้มครองจากการเผยแพร่ข้อมูลของเด็กหรือผู้ปกครองที่อาจเกิดความเสียหายใดๆได้ โดยหลีกเลี่ยงคำถามตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 1.2 และไม่ติดตามทำข่าวนี้ต่อเนื่องยาวนาน “เกินพอดี” จนเกิดผลกระทบต่อการปรับตัวในการใช้ชีวิตของเด็กๆและโค้ช
2. ขอเรียกร้องให้ “บรรณาธิการ” และ “ผู้บริหาร” องค์กรสื่อต่างๆ สั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเป็นทางการ ให้นักข่าวในข้อ 1 ได้ปฏิบัติตามแนวทางในข้อ 1.1-1.5 โดยให้ความเชื่อมั่นว่า องค์กรสื่อจะให้การสนับสนุนในแนวทางดังกล่าว และมองเห็นความปลอดภัยและสวัสดิภาพของทีมหมูป่าสำคัญเหนือกว่าการได้ข่าวหรือภาพมาอย่างผิดจริยธรรม และหากมีการกระทำใดที่ผิดจริยธรรมในข้อดังกล่าวข้างต้น องค์กรสื่อจะมีการพิจารณาโทษทางวินัย และองค์กรสื่อจะรับผิดชอบหากเกิดความผิดพลาดขึ้น
3. ขอเรียกร้องให้องค์กรต่างๆ แสดงเจตนารมณ์และจุดยืนที่ต้องการที่จะเห็นการทำข่าวกรณีถ้ำหลวงอย่างเหมาะสมตามจริยธรรมสื่อตามแนวทางข้างต้น รวมทั้งบริษัทเอกชน แบรนด์ต่างๆ ที่จะพิจารณาไม่สนับสนุนสื่อที่กระทำการละเมิดจริยธรรมสื่อที่ดี
4. ขอเรียกร้องให้ผู้ใช้สื่อทุกคน แสดงจุดยืนที่จะไม่สนับสนุนสื่อที่กระทำการละเมิดจริยธรรมสื่อ ด้วยการไม่กดไลค์ ไม่แชร์โพสต์ของสื่อนั้น เลิกติดตาม (unsubscribe) และไม่สนับสนุนสินค้าที่ลงโฆษณากับสื่อที่ละเมิดจริยธรรมสื่อ
รวมทั้งขอเรียกร้องให้ผู้ใช้สื่อมีความระมัดระวังข้อมูลในโลกออนไลน์ ไม่แชร์ข่าวที่ไม่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และไม่โพสต์ ไม่แชร์ข่าวที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเด็กๆและโค้ช หรือเป็นการคุกคาม กลั่นแกล้งออนไลน์ (cyberbullying) ด้วย
8 กรกฎาคม 2561
กลุ่มประชาชนเรียกร้องจริยธรรมสื่อ
ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 แล้ว