ยกระดับ "คดีนอมินี" เป็น "คดีความมั่นคง" – หยุดต่างชาติยึดแผ่นดินและเศรษฐกิจคนไทย

ผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุด:
สุพิศ คำเพ็ง และคนอื่นๆ อีก 19 คนได้ร่วมลงชื่อเมื่อเร็วๆ นี้

ประเด็นรณรงค์

เรียน ท่านนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ในขณะที่เรากำลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว แต่ในมุมมืดของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง "เกาะพะงัน" และอีกหลายจังหวัดทั่วไทย กำลังเกิดวิกฤตการณ์ "รุกรานทางอธิปไตยเศรษฐกิจ" ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

เราพบเครือข่ายทุนต่างชาติแฝงตัวผ่าน "นอมินี" (Nominee) หรือการจ้างคนไทยถือหุ้นบังหน้า เพื่อเข้าครอบครองที่ดิน ตั้งธุรกิจวงปิด (Closed-Loop Economy) ที่เงินไม่เคยไหลเข้าถึงมือคนท้องถิ่น และสร้าง "สังคมขนาน" ที่คนไทยกลายเป็นคนนอกในบ้านตัวเอง

 

ทำไมกฎหมายปัจจุบันถึงเอาไม่อยู่? พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษปรับสูงสุดเพียง 1 ล้านบาท สำหรับกลุ่มทุนข้ามชาติ เงินจำนวนนี้คือ "ค่าตั๋ว" ที่ถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับกำไรมหาศาล พวกเขาจึงไม่เกรงกลัว และยังคงเดินหน้ายึดพื้นที่ทำกินของคนไทยไปเรื่อยๆ

 

ข้อเรียกร้องของพวกเรา: เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ทันที:

 

  1.  ยกระดับความผิดฐานนอมินีเป็น "คดีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ": เพื่อให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานความมั่นคงมีอำนาจเต็มในการจัดการ

  2. ใช้กฎหมายฟอกเงิน "สั่งยึดทรัพย์" ทันที: ทำให้ความผิดฐานนอมินีเป็นความผิดมูลฐานของกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้อำนาจ ปปง. อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของทั้งกลุ่มทุนและ "นอมินีคนไทย" ที่ขายชาติ

  3. เช็กบิล "นอมินีอาชีพ": ตรวจสอบและถอนใบอนุญาตสำนักงานกฎหมายและบัญชีที่เป็นตัวกลางจดทะเบียนอำพราง พร้อมดำเนินคดีอาญา มาตรา 137 แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานอย่างเด็ดขาด


นี่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่นี่คือการรักษา "แผ่นดินเกิด" ไว้ให้ลูกหลานไทย หากเราไม่หยุดตอนนี้ อนาคตที่ทำกินและทรัพยากรของชาติจะตกไปอยู่ในมือกลุ่มทุนเทาอย่างถาวร

ร่วมลงชื่อกับพวกเรา เพื่อส่งเสียงถึงรัฐบาลว่า "คนไทยจะไม่ยอมเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ใครอีกต่อไป!"

 

📊 ข้อมูลสนับสนุนแคมเปญ (Fact Sheets)


1. สถิติ "นอมินีปริ่มน้ำ" (97% ของบริษัทร่วมทุน)

ข้อมูล: จากบริษัทที่มีต่างชาติร่วมทุนทั่วประเทศไทยกว่า 121,096 แห่ง พบว่ามีถึง 117,496 แห่ง (หรือ 97%) ที่ใช้โครงสร้างการถือหุ้นแบบคนไทยถือมากกว่า 50% เพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้สัญชาติไทย

Insight: ตัวเลข 97% นี้สะท้อนว่าธุรกิจเกือบทั้งหมดที่ต่างชาติเข้ามาทำในไทย เลือกใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อเลี่ยง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งเป็น "ที่ซ่อนตัว" ชั้นดีของนอมินี


2. มูลค่าความเสียหายหลัก "หมื่นล้าน"

ข้อมูล: สถิติการกวาดล้างนอมินีล่าสุด (ปี 2568-2569) รัฐบาลตรวจพบและจับกุมไปแล้วกว่า 820 คดี สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 12,495 ล้านบาท

Insight: นี่ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ แต่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ดึงเงินออกจากระบบภาษีและทำลายผู้ประกอบการไทยโดยตรง


3. พื้นที่ "สีแดง" (พุ่งเป้า 12 จังหวัดเสี่ยง)

ข้อมูล: กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี (พะงัน-สมุย), ภูเก็ต, เชียงใหม่, ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ

Insight: การที่สุราษฎร์ธานีติดอันดับต้นๆ ยืนยันว่า "พะงันโมเดล" ที่นำเสนอไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์การยึดเมืองของทุนต่างชาติ


4. ระบบ "นอมินีอาชีพ" (Professional Nominees)

ข้อมูล: ตรวจพบกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติการณ์เชื่อมโยงกันกว่า 300 นิติบุคคล ที่ถูกส่งเรื่องให้ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินคดี

