จัดให้บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งถูกกฏหมายภายใต้การควบคุมของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ทั้งทางด้านการควบคุมการนำเข้า การผลิต และการจัดเก็บภาษี

ประเด็นรณรงค์

สำหรับผู้เสพติดนิโคติน มีความต้องการที่จะรับสารนิโคตินเข้าร่างกายซึ่งปกติทำโดยการสูบบุหรี่จริง ซึ่งมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างแน่นอน ต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังไม่มีงานวิจัยที่พบว่ามีอันตรายต่อสุขภาพ หรือมีกลิ่น/ควันรบกวนผู้อื่น เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสและทางเลือกสำหรับผู้เสพติดนิโคติน ควรจัดให้บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งถูกกฏหมายภายใต้การควบคุมของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ทั้งทางด้านการควบคุมการนำเข้า การผลิต และการจัดเก็บภาษี  

ข่าวสารที่ท่านเคยได้รับมาจากสื่อมวลชนด้านต่าง ๆ อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด การประโคมข่าวทางโซเชียลมีเดียมีผลชวนเชื่อได้สูงและทำให้ผู้ได้รับข่าวสารเกิดความรู้สึกที่เป็นลบต่อบุหรี่ไฟฟ้า หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าเบื้องต้น สามารถหาข้อมูลได้จากอินเทอร์เน็ท หรือ กลุ่มของเฟซบุ๊คซึ่งเน้นการโพสท์ข้อมูลที่เป็นกลางและให้ข้อมูลโดยรวมของบุหรี่ไฟฟ้า

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผู้เสพติดนิโคติน
ผู้ที่ติดสารนิโคตินหรือโดยทั่วไปคือผู้ติดบุหรี่นั้น เสพติดสารนิโคตินและทำให้ต้องเสพเข้าร่างกายอยู่อย่างสม่ำเสมอโดยการสูบบุหรี่ โดยที่สารนิโคตินนั้นแทบไม่มีผลเสียต่อร่างกาย และในหลาย ๆ แง่มีผลใกล้เคียงกับสารคาเฟอีนในกาแฟอย่างมาก แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ นิโคตินสามารถส่งผลให้เกิดการเสพติดได้มากกว่า แต่การสูบบุหรี่ตามปกตินั้น จะต้องทำการจุดไฟเผาใบพืชที่มีนิโคตินเป็นส่วนประกอบ ซึ่งผลที่ตามมาคือเกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายจำนวนมากถึง 4000 กว่าชนิดตามที่ทราบกัน

เมื่อเปรียบเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งน้ำยาของบุหรี่ไฟฟ้า จะมีส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่างคือ 1. นิโคติน 2. PG (Propylene glycol)  และ VG (Vegetable gycerin) ซึ่งเป็นสิ่งถูกกฏหมายและเป็นส่วนประกอบปกติที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยาและเครื่องสำอางค์ 3. สารปรุงแต่งกลิ่น ซึ่งหากเปรียบเทียบกันกับบุหรี่ปกติ จะเห็นได้ว่าไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกทั้งไม่มีควันที่จะสร้างความรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่นเนื่องจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นจะระเหยเป็นไอน้ำ ไม่ใช่ควันไฟ อย่างไรก็ดี ทุกคนยังต้องการการวิจัยที่เป็นการทางและเชื่อถือได้ของผลกระทบในระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ จากความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ใช้งานในฐานะผู้บริโภค เห็นควรที่จะให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแลในด้านของความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งทางด้านมาตรฐานการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ความปลอดภัยของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข) ความเป็นไปได้ในการหาซื้อและจัดจำหน่าย (กรมสรรพสามิตรและกรมศุลกากร) เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ มีทางเลือกในการที่จะลดอันตรายต่อร่างกายตนเองและบุคคลรอบข้างจากควันบุหรี่ และมีทางเลือกในการเลิกการเสพติดสารนิโคติน

อีกทั้งแนะนำให้พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้าแยกกรณีจาก บารากุไฟฟ้า เพื่อให้มีความชัดเจนในการพิจารณา

* เนื่องจากไม่พบอีเมล์ขององค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน จึงอาจขออนุญาตนำข้อความของผู้ร่วมลงชื่อออกเผยแพร่แก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจอีกครั้งในภายหลัง

avatar of the starter
สันติภาพ เปลี่ยนโชติผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 8,733 คน

