"ปฏิรูปแพทยสภา" ต้องมีคนนอกเข้าไปเป็นกรรมการ

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 25,000 คน!


พี่น้องเคยคิดไหม ทำไมเจ้าของรพ.เอกชนที่รวยล้นฟ้า ต้องมาเป็นกรรมการแพทยสภา ทั้งที่ไม่มีเงินเดือน? 

ต้องยอมรับว่าแพทย์เหล่านี้เป็นนักธุรกิจคิดเหนือชั้น การเข้าไปกุมอำนาจในระดับนโยบาย ทำให้รู้ว่านโยบายใดจะกระทบกับธุรกิจ นโยบายใดจะดึงเงินเข้ากระเป๋า การขึ้นที่สูงทำให้เห็นช่องโหว่ที่จะทำกำไร จะมีสักกี่คนที่เข้าไปเพื่อพัฒนารพ.รัฐบาล ให้กลายเป็นคู่แข่งรพ.เอกชน หรือช่วยผลักดันร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขเพื่อไม่ให้หมอลาออก ในเมื่อจ้องดูดหมอออกจากรพ.รัฐไปฟรี ๆ โดยไม่ได้ลงทุนผลิตเอง เหตุนี้การเลือกตั้งกรรมการแพทยสภา จึงดุเดือดไม่ต่างจากการเมือง และขึ้นชื่อเรื่องปกป้องกันเองเพื่อคะแนนนิยม เหตุนี้เราจึงแก้ปัญหาค่ารักษาแพงไม่ได้เสียที

---

"แพทยสภา" คือสภาวิชาชีพ ที่ก่อตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525  เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ว่าการประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้มาตรฐานหรือไม่ 

องค์ประกอบของคณะกรรมการแพทยสภา ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งจำนวน 28 คน จากการเลือกตั้งจำนวน 28 คน รวม 56 คน เป็นแพทย์ทั้งสิ้น ไม่มีองค์ประกอบที่เป็นคนนอกอยู่เลย

ยุคปัจจุบันกรรมการกลุ่มที่มีบทบาทมากที่สุด คือกลุ่มที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน แต่ละคนเป็นกรรมการหลายสมัยนานนับ 10-20 ปี เนื่องจาก พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ไม่ได้กำหนดว่าดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินกี่วาระ

ในการทำหน้าที่ของแพทยสภายุคปัจจุบัน จึงมักถูกประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าไม่มีความเป็นกลาง ปกป้องวิชาชีพเดียวกัน โดยไม่ได้คุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน ตามหลักการที่ถูกต้องและควรจะเป็น

หลายประเทศทั่วโลกล้วนมีปัญหาเดียวกัน รัฐบาลประเทศอังกฤษกังวลว่า ความไม่เชื่อมั่นต่อสภาวิชาชีพ จะส่งผลถึงความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย  จึงริเริ่มให้มีคนนอกเข้าไปเป็นกรรมการแพทยสภาในสัดส่วน 25% ต่อมาพบว่าสามารถสร้างความไว้วางใจและเรียกศรัทธาคืนมาจากประชาชนได้ จึงเพิ่มสัดส่วนคนนอกเข้าไปเป็นกรรมการ 50:50 คือวิชาชีพ 6 คน คนนอก 6 คน รวมทั้งสิ้น 12 คน เป็นต้นแบบให้อีกหลายประเทศนำไปปฏิรูปแพทยสภา เช่นประเทศสิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฮ่องกง, มาลาวี, แคนาดา, นิวซีแลนด์ ฯลฯ เป็นต้น

พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ของประเทศไทย มีอายุ 34 ปีแล้ว อีกทั้งปัจจุบันบริบทของสังคมไทยเปลี่ยนไป จึงสมควรที่จะปฏิรูปแพทยสภา  ไปพร้อม ๆ กับการปฏิรูปประเทศ และการปฏิรูประบบสาธารณสุข 

จึงเรียนมายังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้โปรดเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ดังต่อไปนี้

1.ให้มีประชาชนทั่วไปเข้าไปเป็นกรรมการแพทยสภา ในสัดส่วน 50:50

2.ลดจำนวนคณะกรรมการลง เพื่อความคล่องตัว

3.กำหนดให้กรรมการดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ

4.กำหนดให้ผู้บริการระดับสูงเช่น นายกแพทยสภา, เลขาธิการแพทยสภา, อุปนายกแพทยสภาฯลฯ ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจสถานพยาบาลเอกชน

ประชาชนทุกคนมีโอกาสเจ็บป่วย การเข้ารับการรักษาพยาบาลมีโอกาสเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ หากหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ มีความโปร่งใสเป็นธรรมและมีธรรมาภิบาล นอกจากจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยลงได้แล้ว ยังจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาค่ารักษาแพงได้อีกด้วย 
----

เรื่องค่ารักษาแพงเกี่ยวอะไรกับแพทยสภา?
ตอบว่า: เกี่ยวข้องเนื่องจากเวลามีการประชุมแก้ไขปัญหาค่ารักษารพ.เอกชนแพง ดิฉันไม่รู้ว่ากก.แพทยสภาสวมหมวกใบไหน ระหว่างระหว่างเจ้าของรพ.เอกชน สมาคมรพ.เอกชน หรือสภาวิชาชีพ ที่สำคัญไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชน รวมทั้งส่งคนไปเป็นที่ปรึกษาของกรรมาธิการสาธารณสุข กุมอำนาจในระดับนโยบาย การแก้ไขปัญหาค่ารักษารพ.เอกชนแพง จึงแก้ไขไม่ได้จนถึงทุกวันนี้

หมายเหตุ:
ต้องการ 1 หมื่นชื่อ



ปรียนันท์ กำลังรอให้คุณช่วย

ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«"ปฏิรูปแพทยสภา" ต้องมีคนนอกเข้าไปเป็นกรรมการ» คุณสามารถร่วมกับ ปรียนันท์ และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 16,244 คน ได้แล้วตอนนี้เลย