
"วันที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข จะพิจารณาปลดล็อก Rapid Antigen Test ชุดตรวจ โควิด-19 หลังจากที่ กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีมติเห็นชอบ เรียบร้อยแล้ว"
ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะลดคอขวดการเข้ารับบริการสุขภาพของประชาชนที่ดี แต่ว่าทั้งหมดนี้ บริษัททั้งหลายเตรียมชุดตรวจหาเชื้อโควิดที่บ้านในราคา 300-400 บาท
ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อโควิด19 ประชาชนทั้งประเทศได้รับผลรับโดยตรงทั้งในแง่สุขภาพกาย สุขภาพจิต ยิ่งไปกว่านั้น ทางเศรษฐกิจ ที่เสียหายจนยากจะเยียวยาได้
การตรวจ Self-test kit ต้องยอมรับว่าให้ผลตรวจได้แม่นยำในผู้ที่มีอาการ โดยเฉพาะ 3 วันแรก แต่เพื่อความแม่นยำในรายที่ไม่มีอาการ อาจจะต้องตรวจซ้ำ ในหลายประเทศ แนะนำให้ตรวจ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์
มีการประกาศจากหลายบริษัทที่พร้อมนำเข้าชุดตรวจ เริ่มที่ราคา 300-400 บาท ซึ่งถ้าหากต้องตรวจ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว หมายถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมถึง 800-1200บาทต่อสัปดาห์ ซึ่งถ้ามองจากความเป็นจริงแล้ว หลายคนทำงานทั้งวัน ยังไม่มีโอกาสซื้อชุดตรวจแม้แต่ตัวเดียว หรือแย่ไปกว่านั้น ในยุคนี้ การจะทำให้ท้องอิ่ม ยังเป็นสิ่งที่ยากเกินจะฝันถึงด้วยซ้ำ
การเข้าถึงการตรวจ เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันและรักษาโรคระบาด ในระหว่างที่เฝ้ารอการมาถึงของวัคซีน วิธีที่ดีที่สุด คือการตรวจให้มากที่สุด ภาระส่วนนี้ ยังต้องตกมาถึงประชาชนอีกอย่างนั้นหรือ
หมอไม่ทน ขอเรียกร้องให้การตรวจ Self-kit test ฟรี โดยไม่มีเงื่อนไข สำหรับประชาชนไทยทุกคน
เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดแสวงหาผลประโยชน์ในความเดือดร้อน และเพื่อรักษาชีวิต ไม่ให้มีการสูญเสียใดอีก
หมอไม่ทน
11 กรกฏาคม 2564
................................................................................
หมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข มีข้อเรียกร้องถึงกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้
1. อนุญาตให้ประชาชนสามารถเข้าถึงชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อโควิด-19 แบบตรวจด้วยตนเอง (Covid 19 self-test kits) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา (อย.) และจัดชุดตรวจให้กับประชาชนทุกคนมากเพียงพอสำหรับการควบคุมการระบาด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อและลดอัตราการเสียชีวิต
ทั้งนี้ ควรพิจารณาการแจกจ่ายชุดตรวจให้ผู้ที่เริ่มสงสัยและมีอาการทางเดินหายใจก่อน และควรมีคู่มือหรือภาพสรุปการแปลผลอย่างง่าย พร้อมวิธีการปฏิบัติตนที่ชัดเจนให้กับประชาชนด้วย เพื่อลดภาระงานของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์
นอกเหนือจากนี้รัฐบาลควรที่จะต้องจัดหาชุดตรวจที่มี ความไว (sensitivity) และ ความจำเพาะ (specificity) ที่สูงเพียงพอ และหน่วยงานรัฐ เช่น อย. ควรพิจารณาเพิ่มเติมว่า ชุดตรวจชนิดใดเหมาะสำหรับการทดสอบเองที่บ้าน (home test) และชุดตรวจใดเป็น Rapid test ที่ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจาก ชุดตรวจส่วนใหญ่ของที่ได้รับอนุมัติตามเอกสารของอย.ล่าสุด (อ้างอิงจากรายชื่อชุดตรวจที่ผ่านอย. วันที่ 6 ก.ค.64 https://bit.ly/3hu5K47 ไม่เหมาะกับการทดสอบที่บ้านเพราะใช้วิธีตรวจสอบ (validate) โดยการป้ายหลังโพรงจมูก (nasopharyngeal swabs)
ดังนั้น ชุดตรวจที่เหมาะสำหรับการทดสอบที่บ้านควรเป็นชุดตรวจที่ได้รับการตรวจสอบ (validate) โดยการป้ายผ่านจมูก (nasal swabs) หรือวิธีการตรวจอื่นที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสของความผิดพลาดและผลกระทบที่ตามมา เช่น ผลลบลวง (false negative) เป็นต้น
รวมถึงหน่วยงานรัฐ ควรพิจารณาผลักดันรูปแบบชุดตรวจอื่นที่นอกเหนือจากการตรวจ Antigen ที่นำไปใช้กันอย่างแพร่หลายต่างในประเทศ เช่น การใช้เทคนิค CRISPR ซึ่งก็มีบางสถาบันในไทยสามารถทำได้ เพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้โดยเร็ว และลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลต่อระบบสาธารณสุขไทย อันเนื่องมาจากการตรวจด้วย Rapid test จำนวนมาก ในอนาคตอันใกล้นี้
2. เปิดเผยข้อมูลกระบวนการในการจัดหาและการกระจายชุดตรวจฯ ให้เป็นปัจจุบัน โปร่งใส สม่ำเสมอ และตรวจสอบได้
หมายเหตุ
การตรวจด้วย Self-test kit
- หากผลเป็นลบไม่ได้แปลว่าไม่ติดเชื้อ แต่เชื้ออาจจะน้อย หรืออยู่ในระยะฟักตัวส่งผลให้ตรวจไม่พบ ดังนั้น ยังต้องกลับไปกักตัว
- หากผลเป็นบวก ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาต่อไป
#ปลดล็อคSelf_testKit
#หมอไม่ทน
#ภาคีบุคลากรสาธารณสุข