Petition Closed

Stop ruining Koh phayam with the green energy from Korea company

เรื่อง ร้องขอความช่วยเหลือตรวจสอบการกว้านซื้อที่ดิน ของบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า บนพื้นที่ ต.เกาะพยาม เนื่องด้วยเกาะพยามเป็นเกาะที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 16.60 ตารางกิโลเมตร เป็นตำบลหนึ่งของจังหวัดระนอง ประชากรประมาณ 400 ครัวเรือนพื้นที่ส่วนใหญ่ทำการเกษตร ได้แก่ สวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพารา และบนเกาะพยามพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. ชาวบ้านมีอาชีพเสริมคือการทำรีสอร์ทและบังกะโล สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะเข้ามาในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคมเนื่องจากเกาะพยามเป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ สงบ มีนกเงือกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บนเกาะพยามไม่มีรถยนต์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น มีเพียงจักรยานยนต์และจักรยานเท่านั้น ทุกวันที่ 10 ของทุกๆเดือนจะมีการประชุมหมู่บ้านชาวเกาะพยามและเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้มาประชุมตามปกติ และบุคคลบางกลุ่มได้นำคณะวิชาการและผู้บริหารของบริษัท  IFCT Green plus ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เช่น กังหันลมและพลังงานแสงแดดและพลังงานคลื่น ซึ่งเป็นโครงการที่จะมีงบประมาณการลงทุนประมาณ 450 ล้านบาทในเบื้องต้น โดยแจ้งใช้พื้นที่ประมาณ 30 ไร่ แต่ ณ วันนี้มีการติดต่อขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านไว้ประมาณเกือบ 200 ไร่และยังคงต้องการเพิ่มอีกและบริษัทจะทำโครงการผลิตไฟฟ้า ข้าพเจ้าได้ติดตามเหตุการณ์นี้มาโดยตลอด และมีข้อสงสัยว่ากังหันลมและโซล่าเซลต้องการพื้นที่ ที่ใหญ่มากต้องใช้พื้นที่ในการตัดต้นไม้จำนวนเท่าไหร่และเมื่อติดตั้งแล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับมลพิษทางเสียงที่จะเกิดขึ้นตลอด 24 ช.ม. อีกทั้งใบพัดกังหันลมยังสามารถทำลายนกและสัตว์ที่อยู่รอบๆและจะต้องติดกังหันกี่ตัวเพราะเกาะพยามเป็นเกาะกลางทะเลมีลมเข้ามาทุกทิศทางหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และบริษัทไอเฟคกรีนพลัส ได้นำผู้บริหารของบริษัท LG ในประเทศไทยมาด้วยเพราะเป็นการร่วมทุนกัน ข้าพเจ้ามองว่าอนาคตของเกาะพยามจะต้องตกสู่นายทุน อีกทั้งมลพิษทางเสียงจะทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก ชาวบ้านเองก็จะอยู่ไม่ได้ต้องอพยพขายที่ดินในราคาถูกให้กับนายทุน ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงปัญหานี้เพราะกังหันลมเป็นสิ่งใหม่ ในประเทศไทยก็มีไม่กี่แห่ง และกรุณาเข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ก่อนที่มีการดำเนินการซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2559 และทางบริษัทได้แจ้งกับชาวบ้านว่าสามารถจองมิเตอร์ไฟฟ้า โดยให้ชาวบ้านนำบัตรประชาชนและเงินค่าจองมิเตอร์คนละ 500 บาท และจะมีการจับรางวัลต่างๆมูลค่าของรางวัลต่างๆจำนวน 500,000 บาท โดยโครงการนี้ยังไม่เริ่มดำเนินการก่อสร้างใดใดทั้งสิ้น เพื่อให้โครงการนี้มีความโปร่งใส ไม่ก่อเกิดความเสียหายต่อธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชนประชาชนชาวเกาะพยาม. และเสียสิทธ์ในการใช้ไฟฟ้าจากรัฐฯ Koh Phayam is a very small Island, about 16.6 km2. The population consists of about 400 families. Most of the villagers are cashew nut gardeners and rubber tree cutters. The second largest occupation is tourism (resorts, guesthouses and restaurants). There are no cars on the Island, only motorbikes. As a result the air on the Island is very clean. Koh Phayam has a big jungle and a perfect nature. You can see thousands of birds, among them the Hornbill, everywhere on the Island. Now a big change for Koh Phayams wildlife and people is coming. The IFCT Green Plus from South Korea has plans for major projects on the Island. They will make an electric factory from wind, wave and sun. They plan on constructing massive wind turbines, a huge solar farm and a coral threatening wave power generator. We on Koh Phayam are in favour of power alternatives to an over reliance on generators but all three parts of this proposal will cause tremendous destruction to local wildlife, the local environment and in turn our relationship with this land we call our home. It’s not green energy if it’s killing hundreds if not thousands of our wonderfully diverse species of bird and bat life. The statistics for the impact on bird life and bat life from wind farm turbines alone is undeniably horrendous! This would of course include genuine threat to our Hornbill and Sea Eagle population not to mention the hundreds of species of songbirds. The benefits of a 450 million Baht plus investment for such a small community like Koh Phayam will be negligible.  There will not be a 6 Baht a unit pricing structure with this solution.   These constructions will have a dramatic effect on the wildlife, waters and coral reefs on and around the Island. Koh Phayams attractiveness for tourism will disappear. This will be a problem, not only for the wildlife, but for the people living on the Island as well. Our lives on our home island will be irreversibly changed.  Forever.

This petition was delivered to:
  • สิ่งแวดล้อม
  • เทคโนโลยี


    เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม started this petition with a single signature, and now has 638 supporters. Start a petition today to change something you care about.