

50,000 รายชื่อยุติโครงการระเบิดแก่ง ปกป้องผืนดินไทย รักษาระบบนิเวศมรดกทางธรรมชาติ
ประเด็นรณรงค์
ขอรวบรวมรายชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อช่วยปกป้องแม่น้ำโขง
ยกเลิกมติครม. 27 ธันวาคม 2559 เพื่อ ยุติโครงการระเบิดแก่ง ปกป้องระบบนิเวศมรดกทางธรรมชาติของโลกเราสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยการขนส่งอื่นได้ แต่เราสร้างแม่น้ำโขงไม่ได้
แม่น้ำโขง แม่น้ำสายสำคัญอันดับ 12 ของโลกที่อุดมไปด้วยความหลายทางชีวภาพ อันเป็นบ้านของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 430 ชนิดพันธุ์ สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอีกกว่า 800 ชนิดพันธุ์ นกกว่า 1,200 ชนิดพันธุ์ ปลากว่า 1,100 ชนิดพันธุ์ และพันธุ์พืชอีกกว่า 20,000 ชนิดพันธุ์ และมีการค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆในภูมินี้ทุกปี ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำจึงทำให้มีชุมชนและคนกว่า 60 ล้านคนที่ได้พึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในการดำรงชีวิต
ในประเทศไทย ประชาชนอาศัยอยู่ริมฝั่งโขงหลายสิบล้านคนใน 8 จังหวัด ที่พึ่งพาความอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านอาหาร การเกษตรริมฝั่งโขง การสัญจร การค้าขายทางเรือ ชายแดน ระบบประปาเพื่ออุปโภคและการเกษตร หลายสิบปีที่ผ่านมาการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่บนต้นแม่น้ำโขงกว่า 6 แห่ง เปลี่ยนแปลงและทำลายระบบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแม่น้ำโขง โดยเฉพาะปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงช่วงฤดูแล้ง
เป็นที่รู้กันดีว่า หน้าแล้ง “เขื่อนของจีนจะปล่อยน้ำให้เรือจีนขนสินค้า” ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหน้าแล้งตลอดสายน้ำโขงกว่า 964 กิโลเมตร ชายแดนไทย-ลาว ได้ไหลหลากท่วมแปลงผักบนหาด บนดอน พัดพาเอาเครื่องมือประมงของชาวบ้านหายไปกับสายน้ำ เรือหาปลาและเครื่องสูบน้ำประปาหมู่บ้านต้องจมน้ำ ดังที่เป็นข่าวใหญ่อยู่ทุกปี และขณะนี้รัฐก็ยังไม่มีมาตรการใดๆที่ช่วยเหลือเยียวยาแต่อย่างใด
ยิ่งเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ค.ศ. 2015 – 2025 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง และการดำเนินงานเบื้องต้น (งานศึกษาสำรวจออกแบบ) รวมทั้งเห็นชอบให้กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานปฏิบัติและประสานงาน
ทำให้พวกเราเกิดความกังวลใจอย่างยิ่งว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของรัฐบาลจะนำไปสู่การระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขง โดยเฉพาะแก่งคอนผีหลง และแก่งอื่นๆ ในแม่น้ำโขง อีกหลายแห่งที่สำคัญและมีระบบนิเวศที่ซับซ้อนในเขตพรมแดนไทย-ลาว ดังที่เคยมีการระเบิดออกแล้วจำนวน 11 แก่ง ในเขตพรมแดน จีน –พม่า –ลาว เพื่อเปิดทางให้เรือขนสินค้าขนาด 500 ตัน ล่องไปส่งสินค้ายังหลวงพระหลวงพระบาง
เราเชื่อว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจการค้าขายชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ขยาย สะดวและรวดเร็วมากขึ้นด้วย ถนน R3A, AH 13 และสะพานมิตรจำนวน 4 แห่ง จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการค้าขายจากการเดินเรือขนาดใหญ่เช่นโครงการนี้
พวกเราประชาชนกว่า 50,000 8o และเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติและยกเลิกมติครม.เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 อันจะไปนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงให้ “แม่น้ำโขงกลายเป็นคลอง” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทย ปกป้องระบบนิเวศอันทรงคุณค่าของภูมิภาค และมีความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกเพื่อให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของลูกหลานสืบไป
การพัฒนาแม่น้ำโขงต้องเคารพและคงธรรมชาติ ฟังเสียงประชาชน
เพราะ! แม่น้ำโขงคือแม่ของพวกเรา
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงhttps://www.facebook.com/Stopxayaburidam/photos/a.322752301152407.77945.322738997820404/1251666551594306/?type=3&theater