Insight: คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นกลุ่มสำนักงานกฎหมายและบัญชีที่ "รับจ้างเปิดบริษัทบังหน้า" เป็นอุตสาหกรรม ซึ่งระเบียบเดิมจัดการไม่ได้ผล

 

🚩 สิ่งที่เกิดขึ้นจริง (The Ground Reality)

  1. การแย่งอาชีพคนไทย: ต่างชาติเข้ามาเปิดร้านอาหาร ก่อสร้าง ค้าปลีก และขับรถรับจ้าง ผ่านบริษัทนอมินี ทำให้คนพื้นที่ดั้งเดิมสู้ต้นทุนและเครือข่ายไม่ได้จนต้องปิดตัวลง

  2. สังคมขนาน (Parallel Society): เกิดชุมชนปิดที่ใช้ภาษาต่างชาติ มีระบบการศึกษาและบริการของตนเอง เงินหมุนเวียนเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน ไม่กระจายสู่ท้องถิ่น

  3. ค่าปรับที่แสนถูก: กฎหมายปัจจุบันปรับแค่ 1 แสน - 1 ล้านบาท ซึ่งทุนต่างชาติมองว่าเป็นแค่ "ค่าตั๋ว" (Cost of Doing Business) เขาพร้อมจ่ายแล้วทำต่อทันที

 

หลายท่านถามเข้ามาว่าเราต้องการกี่ชื่อ... ผมขอตั้งเป้าที่ 100,000 รายชื่อ ครับ!  


ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขลอยๆ แต่มันคือ 'ฉันทามติมหาชน' ที่จะบอกรัฐบาลว่าคนไทยนับแสนไม่ยอมรับเรื่องนี้อีกต่อไป! เมื่อไหร่ที่เราแตะแสนชื่อ เสียงของเราจะดังพอที่นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานความมั่นคงต้องฟัง และผมจะรวบรวมพลังของทุกคนไปยื่นถึงมือผู้มีอำนาจด้วยตัวเอง


หนึ่งชื่อของท่าน + หนึ่งการแชร์ คือการช่วยรักษาที่ดินทำกินให้ลูกหลานไทยครับ


ช่วยกันพาเราไปให้ถึงเป้าหมายนี้ เพื่อศักดิ์ศรีและอนาคตของคนไทยทุกคนครับ!  

avatar of the starter
Natt Mongkolnavinผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์40 ปลายๆ | กับชีวิต 8 ปี ในอเมริกา | ขอเป็นหนึ่งเสียงที่ชวน 'มองข้อมูลด้วยสติ' และรักในคุณค่าของแผ่นดินไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม #ภูมิคุ้มกันทางความคิด

1,315

ผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุด:
สุพิศ คำเพ็ง และคนอื่นๆ อีก 19 คนได้ร่วมลงชื่อเมื่อเร็วๆ นี้

ประเด็นรณรงค์

เรียน ท่านนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ในขณะที่เรากำลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว แต่ในมุมมืดของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง "เกาะพะงัน" และอีกหลายจังหวัดทั่วไทย กำลังเกิดวิกฤตการณ์ "รุกรานทางอธิปไตยเศรษฐกิจ" ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

เราพบเครือข่ายทุนต่างชาติแฝงตัวผ่าน "นอมินี" (Nominee) หรือการจ้างคนไทยถือหุ้นบังหน้า เพื่อเข้าครอบครองที่ดิน ตั้งธุรกิจวงปิด (Closed-Loop Economy) ที่เงินไม่เคยไหลเข้าถึงมือคนท้องถิ่น และสร้าง "สังคมขนาน" ที่คนไทยกลายเป็นคนนอกในบ้านตัวเอง

 

ทำไมกฎหมายปัจจุบันถึงเอาไม่อยู่? พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษปรับสูงสุดเพียง 1 ล้านบาท สำหรับกลุ่มทุนข้ามชาติ เงินจำนวนนี้คือ "ค่าตั๋ว" ที่ถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับกำไรมหาศาล พวกเขาจึงไม่เกรงกลัว และยังคงเดินหน้ายึดพื้นที่ทำกินของคนไทยไปเรื่อยๆ

 

ข้อเรียกร้องของพวกเรา: เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ทันที:

 

  1.  ยกระดับความผิดฐานนอมินีเป็น "คดีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ": เพื่อให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานความมั่นคงมีอำนาจเต็มในการจัดการ

  2. ใช้กฎหมายฟอกเงิน "สั่งยึดทรัพย์" ทันที: ทำให้ความผิดฐานนอมินีเป็นความผิดมูลฐานของกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้อำนาจ ปปง. อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของทั้งกลุ่มทุนและ "นอมินีคนไทย" ที่ขายชาติ

  3. เช็กบิล "นอมินีอาชีพ": ตรวจสอบและถอนใบอนุญาตสำนักงานกฎหมายและบัญชีที่เป็นตัวกลางจดทะเบียนอำพราง พร้อมดำเนินคดีอาญา มาตรา 137 แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานอย่างเด็ดขาด


นี่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่นี่คือการรักษา "แผ่นดินเกิด" ไว้ให้ลูกหลานไทย หากเราไม่หยุดตอนนี้ อนาคตที่ทำกินและทรัพยากรของชาติจะตกไปอยู่ในมือกลุ่มทุนเทาอย่างถาวร

ร่วมลงชื่อกับพวกเรา เพื่อส่งเสียงถึงรัฐบาลว่า "คนไทยจะไม่ยอมเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ใครอีกต่อไป!"

