ยืนยันการรณรงค์ได้ประสบความสำเร็จ

ร่วมลงชื่อแสดงประชามติปกป้องเกาะแห่งชีวิต

การรณรงค์ที่เกิดได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน16,968คน


สวัสดีครับทุกคน หลังจากที่เราได้ร่วมรณรงค์คัดค้านการขุดเจาะน้ำมันใกล้ชายฝั่ง  www.change.org/save3island มานานนับปี ในที่สุดชาวบ้านหมู่เกาะแห่งชีวิต ทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่าและ หมู่เกาะอ่างทอง ก็ได้รับข่าวดีว่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)ประกาศไม่เห็นชอบ รายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) ของ บริษัทซาลามานเดอร์แล้ว  

ผลดังกล่าวทำให้บริษัทฯไม่สามารถขุดเจาะน้ำมันใกล้ชายฝั่งหมู่เกาะแห่งชีวิตได้  ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเพราะทางเครือข่ายฯทำงานกันอย่างเต็มที่ในการติดตามตรวจสอบเรื่องนี้มาโดยตลอด รวมทั้งผู้ร่วมลงชื่อทุกคนที่ได้ช่วยทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสาธารณะจนเกิดการตรวจสอบโดยสื่อและประชาชนในวงกว้าง

อ่าวไทยชั้นในมีความอุดมสมบูรณ์มากและเป็นแหล่งอาหารทะเลที่สำคัญของประเทศ  เป็นพื้นที่ที่ต้องได้รับการอนุรักษ์รักษาไม่ให้เสี่ยงต่อการรั่วไหลของน้ำมัน จึงเป็นเหตุผลที่เราได้ออกมารณรงค์ให้ย้ายการขุดเจาะออกไปจากชายฝั่งในระยะที่ปลอดภัยจนประสบความในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ตามกติกาการทำ EIA บริษัทสามารถทำข้อเสนอเข้ามาใหม่ได้ แต่ทางชุมชนก็พร้อม โดยหลังจากนี้ทางชุมชนของพวกเราเองก็จะทำการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเป็นข้อมูลของชุมชน (Community Health Impact Assessment: CHIA)ในการคัดค้านการขุดเจาะน้ำมันใกล้ชายฝั่งต่อไป

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของทุกท่าน และอยากเชิญชวนให้ร่วมติดตามต่อไป เพื่อช่วยกันปกป้องอ่าวไทยชั้นในจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน

อานนท์ วาทยานนท์

 

update: 30/7/56

เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วที่กำลังกลืนกินหาดทรายหมู่เกาะเสม็ด และกำลังคืบคลานเข้ามาที่ชายฝั่งระยอง น่าจะเป็นบทเรียนที่เตือนสติให้กับหลายๆคน เป็นการตอกย้ำว่าที่เรารณรงค์คัดค้านการขุดเจาะน้ำมันใกล้ชายฝั่งเป็นเรื่องที่จำเป็น

กระทรวงพลังงาน บริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาขุดสำรวจ และ โดยเฉพาะ ปตท ควรจะคิดได้ว่าเรื่องที่ชาวบ้านกังวลเป็นเรื่องที่มีเหตุผล และไม่ควรเอาผลประโยชน์ที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปแลกกับความเสียหายมหาศาลกับสิ่งแวดล้อม

ตอนนี้คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เห็นภาพใหญ่ว่าความเสียหายจะยังมีอีกมหาศาล เพราะถูกซ่อนอยู่ในประชาสัมพันธ์ที่บอกว่าสามารถจัดการได้ แต่จริงๆแล้วปัญหาเพิ่งเริ่มต้น เพราะน้ำมันที่รั่วออกมาจะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล คุณภาพน้ำ การปนเปื้อนต่อผิวดินและห่วงโซ่อาหาร

ถ้าเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ เกิดขึ้นในอ่าวไทย โดยเฉพาะพื้นที่สมุย ซึ่งกำลังมีการขุดสำรวจในขณะนี้ จะมีผลกระทบที่กว้างกว่าและความเสียหายจะมีมูลค่ามากมายมหาศาล เพราะ

 

- ขนาดของโครงการใหญ่กว่ามาก 
- สมุยรวมทั้งหมู่เกาะใกล้เคียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก 
- อ่าวไทยยังเป็นแหล่งอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์ เพราะเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำ และเป็นที่วางไข่ของปลาหลายชนิด

