Petition Closed

ร่วมลงชื่อให้ "ป่าแม่วงก์" เป็นมรดกโลก

23,068
Supporters

ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2525 "กรมชลประทาน" ได้ริเริ่ม โครงการเขื่อนแม่วงก์ ขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัย และเป็นแหล่งน้ำช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซากให้แก่คนในพื้นที่ โดยตัวเขื่อนจะสร้างกั้นแม่น้ำแม่วงก์บริเวณเขาสบกก ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว มีความยาว 730 เมตร กว้าง 10 เมตร สูง 57 เมตร มีพื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ 13,000 ไร่ ปริมาณกักเก็บน้ำประมาณ 250 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เมื่อมีการศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้โครงการไม่ได้รับความเห็นชอบ แม้โครงการจะถูกคัดค้านไปแล้ว แต่กลับถูกยื่นเสนอเรื่องขึ้นมาอีกครั้งในรัฐบาลต่อมา 

ทุกคนคงสงสัยว่าทำไมการสร้างเขื่อนถึงถูกคัดค้าน ทั้งที่จะสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ชุมชน การคำนวณพื้นที่ป่าที่จะสูญเสียไป เมื่อคำนวณเป็นปริมาณคาร์บอนที่ต้นไม้สามารถดูดซับไว้ได้นั้น หากมีการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ประเทศไทยจะสูญเสียพื้นที่ที่สามารถดูดซับคาร์บอนได้ประมาณ 10,400 ตันคาร์บอน

ในปัจจุบันประเทศไทยเหลือป่าในพื้นที่ราบอยู่น้อยมาก จากการสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พบว่าป่าที่นักการเมืองกล่าวอ้างว่าเป็นป่าใหม่มีอายุไม่ถึง 30 ปีมีอยู่เพียงไม่กี่พันไร่ แต่ป่าด้านในเป็นป่าไม้ที่สมบูรณ์มาก และในการสร้างเขื่อน ต้องทำการตัดไม้ออกจากพื้นที่ให้มากที่สุดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย น่าสนใจว่าไม้ขนาดใหญ่ (ซึ่งรวมถึงต้นสักซึ่งมีมูลค่าสูง) จะตกเป็นผลประโยชน์ของใคร?

จากเว็บไซด์ของกรมชลประทาน ปริมาณน้ำที่ท่วมภาคกลางเมื่อปลายปี 2554 มีถึง 16,000 ล้าน ลบ.ม. (ตัวเลขจาก ศปภ.) น้ำที่กักเก็บได้ทั้งหมดของเขื่อนแม่วงก์จึงคิดเป็นเพียงแค่ 2% ของปริมาณน้ำที่ท่วมที่ราบลุ่มภาคกลางในช่วงปลายปี 2554 เขื่อนแม่วงก์จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคกลางได้เพียง 1% นอกจากนั้นแม้แต่พื้นที่ใกล้เคียง เช่น อ.ลาดยาว เขื่อนแม่วงก์ก็ช่วยเรื่องน้ำท่วมนํ้าหลากได้เพียง 25% เนื่องจากน้ำที่ท่วมอ.ลาดยาวจริงๆแล้วมาจากหลายสาย และเป็นน้ำไหลบ่าจากทุ่ง ไม่ใช่จากน้ำแม่วงก์สายเดียว

รายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม(EIA) ทั้ง 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2538, 2541, 2545 และ 2547 ไม่เคยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบุให้กรมชลประทานไปหาวิธีจัดการน้ำแบบบูรณาการมากกว่าสร้าง เขื่อนขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนรายงานการศึกษาฉบับที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน มีมูลค่าวงเงินตามสัญญา ประมาณ 15 ล้านบาท ก็มีแนวโน้มไม่โปร่งใส เนื่องจากมีการลัดขั้นตอน ตัดลดจำนวนการลงพื้นที่สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพบางรายการ 

นอกจากนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังได้มีหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่าโครงการเขื่อนแม่วงก์ขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะพิจารณาให้ดำเนินการได้ เมื่อข้อมูลที่รัฐบาลให้มา จึงทำให้เกิดข้อสงสัย ทั้งยังมีผลการสำรวจมากมายที่ชี้ให้เห็นว่าเขื่อนแม่วงก์ไม่สามารถใช้งานได้ตามที่กล่าวอ้างมาและยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง แล้วเราจะยังต้องการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไปเพื่ออะไร? ติดตามข้อมูลรายละเอียด และความพิเศษของป่าแม่วงก์ได้ที่ https://www.facebook.com/ForRESTsLIFE/

This petition was delivered to:
  • รัฐบาล


    For Rest's LIFE started this petition with a single signature, and now has 23,068 supporters. Start a petition today to change something you care about.