

สอบสวนการทำงานของทีมข่าวกรณีเหตุกราดยิงที่จังหวัดเพชรบุรี
ประเด็นรณรงค์
เนื่องจากในวันที่ 22 มีนาคม 2566 เกิดเหตุชายวัย 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องคดียาเสพติด ก่อเหตุกราดยิงแบบไม่เจาะจงเป้าหมายที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเพชรบุรี เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 ราย (ข้อมูลในขณะที่เขียน) อันถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่ส่งผลทางจิตใจต่อสาธารณะนั้น
ได้ปรากฏว่า ผู้สื่อข่าวและเพจสื่อออนไลน์ของข่าวช่อง 8 ได้ทำการถ่ายทอดสดปฏิบัติการปิดล้อมผู้ก่อเหตุของเจ้าหน้าที่ รวมถึงรายงานความคืบหน้าด้านต่าง ๆ อันอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และนอกจากนี้ ยังมีการสัมภาษณ์สมาชิกครอบครัวของหนึ่งในผู้เสียชีวิต รวมถึงเพื่อนผู้เสียชีวิต โดยช่อง 8, เนชั่นทีวี, อมรินทร์ทีวี และท็อปนิวส์ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมตั้งคำถามต่อการทำงานของสื่อมวลชน นับตั้งแต่การเสียชีวิตของปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เมื่อปี 2559, ปฏิบัติการกู้ภัยผู้ประสบภัยติดถ้ำที่จังหวัดเชียงรายเมื่อปี 2561, เหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อปี 2563, การเสียชีวิตของนิดา พัชรวีระพงษ์ และเหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภูเมื่อปี 2565, และเหตุกราดยิงที่จังหวัดเพชรบุรีในวันนี้ จรรยาบรรณและความน่าเชื่อถือของสื่อในการรายงานข่าวและสถานการณ์ร้ายแรงก็เป็นที่กังขาของสาธารณชน
ท่ามกลางเทคโนโลยีที่มีความรวดเร็วและทั่วถึงแต่เต็มไปด้วยกระแสข่าวลวง การตรวจสอบสื่อจึงถือเป็นหนึ่งในหน้าที่พลเมือง เพราะสื่อเป็นกลไกสำคัญของสังคมที่จะสามารถรับรู้และส่งต่อข้อมูลที่มีความถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนผู้รับสารเกิดความตระหนักรู้และเข้าใจถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในสังคม อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์องค์ความรู้ในอนาคตได้
ทั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีสื่อสำนักอื่นที่นำเสนอข่าวในลักษณะเดียวกัน ก็ขอให้มีการตรวจสอบด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างบรรทัดฐานสื่อให้มีความชัดเจน
ทั้งนี้ ท่านสามารถร้องเรียนจริยธรรมสื่อได้โดยตรงที่
https://complain.presscouncil.or.th/complaint.php
ประเด็นรณรงค์
เนื่องจากในวันที่ 22 มีนาคม 2566 เกิดเหตุชายวัย 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องคดียาเสพติด ก่อเหตุกราดยิงแบบไม่เจาะจงเป้าหมายที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเพชรบุรี เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 ราย (ข้อมูลในขณะที่เขียน) อันถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่ส่งผลทางจิตใจต่อสาธารณะนั้น
ได้ปรากฏว่า ผู้สื่อข่าวและเพจสื่อออนไลน์ของข่าวช่อง 8 ได้ทำการถ่ายทอดสดปฏิบัติการปิดล้อมผู้ก่อเหตุของเจ้าหน้าที่ รวมถึงรายงานความคืบหน้าด้านต่าง ๆ อันอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และนอกจากนี้ ยังมีการสัมภาษณ์สมาชิกครอบครัวของหนึ่งในผู้เสียชีวิต รวมถึงเพื่อนผู้เสียชีวิต โดยช่อง 8, เนชั่นทีวี, อมรินทร์ทีวี และท็อปนิวส์ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมตั้งคำถามต่อการทำงานของสื่อมวลชน นับตั้งแต่การเสียชีวิตของปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เมื่อปี 2559, ปฏิบัติการกู้ภัยผู้ประสบภัยติดถ้ำที่จังหวัดเชียงรายเมื่อปี 2561, เหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อปี 2563, การเสียชีวิตของนิดา พัชรวีระพงษ์ และเหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภูเมื่อปี 2565, และเหตุกราดยิงที่จังหวัดเพชรบุรีในวันนี้ จรรยาบรรณและความน่าเชื่อถือของสื่อในการรายงานข่าวและสถานการณ์ร้ายแรงก็เป็นที่กังขาของสาธารณชน
ท่ามกลางเทคโนโลยีที่มีความรวดเร็วและทั่วถึงแต่เต็มไปด้วยกระแสข่าวลวง การตรวจสอบสื่อจึงถือเป็นหนึ่งในหน้าที่พลเมือง เพราะสื่อเป็นกลไกสำคัญของสังคมที่จะสามารถรับรู้และส่งต่อข้อมูลที่มีความถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนผู้รับสารเกิดความตระหนักรู้และเข้าใจถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในสังคม อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์องค์ความรู้ในอนาคตได้
ทั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีสื่อสำนักอื่นที่นำเสนอข่าวในลักษณะเดียวกัน ก็ขอให้มีการตรวจสอบด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างบรรทัดฐานสื่อให้มีความชัดเจน
ทั้งนี้ ท่านสามารถร้องเรียนจริยธรรมสื่อได้โดยตรงที่
https://complain.presscouncil.or.th/complaint.php
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 22 มีนาคม ค.ศ. 2023 แล้ว