
สวัสดีครับ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาผมได้ เดินทางมายื่นหนังสือกับทางพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชพร้อมแนบรายชื่อของทุกท่าน ขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ขอบคุณทุกสื่อมวลชนที่ให้เกียรติสัมภาษณ์ ทำให้เกิดเป็นกระแส ร่วมทวงคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับคนที่ไม่สามารถพูดได้ด้วยตัวเอง
ตั้งแต่เริ่มแคมเปญมา ผมบอกตลอดว่า ผมไม่ได้ต้องการให้มีการรื้อคดีเก่าๆ หรือหาว่าใครเป็นฆาตกรตัวจริง แต่ซีอุยไม่ควรถูกตีตราว่าเป็นมนุษย์กินคนโดยที่เราไม่มีพยานหลักฐานว่าเขาเป็นมนุษย์กินคน ผมเลยอยากหาทางออกร่วมกันกับทางศิริราช โดยช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรถึงจะดีที่สุดกับทุกฝ่าย
และเมื่อไม่นานมานี้เอง ที่ผมเห็นข่าวชาวบ้านทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ชุมชนที่ซีอุยเคยอยู่) รวมตัวกัน ยื่นหนังสือต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แสดงความบริสุทธิ์ใจ เป็นเจ้าภาพนำร่างซีอุย มาประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ซีอุย โดยคิดว่าคดีก็ถูกตัดสินไปแล้ว - หากวันนั้นมาถึงจริงๆ คงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากจริงๆ
อัพเดทล่าสุด ทางศิริราชได้เอาป้ายที่มีคำว่ามนุษย์กินคนออก รวมถึงป้ายชื่อซีอุยออกด้วย เหลือเพียงป้ายที่ระบุว่า ผู้ถูกประหารจากคดีฆ่าผู้อื่น และรู้มาว่าทุกวันที่ 5 ต.ค.ของทุกปีก็จะมีการทำบุญอุทิศให้เจ้าของร่างทุกร่าง
ทุกท่านครับ
เราเดินร่วมกันมาถึงจุดนี้ ก็นับว่าไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้ว จากสังคมที่เคยตีตราซีอุยว่าเป็นแบบหนึ่ง ผมเชื่อว่าตอนนี้อาจกลายเป็นอีกแบบหนึ่งไปแล้ว
ผมดีใจจริงๆ ที่อย่างน้อยได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้สังคมนี้แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เสียงทุกคนเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่หันมาตั้งคำถามกับเรื่องยากๆ อย่างสิทธิมนุษยชน (ไม่ว่าจะกับคนเป็นหรือคนตาย) ทำให้เกิดการบอกต่อ ร่วมหาทางออก หรือการที่กลุ่มชาวบ้านทับสะแกออกมาเคลื่อนไหวกันเอง
ขอขอบคุณจากใจจริงครับ