ปฏิรูปตำรวจ อัยการต้องมีอำนาจตรวจสอบคดีตั้งแต่เกิดเหตุ

ประเด็นรณรงค์

               ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่เรื่อง  ความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีแต่จะร้ายแรงสร้างความแตกแยกกันมากขึ้นทุกวัน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะคนยากจน ได้พบเห็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นต่อตนเองและญาติพี่น้องรวมทั้งผู้เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา

               พนักงานสอบสวนส่วนใหญ่ทำกันเพียงลงบันทึกประจำเป็นหลักฐานหลอกประชาชนไว้  “ไม่ยอมออกเลขคดี” เพื่อที่จะได้ไม่มีบุคคลหรือหน่วยงานใดสามารถตรวจสอบได้ว่า การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่!

อัยการไทยก็ ถูกกฎหมายปิดตา ให้พิจารณาเฉพาะพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน

ผู้ต้องหามีพยานหลักฐานอะไรในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน อัยการก็ไม่รู้?

มีหลักฐาน พอฟ้อง ก็  “สั่งฟ้องไป” ตามหน้าที่ เป็นวิธีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายสิบปี!

ไม่ต้องมีความมั่นใจว่าผู้ต้องหานั้นกระทำผิดและสามารถพิสูจน์ให้ศาลลงโทษได้อย่างแน่นอนเหมือนประเทศที่เจริญทั่วโลกแต่อย่างใด?

งานสอบสวนไทย คือ งานไสยศาสตร์ ????

                 ปัญหากระบวนการปัจจุบัน เมื่อเกิดเหตุ ตำรวจรับรู้ฝ่ายเดียว ตำรวจทำหน้าที่สอบสวน ส่งคดีให้อัยการ ซึ่งอัยการสามารถสอบสวนเพิ่มเติมได้แต่เฉพาะที่ปรากฎในสำนวนเท่านั้น เพราะอัยการไม่ได้ไปลงพื้นที่ตั้งแต่แรกจึงทราบแค่เพียงสำนวนที่ตำรวจส่งให้เท่านั้น

                 ดังนั้นเพื่อเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศ

                                              ขอเสนอให้แก้ไขกฎหมาย

       อัยการต้องมีอำนาจตรวจสอบ (Check) ควบคุมการสอบสวนคดีตั้งแต่เกิดเหตุ

                            คดีที่มีโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป หรือ เมื่อมีการร้องเรียน

ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุ ต้องแจ้งอัยการทราบอัยการต้องไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมตำรวจ

และควบคุมการสอบสวน เมื่อรวบรวมหลักฐานครบถ้วน ชัดเจน จึงส่งฟ้อง

การสอบปากคำบุคคลต้องมีความเป็นวิทยาศาสตร์ บันทึกภาพและเสียง แทน "การสอบสวนแบบไสยศาสตร์"  ถามและจดบันทึกในกระดาษที่มีความคาดเคลื่อนมากอย่างยิ่งในปัจจุบัน

avatar of the starter
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตรผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 2,802 คน

ประเด็นรณรงค์

               ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่เรื่อง  ความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีแต่จะร้ายแรงสร้างความแตกแยกกันมากขึ้นทุกวัน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะคนยากจน ได้พบเห็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นต่อตนเองและญาติพี่น้องรวมทั้งผู้เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา

               พนักงานสอบสวนส่วนใหญ่ทำกันเพียงลงบันทึกประจำเป็นหลักฐานหลอกประชาชนไว้  “ไม่ยอมออกเลขคดี” เพื่อที่จะได้ไม่มีบุคคลหรือหน่วยงานใดสามารถตรวจสอบได้ว่า การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่!

อัยการไทยก็ ถูกกฎหมายปิดตา ให้พิจารณาเฉพาะพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน

ผู้ต้องหามีพยานหลักฐานอะไรในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน อัยการก็ไม่รู้?

มีหลักฐาน พอฟ้อง ก็  “สั่งฟ้องไป” ตามหน้าที่ เป็นวิธีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายสิบปี!

ไม่ต้องมีความมั่นใจว่าผู้ต้องหานั้นกระทำผิดและสามารถพิสูจน์ให้ศาลลงโทษได้อย่างแน่นอนเหมือนประเทศที่เจริญทั่วโลกแต่อย่างใด?

งานสอบสวนไทย คือ งานไสยศาสตร์ ????

                 ปัญหากระบวนการปัจจุบัน เมื่อเกิดเหตุ ตำรวจรับรู้ฝ่ายเดียว ตำรวจทำหน้าที่สอบสวน ส่งคดีให้อัยการ ซึ่งอัยการสามารถสอบสวนเพิ่มเติมได้แต่เฉพาะที่ปรากฎในสำนวนเท่านั้น เพราะอัยการไม่ได้ไปลงพื้นที่ตั้งแต่แรกจึงทราบแค่เพียงสำนวนที่ตำรวจส่งให้เท่านั้น

                 ดังนั้นเพื่อเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศ

                                              ขอเสนอให้แก้ไขกฎหมาย

       อัยการต้องมีอำนาจตรวจสอบ (Check) ควบคุมการสอบสวนคดีตั้งแต่เกิดเหตุ

                            คดีที่มีโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป หรือ เมื่อมีการร้องเรียน

ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุ ต้องแจ้งอัยการทราบอัยการต้องไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมตำรวจ

และควบคุมการสอบสวน เมื่อรวบรวมหลักฐานครบถ้วน ชัดเจน จึงส่งฟ้อง

การสอบปากคำบุคคลต้องมีความเป็นวิทยาศาสตร์ บันทึกภาพและเสียง แทน "การสอบสวนแบบไสยศาสตร์"  ถามและจดบันทึกในกระดาษที่มีความคาดเคลื่อนมากอย่างยิ่งในปัจจุบัน

avatar of the starter
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตรผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 4 มิถุนายน ค.ศ. 2019 แล้ว