คนพิการไทยต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลจากรัฐอย่างทั่วถึงและเสมอกัน

ถึง ผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญรณรงค์เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 2,000 บาท
ผมนายกานต์ ปิงเมือง นายกสมาคมก่อเกื้ออาชีพคนพิการ ในฐานะผู้จัดทำแคมเปญรณรงค์เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 2,000 บาท ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้ความกรุณาร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญรณรงค์ ซึ่งล่าสุดมีจำนวนผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วมากกว่า 5,629 รายชื่อ แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงต้องการการลงชื่อสนับสนุนแคมเปญมากกว่านี้ เพื่อให้เสียงของประชาชนดังไปถึงผู้มีอำนาจบริหารประเทศ เพื่อให้คนพิการไทยที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวนกว่า 2 ล้านคน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยทั่วกันครับ
วันนี้แม้ว่ารัฐบาลจะได้มีการประกาศให้มีการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 1,000 บาท โดยมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อลงลึกในรายละเอียดของการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 1,000 บาท ของรัฐบาลครั้งนี้ ย่อมไม่อาจถือได้ว่าเราประสบความสำเร็จแล้วขึ้นทาง เนื่องจากการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 1,000 บาท ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่เป็นการให้คนพิการถ้วนหน้า แต่เป็นเพียงการให้คนพิการเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในที่นี้รัฐบาลได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่าจะให้คนพิการที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี โดยเป็นการปรับแก้จากหลักเกณฑ์เดิมที่จะให้คนพิการเฉพาะที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เท่านั้น หากเป็นเช่นนี้ก็คาดว่าจะทำให้มีคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวนไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านคน ไม่ได้รับสิทธิ์นี้ เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นในสังคมชัดเจน
แคมเปญรณรงค์เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 2,000 บาท ของเรา ย้ำว่าต้องให้คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการได้รับสิทธิ์นี้ทุกคน ในฐานะพลเมืองที่รัฐจำเป็นต้องให้การดูแลอย่างทั่วถึงเสมอกัน หยุดทิ้งคนพิการไว้ข้างหลัง หยุดสร้างรอยแผล ความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นในใจของคนพิการ รัฐต้องมีความจริงใจในการช่วยเหลือดูแลคนพิการ ในฐานะที่คนพิการก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ไม่ใช่เพียงหวังจะใช้คนพิการเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ลวงตาให้รัฐดูดีเพียงผิวเผินเท่านั้นครับ