คัดค้านการเปิดสัมปทานรอบที่ 21

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 5,000 คน!


เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2557 ได้มีประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง เขตพื้นที่แปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบกและในทะเลอ่าวไทยที่เปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม มีสาระว่าด้วยกําหนดเขตพื้นที่แปลงสํารวจปิโตรเลียมบนบกและในทะเลอ่าวไทยที่เปิดให้ยื่นขอสิทธิสํารวจ และผลิตปิโตรเลียม จํานวน 29 แปลงโดยพื้นที่เป้าหมายมีทั้งสิ้น 16 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ขอนแก่น อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู นครพนม หนองคาย บุรีรัมย์ อุดรธานี สกลนคร และร้อยเอ็ด
ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศในภาคพื้นเอเชียและประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก ได้เปลี่ยนแปลงระบบการจัดสรรปิโตรเลียมจากระบบสัมปทานไปสู่ระบบการแบ่งปันผลผลิตมานานแล้ว เนื่องจากระบบการแบ่งปันผลผลิตเป็นระบบที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรมากกว่าระบบสัมปทาน โดยหัวใจของระบบการแบ่งปันผลผลิตจะทำให้ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพยากรการผลิต ข้อมูลทรัพยากร เครื่องมือและอุปกรณ์ในการผลิตยังคงเป็นของรัฐ
ทั้งนี้ ในประเทศไทยที่ผ่านมา ได้มีภาคประชาชนบางส่วนได้ทำการเปรียบเทียบและจัดทำข้อเสนอเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการจัดสรรปิโตรเลียมให้เป็นไปในรูปแบบที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่รัฐ ดังนั้น การออกประกาศฯดังกล่าว จึงเกิดคำถามตามมาถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินว่าได้มีส่วนร่วมในการจัดสรรทรัพยากรบนแผ่นดินของตนหรือไม่ รวมไปถึงการกำหนดจัดสรรปิโตรเลียมด้วยระบบสัมปทานนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญหรือไม่  ทั้ง หมดนี้จึงนำไปสู่การ "คัดค้านการเปิดสัมปทานรอบที่ 21"จนกว่าจะมีการแก้ พรบ.ปิโตรเลียม และบรรจุหลักการไว้ในรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐมีอำนาจอธิปไตยในปิโตรเลียมและ จัดสรรเพื่อประโยชน์สูงสุดเพื่อประชาชน เช่น การเปลี่ยนระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตเพื่อให้รัฐได้อธิปไตยด้าน ปิโตรเลียมคืนมา