 

📊 ข้อมูลสนับสนุนแคมเปญ (Fact Sheets)


1. สถิติ "นอมินีปริ่มน้ำ" (97% ของบริษัทร่วมทุน)

ข้อมูล: จากบริษัทที่มีต่างชาติร่วมทุนทั่วประเทศไทยกว่า 121,096 แห่ง พบว่ามีถึง 117,496 แห่ง (หรือ 97%) ที่ใช้โครงสร้างการถือหุ้นแบบคนไทยถือมากกว่า 50% เพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้สัญชาติไทย

Insight: ตัวเลข 97% นี้สะท้อนว่าธุรกิจเกือบทั้งหมดที่ต่างชาติเข้ามาทำในไทย เลือกใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อเลี่ยง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งเป็น "ที่ซ่อนตัว" ชั้นดีของนอมินี


2. มูลค่าความเสียหายหลัก "หมื่นล้าน"

ข้อมูล: สถิติการกวาดล้างนอมินีล่าสุด (ปี 2568-2569) รัฐบาลตรวจพบและจับกุมไปแล้วกว่า 820 คดี สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 12,495 ล้านบาท

Insight: นี่ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ แต่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ดึงเงินออกจากระบบภาษีและทำลายผู้ประกอบการไทยโดยตรง


3. พื้นที่ "สีแดง" (พุ่งเป้า 12 จังหวัดเสี่ยง)

ข้อมูล: กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี (พะงัน-สมุย), ภูเก็ต, เชียงใหม่, ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ

Insight: การที่สุราษฎร์ธานีติดอันดับต้นๆ ยืนยันว่า "พะงันโมเดล" ที่นำเสนอไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์การยึดเมืองของทุนต่างชาติ


4. ระบบ "นอมินีอาชีพ" (Professional Nominees)

ข้อมูล: ตรวจพบกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติการณ์เชื่อมโยงกันกว่า 300 นิติบุคคล ที่ถูกส่งเรื่องให้ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินคดี

Insight: คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นกลุ่มสำนักงานกฎหมายและบัญชีที่ "รับจ้างเปิดบริษัทบังหน้า" เป็นอุตสาหกรรม ซึ่งระเบียบเดิมจัดการไม่ได้ผล

 

🚩 สิ่งที่เกิดขึ้นจริง (The Ground Reality)

  1. การแย่งอาชีพคนไทย: ต่างชาติเข้ามาเปิดร้านอาหาร ก่อสร้าง ค้าปลีก และขับรถรับจ้าง ผ่านบริษัทนอมินี ทำให้คนพื้นที่ดั้งเดิมสู้ต้นทุนและเครือข่ายไม่ได้จนต้องปิดตัวลง

  2. สังคมขนาน (Parallel Society): เกิดชุมชนปิดที่ใช้ภาษาต่างชาติ มีระบบการศึกษาและบริการของตนเอง เงินหมุนเวียนเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน ไม่กระจายสู่ท้องถิ่น

  3. ค่าปรับที่แสนถูก: กฎหมายปัจจุบันปรับแค่ 1 แสน - 1 ล้านบาท ซึ่งทุนต่างชาติมองว่าเป็นแค่ "ค่าตั๋ว" (Cost of Doing Business) เขาพร้อมจ่ายแล้วทำต่อทันที

 

หลายท่านถามเข้ามาว่าเราต้องการกี่ชื่อ... ผมขอตั้งเป้าที่ 100,000 รายชื่อ ครับ!  


ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขลอยๆ แต่มันคือ 'ฉันทามติมหาชน' ที่จะบอกรัฐบาลว่าคนไทยนับแสนไม่ยอมรับเรื่องนี้อีกต่อไป! เมื่อไหร่ที่เราแตะแสนชื่อ เสียงของเราจะดังพอที่นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานความมั่นคงต้องฟัง และผมจะรวบรวมพลังของทุกคนไปยื่นถึงมือผู้มีอำนาจด้วยตัวเอง


หนึ่งชื่อของท่าน + หนึ่งการแชร์ คือการช่วยรักษาที่ดินทำกินให้ลูกหลานไทยครับ


ช่วยกันพาเราไปให้ถึงเป้าหมายนี้ เพื่อศักดิ์ศรีและอนาคตของคนไทยทุกคนครับ!  

avatar of the starter
Natt Mongkolnavinผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์40 ปลายๆ | กับชีวิต 8 ปี ในอเมริกา | ขอเป็นหนึ่งเสียงที่ชวน 'มองข้อมูลด้วยสติ' และรักในคุณค่าของแผ่นดินไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม #ภูมิคุ้มกันทางความคิด

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
นายกรัฐมนตรี (ในฐานะประธาน สมช. และ กนป.)
นายกรัฐมนตรี (ในฐานะประธาน สมช. และ กนป.)

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์