ประเด็นรณรงค์
ขอรวบรวมรายชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อช่วยปกป้องแม่น้ำโขง
ยกเลิกมติครม. 27 ธันวาคม 2559 เพื่อ ยุติโครงการระเบิดแก่ง ปกป้องระบบนิเวศมรดกทางธรรมชาติของโลกเราสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยการขนส่งอื่นได้ แต่เราสร้างแม่น้ำโขงไม่ได้
แม่น้ำโขง แม่น้ำสายสำคัญอันดับ 12 ของโลกที่อุดมไปด้วยความหลายทางชีวภาพ อันเป็นบ้านของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 430 ชนิดพันธุ์ สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอีกกว่า 800 ชนิดพันธุ์ นกกว่า 1,200 ชนิดพันธุ์ ปลากว่า 1,100 ชนิดพันธุ์ และพันธุ์พืชอีกกว่า 20,000 ชนิดพันธุ์ และมีการค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆในภูมินี้ทุกปี ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำจึงทำให้มีชุมชนและคนกว่า 60 ล้านคนที่ได้พึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในการดำรงชีวิต
ในประเทศไทย ประชาชนอาศัยอยู่ริมฝั่งโขงหลายสิบล้านคนใน 8 จังหวัด ที่พึ่งพาความอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านอาหาร การเกษตรริมฝั่งโขง การสัญจร การค้าขายทางเรือ ชายแดน ระบบประปาเพื่ออุปโภคและการเกษตร หลายสิบปีที่ผ่านมาการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่บนต้นแม่น้ำโขงกว่า 6 แห่ง เปลี่ยนแปลงและทำลายระบบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแม่น้ำโขง โดยเฉพาะปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงช่วงฤดูแล้ง
เป็นที่รู้กันดีว่า หน้าแล้ง “เขื่อนของจีนจะปล่อยน้ำให้เรือจีนขนสินค้า” ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหน้าแล้งตลอดสายน้ำโขงกว่า 964 กิโลเมตร ชายแดนไทย-ลาว ได้ไหลหลากท่วมแปลงผักบนหาด บนดอน พัดพาเอาเครื่องมือประมงของชาวบ้านหายไปกับสายน้ำ เรือหาปลาและเครื่องสูบน้ำประปาหมู่บ้านต้องจมน้ำ ดังที่เป็นข่าวใหญ่อยู่ทุกปี และขณะนี้รัฐก็ยังไม่มีมาตรการใดๆที่ช่วยเหลือเยียวยาแต่อย่างใด
ยิ่งเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ค.ศ. 2015 – 2025 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง และการดำเนินงานเบื้องต้น (งานศึกษาสำรวจออกแบบ) รวมทั้งเห็นชอบให้กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานปฏิบัติและประสานงาน
ทำให้พวกเราเกิดความกังวลใจอย่างยิ่งว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของรัฐบาลจะนำไปสู่การระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขง โดยเฉพาะแก่งคอนผีหลง และแก่งอื่นๆ ในแม่น้ำโขง อีกหลายแห่งที่สำคัญและมีระบบนิเวศที่ซับซ้อนในเขตพรมแดนไทย-ลาว ดังที่เคยมีการระเบิดออกแล้วจำนวน 11 แก่ง ในเขตพรมแดน จีน –พม่า –ลาว เพื่อเปิดทางให้เรือขนสินค้าขนาด 500 ตัน ล่องไปส่งสินค้ายังหลวงพระหลวงพระบาง
เราเชื่อว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจการค้าขายชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ขยาย สะดวและรวดเร็วมากขึ้นด้วย ถนน R3A, AH 13 และสะพานมิตรจำนวน 4 แห่ง จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการค้าขายจากการเดินเรือขนาดใหญ่เช่นโครงการนี้
พวกเราประชาชนกว่า 50,000 8o และเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติและยกเลิกมติครม.เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 อันจะไปนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงให้ “แม่น้ำโขงกลายเป็นคลอง” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทย ปกป้องระบบนิเวศอันทรงคุณค่าของภูมิภาค และมีความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกเพื่อให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของลูกหลานสืบไป
การพัฒนาแม่น้ำโขงต้องเคารพและคงธรรมชาติ ฟังเสียงประชาชน
เพราะ! แม่น้ำโขงคือแม่ของพวกเรา
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงhttps://www.facebook.com/Stopxayaburidam/photos/a.322752301152407.77945.322738997820404/1251666551594306/?type=3&theater

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 29 ธันวาคม ค.ศ. 2016 แล้ว