

ในช่วงราวๆ หนึ่งปีที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นและสอนให้ผมเชื่อในเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อมาก่อนหน้านี้ คือเรื่องจังหวะชีวิต
ย้อนกลับไปสักเกือบจะ 2 ปีที่แล้วเรื่องราวของซีอุย แซ่อึ้งที่เป็นฆาตกรโหด ฆ่าเด็กกินตับหัวใจยังอยู่ในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่
ย้อนกลับไปนานกว่านั้นทุกคนลองจินตนาการดูครับว่าหากมีใครสักคนเรียกร้องสิทธิศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับชายคนนี้ในช่วง 60 ปีที่แล้ว คนที่ยกประเด็นเรียกร้องเรื่องดังกล่าวคงไม่พ้นถูกตีตราว่าเป็นคนเลว ปกป้องเข้าข้างฆาตกรใจโฉด และคงไม่พ้นถูกพูดจาเสียดสีด้วยการบอกให้พาซีอุยไปดูแลที่บ้าน
แต่ทุกวันนี้ภาพจำเหล่านั้นเริ่มถูกทดแทนด้วยภาพร่างอันไร้วิญญาณของชายชาวจีนคนหนึ่งที่แม้จะถูกลงโทษตามกฎหมายสูงสุดไปหลายสิบปีแล้ว แต่ก็ยังถูกละเมิดสิทธิและย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เรื่อยมา
และข่าวดีก็คือ อีกไม่กี่วันนับจากนี้ ร่างของเขาจะถูกนำไปประกอบพิธี หลังจากที่เรื่องราวในอีกแง่มุมหนึ่งของชายคนนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเผยแพร่สู่สังคม
ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน สื่อมวลชน สื่อโซเชียล และเหนือสิ่งอื่นใดขอขอบคุณทุกๆ คนที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญ www.change.org/FreeSiQuey เพื่อยุติการจัดแสดงร่างซีอุย แซ่อึ้ง จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
หนังสือฉบับนี้จากเรือนจำกลางบางขวาง แจ้งกำหนดการฌาปนกิจซีอุย คือ สิ่งหนึ่งที่ยืนยันว่าการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชนนั้นไม่มีวันตาย และคงจะเป็นการดีถ้าหากเรื่องราวของซีอุย แซ่อึ้งจะจุดประกายให้เกิดเรื่องราวกระแสสิทธิมนุษยชนและการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ยังคงถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรม ทั้งเรื่องการบังคับให้สูญหาย ผู้ลี้ภัย การปฏิบัติและคุ้มครองมนุษย์ทุกผู้ทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเชื้อชาติ ศาสนา หรือเพศใดก็ตาม
ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