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ให้เข้ามามีส่วนร่วมช่วยกันคัดค้านการขุดเจาะน้ำมันชายฝั่งที่สมุยอีกครั้ง เพื่อปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ร่วมกันเรียกร้องให้ ย้ายการขุดเจาะออกไปจากชายฝั่งในระยะที่ปลอดภัยเพื่อให้สัตว์น้ำวัยอ่อนโดยเฉพาะปลาทูไม่ถูกกระทบ 

โดยสถานการณ์ล่าสุด ทั้งซาลามานเดอร์ ปตท สผ และ CEC ได้เดินหน้าขุดเจาะสำรวจน้ำมันแล้ว ซึ่งปัญหาที่สำคัญเรากลัวว่าหลังสำรวจไปแล้ว เขาจะเดินหน้าผลิตทันที เพราะเขาอ้างว่ามีเอกสารยืนยันการผ่านการประเมินสิ่งแวดล้อมแล้ว 

ชาวบ้านในพื้นที่จะเดินหน้ารณรงค์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเห็นภัยที่จะตามมา อีกทั้งจะมีการหารือกับเครือข่ายการคัดค้านการขุดเจาะน้ำมันใกล้ชายฝั่งอ่าวไทยทั้งหมด เพราะอาจจะต้องมีการฟ้องศาลปกครองให้ยับยั้งโครงการนี้อีกครั้ง แต่ ทั้งหมดนี้ เราทำเพียงลำพังไม่ได้ เราต้องการความช่วยเหลือจากคนไทยทุกคน ร่วมกันลงชื่อและสนับสนุนพวกเราครับ 

--- End --- 

การรณรงค์ของคุณและอีก 6,000 คนทั่วประเทศที่ได้ร่วมกับชาวสมุยและหมู่เกาะใกล้เคียงเพื่อเรียกร้องยับยั้งการขุดเจาะน้ำมันรอบเกาะและชายฝั่ง สำเร็จไปอีกขั้นเมื่อ  คณะกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องทุจริตฯ วุฒิสภา และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน  เตรียมร่วมประกาศเจตนารมณ์พร้อมกับชาวบ้านว่าจะตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมเรื่องนี้อย่างเต็มที่ วันพุธที่ 22  พ.ค.นี้ 

พวกเราชาวสมุยร่วมกับเจ้าของธุรกิจโรงแรมต่างๆจากทั่วทั้งเกาะได้รณรงค์เรื่องนี้กันอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 1เดือน และด้วยแรงสนับสนุนจากพลังเสียงและพลังคลิกเพื่อหยุดยั้งโครงการนี้ของทุกคนทำให้เรื่องใหญ่ของคนสมุยกลายเป็นเรื่องใหญ่ของคนทั่วประเทศ 

ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ เฝ้าติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จนพวกเรามั่นใจว่าไม่ได้ต่อสู้เรื่องนี้แต่เพียงลำพังแต่มีพลังของคุณทุกคนคอยสนับสนุน พวกเราจึงได้ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการดังกล่าวถึงรมว.พลังงาน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีความชัดเจน  และทางบริษัทซาลามานเดอร์ ,CEC และ ปตท. สผ. ยังเตรียมการขุดเจาะน้ำมันต่อไป 

การลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นของทั้ง 2 หน่วยงาน เป็นการตอกย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับคนในพื้นที่และคนไทยทั้งประเทศ 

บริษัทเหล่านี้ตั้งใจจะขุดเจาะน้ำมันตั้งแต่เดือนเม.ย. 2556 ที่ผ่านมา แต่ต้องหยุดไปเพราะการคัดค้านของพวกเรา  ดังนั้นพวกเราต้องเดินหน้าต่อไป  โดยจะรวบรวมรายชื่อให้ครบ 10,000 คน และจะกำหนดวันเพื่อยื่นรายชื่อถึงบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการแสดงพลังกดดันร่วมกันเพื่อให้พวกเขาย้ายการขุดเจาะน้ำมันออกจากรอบเกาะและชายฝั่งโดยเร็วที่สุด

ดังนั้น  ผมขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันบอกต่อเพื่อนๆ และคนที่ท่านรู้จักเพื่อให้มีการลงชื่อให้ครบ 10,000  คนให้เร็วที่สุด 

