ขอให้อภิปราย และไม่อนุมัติพระราชกำหนดโอนฯ ของกองทัพไปเป็นส่วนราชการในพระองค์


ขอให้อภิปราย และไม่อนุมัติพระราชกำหนดโอนฯ ของกองทัพไปเป็นส่วนราชการในพระองค์
ประเด็นรณรงค์
จดหมายเปิดผนึกถึงผู้แทนราษฎร
( ได้โปรดช่วยกันแชร์ให้ไปถึงทุกพรรคการเมือง)
.
เรียน ผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง
.
เรื่อง ขอให้เปิดการอภิปรายและลงมติไม่อนุมัติพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562
.
ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 มีผลให้อัตรากาลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ไปเป็นของ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ และมีกำหนดบรรจุในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ ) ในวันที่ 17ตุลาคม 2562 นั้น
.
กระผมในฐานะของพลเมืองไทยขอเรียนต่อท่านว่า พระราชกำหนดดังกล่าวขัดต่อรัธรรมนูญและขัดต่อหลักการในระบอบประชาธิปไตยดังนี้
.
1. ในแง่รูปแบบ พระราชกำหนดดังกล่าวมิใช่กฎหมายที่เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจของประเทศหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ และมิใช่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ การตราพระราชกำหนดดังกล่าวของรัฐบาลจึงขัดกับมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
.
2. ในแง่เนื้อหา การโอนหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เป็นกองกำลังทางทหารไปเป็นหน่วยราชการในพระองค์และขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ เป็นการขยายพระราชอำนาจทางการทหารของสถาบันกษัตริย์จนเกิดขอบเขตของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งการถวายความปลอดภัยต่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์รวมทั้งการบริหารหน่วยงานดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอันจะสามารถตรวจสอบถ่วงดุลโดยรัฐสภาและศาล การโอนอัตารากำลังพลของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ไปขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์จึงขัดกับหลักการในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างชัดเจน
.
ฉะนั้น ขอให้ท่านในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทยทำหน้าที่เปิดอภิปรายและได้โปรดมีมติไม่อนุมัติกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้กฎหมายนั้นเป็นอันตกไป
.
อนึ่ง ขอให้กำลังใจในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ในการใช้สิทธิและเสรีภาพแทนปวงชนชาวไทย เพราะหากแม้แต่สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนปวงชนไร้ซึ่งเสรีภาพในการทำหน้าที่แล้ว บรรดาประชาชนพลเมืองไฉนเลยจะมีสิทธิเสรีภาพได้ ขอให้ท่านรักษาความศักดิ์สิทธิของรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยให้สมภาคภูมิและสมเกียรติแห่งการเป็นผู้แทนราษฎรให้ถึงที่สุดด้วย
.
เชื่อมั่นและศรัทธา
อานนท์ นำภา
ประเด็นรณรงค์
จดหมายเปิดผนึกถึงผู้แทนราษฎร
( ได้โปรดช่วยกันแชร์ให้ไปถึงทุกพรรคการเมือง)
.
เรียน ผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง
.
เรื่อง ขอให้เปิดการอภิปรายและลงมติไม่อนุมัติพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562
.
ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 มีผลให้อัตรากาลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ไปเป็นของ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ และมีกำหนดบรรจุในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ ) ในวันที่ 17ตุลาคม 2562 นั้น
.
กระผมในฐานะของพลเมืองไทยขอเรียนต่อท่านว่า พระราชกำหนดดังกล่าวขัดต่อรัธรรมนูญและขัดต่อหลักการในระบอบประชาธิปไตยดังนี้
.
1. ในแง่รูปแบบ พระราชกำหนดดังกล่าวมิใช่กฎหมายที่เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจของประเทศหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ และมิใช่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ การตราพระราชกำหนดดังกล่าวของรัฐบาลจึงขัดกับมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
.
2. ในแง่เนื้อหา การโอนหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เป็นกองกำลังทางทหารไปเป็นหน่วยราชการในพระองค์และขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ เป็นการขยายพระราชอำนาจทางการทหารของสถาบันกษัตริย์จนเกิดขอบเขตของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งการถวายความปลอดภัยต่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์รวมทั้งการบริหารหน่วยงานดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอันจะสามารถตรวจสอบถ่วงดุลโดยรัฐสภาและศาล การโอนอัตารากำลังพลของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ไปขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์จึงขัดกับหลักการในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างชัดเจน
.
ฉะนั้น ขอให้ท่านในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทยทำหน้าที่เปิดอภิปรายและได้โปรดมีมติไม่อนุมัติกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้กฎหมายนั้นเป็นอันตกไป
.
อนึ่ง ขอให้กำลังใจในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ในการใช้สิทธิและเสรีภาพแทนปวงชนชาวไทย เพราะหากแม้แต่สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนปวงชนไร้ซึ่งเสรีภาพในการทำหน้าที่แล้ว บรรดาประชาชนพลเมืองไฉนเลยจะมีสิทธิเสรีภาพได้ ขอให้ท่านรักษาความศักดิ์สิทธิของรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยให้สมภาคภูมิและสมเกียรติแห่งการเป็นผู้แทนราษฎรให้ถึงที่สุดด้วย
.
เชื่อมั่นและศรัทธา
อานนท์ นำภา
ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 15 ตุลาคม ค.ศ. 2019 แล้ว