ประเด็นรณรงค์

สำหรับผู้เสพติดนิโคติน มีความต้องการที่จะรับสารนิโคตินเข้าร่างกายซึ่งปกติทำโดยการสูบบุหรี่จริง ซึ่งมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างแน่นอน ต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังไม่มีงานวิจัยที่พบว่ามีอันตรายต่อสุขภาพ หรือมีกลิ่น/ควันรบกวนผู้อื่น เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสและทางเลือกสำหรับผู้เสพติดนิโคติน ควรจัดให้บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งถูกกฏหมายภายใต้การควบคุมของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ทั้งทางด้านการควบคุมการนำเข้า การผลิต และการจัดเก็บภาษี  

ข่าวสารที่ท่านเคยได้รับมาจากสื่อมวลชนด้านต่าง ๆ อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด การประโคมข่าวทางโซเชียลมีเดียมีผลชวนเชื่อได้สูงและทำให้ผู้ได้รับข่าวสารเกิดความรู้สึกที่เป็นลบต่อบุหรี่ไฟฟ้า หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าเบื้องต้น สามารถหาข้อมูลได้จากอินเทอร์เน็ท หรือ กลุ่มของเฟซบุ๊คซึ่งเน้นการโพสท์ข้อมูลที่เป็นกลางและให้ข้อมูลโดยรวมของบุหรี่ไฟฟ้า

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผู้เสพติดนิโคติน
ผู้ที่ติดสารนิโคตินหรือโดยทั่วไปคือผู้ติดบุหรี่นั้น เสพติดสารนิโคตินและทำให้ต้องเสพเข้าร่างกายอยู่อย่างสม่ำเสมอโดยการสูบบุหรี่ โดยที่สารนิโคตินนั้นแทบไม่มีผลเสียต่อร่างกาย และในหลาย ๆ แง่มีผลใกล้เคียงกับสารคาเฟอีนในกาแฟอย่างมาก แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ นิโคตินสามารถส่งผลให้เกิดการเสพติดได้มากกว่า แต่การสูบบุหรี่ตามปกตินั้น จะต้องทำการจุดไฟเผาใบพืชที่มีนิโคตินเป็นส่วนประกอบ ซึ่งผลที่ตามมาคือเกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายจำนวนมากถึง 4000 กว่าชนิดตามที่ทราบกัน

เมื่อเปรียบเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งน้ำยาของบุหรี่ไฟฟ้า จะมีส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่างคือ 1. นิโคติน 2. PG (Propylene glycol)  และ VG (Vegetable gycerin) ซึ่งเป็นสิ่งถูกกฏหมายและเป็นส่วนประกอบปกติที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยาและเครื่องสำอางค์ 3. สารปรุงแต่งกลิ่น ซึ่งหากเปรียบเทียบกันกับบุหรี่ปกติ จะเห็นได้ว่าไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกทั้งไม่มีควันที่จะสร้างความรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่นเนื่องจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นจะระเหยเป็นไอน้ำ ไม่ใช่ควันไฟ อย่างไรก็ดี ทุกคนยังต้องการการวิจัยที่เป็นการทางและเชื่อถือได้ของผลกระทบในระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ จากความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ใช้งานในฐานะผู้บริโภค เห็นควรที่จะให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแลในด้านของความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งทางด้านมาตรฐานการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ความปลอดภัยของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข) ความเป็นไปได้ในการหาซื้อและจัดจำหน่าย (กรมสรรพสามิตรและกรมศุลกากร) เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ มีทางเลือกในการที่จะลดอันตรายต่อร่างกายตนเองและบุคคลรอบข้างจากควันบุหรี่ และมีทางเลือกในการเลิกการเสพติดสารนิโคติน

อีกทั้งแนะนำให้พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้าแยกกรณีจาก บารากุไฟฟ้า เพื่อให้มีความชัดเจนในการพิจารณา

* เนื่องจากไม่พบอีเมล์ขององค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน จึงอาจขออนุญาตนำข้อความของผู้ร่วมลงชื่อออกเผยแพร่แก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจอีกครั้งในภายหลัง

avatar of the starter
สันติภาพ เปลี่ยนโชติผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข
นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข
เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์