------------

ผมทำงานโรงแรมอยู่บนเกาะสมุยมาเกือบ 10ปีแล้วครับ จริงๆผมเป็นคนนนทบุรี แต่สมุยตอนนี้เหมือนเป็นบ้านที่สองของผม ชีวิตที่ผมมีอยู่มีกินได้ก็เพราะที่นี่

ผมจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้พบปะพูดคุยกับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ หลายคนมาเที่ยวสมุยเกือบทุกปี พวกเขาชอบเกาะสมุยของเรามาก ชอบในความเป็นธรรมชาติ ความสวยงาม วิถีไทยเป็นสิ่งที่เขาไม่มี และตามหา

พื้นที่ชายฝั่งเกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า และหมู่เกาะอ่างทอง เป็นฐานทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ต่ำกว่า 20,000 – 30,000 ล้านบาททุกปี เป็นรายได้ที่มีการกระจายไปยังชุมชน 

พื้นที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญต่อความมั่งคงทางอาหารของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งเนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดและอนุบาลสัตว์น้ำ อย่างเช่นปลาทู ซึ่งเป็นปลาคู่ครัวของคนไทย

แต่ในช่วงเดือนเมษายนนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ปตท.สผ. , ซาลามานเดอร์ และ CEC กำลังเตรียมการจะเข้ามาขุดเจาะสำรวจน้ำมันในบริเวณดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริง ชาวสมุยและหมู่เกาะใกล้เคียงมั่นใจว่า เครื่องมือขุดเจาะ รวมทั้งความเป็นไปได้ที่น้ำมันอาจรั่วไหล จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งวงจรชีวิตของสัตว์ทะเลซึ่งอาศัยบริเวณชายฝั่่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และเติบโต 

ชาวสมุยภายใต้ชื่อ เครือข่ายปกป้องเกาะแห่งชีวิต รวมตัวกันได้นานกว่าสองปีและทำงานกันอย่างหนักมาในช่วงที่ผ่านมา สามารถชลอการขุดเจาะไปได้หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ต้องพบกับอุปสรรคที่ใหญ่หลวง สิ่งที่เราต้องการคือ ให้ย้ายการขุดเจาะออกไปจากชายฝั่งในระยะที่ปลอดภัยเพื่อให้สัตว์น้ำวัยอ่อนโดยเฉพาะปลาทูไม่ถูกกระทบ ในขณะเดียวกันก็เป็นการรับประกันความอยู่รอดของอุทยานทางทะเลชายฝั่งต่างๆ 

ผมในฐานะที่เป็นคนสมุยอีกหนึ่งคนอยากเชิญชวนทุกคนร่วมลงชื่อ และบอกต่อคนอื่นๆ เพราะการที่มีคนรู้เรื่องนี้มากเท่าไหร่ ปัญหาก็จะไม่ใช่เป็นเรื่องของชาวสมุยและหมู่เกาะใกล้เคียงเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นปัญหาที่ประชาชนทั่วประเทศต้องการเห็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม 

ผมยังจะนำรายชื่อทั้งหมดของทุกคนไปมอบให้ เครือข่ายปกป้องเกาะแห่งชีวิต เพื่อยื่นต่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

English Summary Provided by Change.org 

Danai Thongsin, together with local Samui Island residents, tourists and expatriates have started a campaign on Change.org calling on the Ministry of Energy to suspend coastal offshore drilling around Angthong National Marine Park, as well as Samui, Phag-Nga and Tao islands until the project is moved into deeper waters.

They believe that the project, soon to start in late April by the likes of petroleum giants PTT, will expose wildlife to the threat of oil spills and cause havoc to the marine environment destroying the island’s multimillion tourism industry and the livelihoods of thousands of fishing communities.

Over the past two years, concerned residents have been able to successfully fight off various coastal drilling projects in rich ocean fishing ground but this is their fiercest battle yet.

Mr Danai and the Save Samui, Phan-Nga and Tao network will hand over all signatures to relevant agencies and companies next month.



Save Samui, Phan-Nga and Tao กำลังรอให้คุณช่วย

Save Samui, Phan-Nga and Tao network อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«ร่วมลงชื่อแสดงประชามติปกป้องเกาะแห่งชีวิต» คุณสามารถร่วมกับ Save Samui, Phan-Nga and Tao และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 16,967 คน ได้แล้วตอนนี้เลย