บีทีเอสเลิกยัดเยียดโฆษณาให้ผู้ใช้บริการ

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 15,000 คน!


รถไฟฟ้าบีทีเอสได้ยกระดับการขายพื้นที่โฆษณาไปอีกขั้นในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยขายพื้นที่โฆษณาทั้งในและนอกตัวรถไฟฟ้า รวมถึงป้ายบอกสถานีให้ใช้โฆษณาเว็บไซต์ขายสินค้าที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ และที่ยกระดับที่ว่าคือจะได้ยินสป็อตโฆษณาหลังประกาศบนรถ

รถไฟฟ้าบีทีเอสขายพื้นที่โฆษณาในหลายรูปแบบ ทั้งป้ายและโปสเตอร์บนรถไฟฟ้า สติ๊กเกอร์ที่ติดบนประตูในตัวรถ หรือติดทั้งคันนอกตัวรถ แผ่นโฆษณาบนห่วง จอทีวีบนสถานี จอทีวีบนรถ จอทีวีบนประตูกั้นบนชานชาลา และแทบทุกพื้นผิวบนชานชาลาและสถานี เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ พื้นที่ที่บีทีเอสขายให้ใช้ในการโฆษณาขยายไปทุกพื้นผิวขึ้นเรื่อยๆ จนหันไปทางไหนก็เห็นแต่โฆษณา ทางเดียวที่จะไม่เห็นได้คือต้องหลับตา ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเสียงจากจอทีวี และที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายคือให้ประกาศโฆษณาต่อจากประกาศสถานีของรถไฟฟ้า

จากข้อมูลรายบริษัท/หลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาจกล่าวได้ว่ารถไฟฟ้าบีทีเอสมีได้รายได้จากการขายบัตรโดยสารรถไฟฟ้า (ซึ่งก็เป็นหนึ่งในพื้นที่โฆษณาที่บีทีเอสขายด้วยเช่นกัน) เป็นรายได้หลัก แต่ในฐานะผู้ที่มีส่วนสร้างรายได้หลัก ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าไม่มีทางเลือกที่จะไม่รับข้อมูลจากโฆษณาเหล่านี้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็น จะให้ใส่หูฟังก็ยังได้ยินเสียง ภาพและเสียงโฆษณาที่อัดกันจนเต็มพื้นที่ให้บริการของบีทีเอสเป็นมลภาวะทั้งทางสายตาและเสียง ล่าสุดที่ให้เว็บไซต์ขายสินค้าที่ว่าซื้อเวลาโฆษณาต่อจากประกาศของรถไฟฟ้าเรียกได้ว่าเป็นการยัดเยียดข้อมูลชนิดสุดลิ่มทิ่มประตูที่สุดเท่าที่เคยมีมา

จริงอยู่ว่าโฆษณานั้นมีอยู่ในทุกที่ เปิดโทรทัศน์ก็มี ฟังวิทยุก็มี อ่านนิตยสารก็มี ดูยูทู้ปก็มี ความแตกต่างอยู่ที่ว่าผู้บริโภคมีทางเลือกที่จะเลี่ยงหรือไม่รับรู้โฆษณาผ่านช่องทางเหล่านี้ ดูทีวีก็ปิดหรือเปลี่ยนช่องได้ ฟังวิทยุก็เช่นกัน นิตยสารก็อ่านข้ามได้ แต่สำหรับรถไฟฟ้า ผู้ใช้บริการไม่สามารถหลีกเลี่ยงโฆษณาเหล่านี้ได้จนกว่าจะจบการเดินทาง

ในฐานะผู้จ่ายเงินใช้บริการรถไฟฟ้า อยากให้รถไฟฟ้าพิจารณาแนวทางการขายพื้นที่โฆษณาให้ไม่เป็นการยัดเยียดข้อมูลข่าวสาร ไม่ละเมิดพื้นที่ส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพราะการถูกบังคับให้รับรู้ข้อมูล จะทำให้ผู้ใช้บริการเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อตัวสินค้าที่ต้องการโฆษณาเอง เมื่อพื้นที่โฆษณาไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ รถไฟฟ้าบีทีเอสเองก็จะเสียรายได้จากการขายพื้นที่โฆษณาในที่สุด

-----------------

BTS has taken its sale of advertising space to another level over the past two weeks by allowing a new online retailer to not only put their advertisement on posters inside and covering the trains but also to put up a station sign with its advertisement on. Worst of all, BTS plays an audio spot advertising the website right after its normal announcement.

BTS sells advertising space in various forms. There are posters inside train carridges, covering the exterior of the carridges, on the platforms and around the stations. There are TV screens on the trains, on the doors between the platforms and the trains, and on the platforms. Almost every surface of the trains and stations, BTS has turned it into an advertising space. It is impossible to not see an advertisement no matter where you look. The only way to not see it is to close your eyes. Even so, you can still hear the advertisements blaring from the TV screens. The audio spot advertising this new online shopping website is just yet another most intrusive advertising channel BTS has come up with.

Based on the company information published by Stock Exchange of Thailand, it can be said that BTS main source of income is train fares. Yet, people who buy tickets (which BTS also sells space on the back of the cards as advertising space) and contribute to the majority of the income has no choice to consume the advertisements. They are everywhere and in your ears despite you having a headphone on. Pictures and sound from the over advertisement are sight and sound pollution.

It is true that advertisements are everywhere; on TV, on radio, in magazines, or even on Youtube. The difference is that for all of these channels, consumers have a choice of avoiding or refusing to consume the advertisements. You can turn the TV off or change the channel. The same goes with the radio and Youtube. You can flick through the advertisement page on a magazine. But BTS customers has no choice but be thrusted with these advertisements until the end of their journey.

As someone who duly pays the BTS fare, I would like to request BTS to reconsider how it sells its advertising space to be more customer-friendly and not invasive of personal space. This is because being forced to take on a piece of information leads to a bad impression towards the product an advertisement is trying to sell. And when an advertising space doesn't resonate well with target audience, at the end of the day it is BTS who will lose its income from its sale.



Mim กำลังรอให้คุณช่วย

Mim Pornprapunt อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«บีทีเอสพิจารณาเลิกยัดเยียดโฆษณาให้ผู้ใช้บริการ @BTS_SkyTrain» คุณสามารถร่วมกับ Mim และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 11,968 คน ได้แล้วตอนนี้เลย