เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 2,000 บาท

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 2,500 คน!


คนพิการเฉพาะที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการคิดเป็นร้อยละ 2 ของประชากรทั้งประเทศ หรือเท่ากับ 1.5 ล้านคนโดยประมาณ ซึ่งในจำนวนนี้มีคนพิการเพียง 1% เท่านั้นที่มีโอกาสได้รับการศึกษาและประกอบอาชีพ ที่เหลือจำเป็นต้องได้รับการดูแลอุปการะของคนในครอบครัวตลอดถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

ปัจจุบันรัฐบาลได้มีการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับคนพิการที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการเดือนละ 800 บาท แต่เมื่อเปรียบเทียบกับค่าครองชีพของคนปกติ จากฐานค่าแรงขั้นต่ำที่วันละ 350 บาท สำหรับคนปกติ 800 บาท สามารถใช้จับจ่ายใช้สอยได้ไม่เกิน 2 วันเท่านั้น ขณะที่คนพิการมีความจำเป็นพื้นฐานสูงกว่าคนปกติ 3-4 เท่าตัว เช่น คนปกติต้องการเพียงปัจจัย 4 เพื่อยังชีพ แต่คนพิการนั้นต้องการการดูแลฟื้นฟู ซึ่งอยู่นอกเหนือจากความต้องการ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค หรือที่เรียกกันว่าปัจจัย 4 นั่นเอง ฉะนั้นเบี้ยยังชีพคนพิการ 800 บาท จึงไม่สมเหตุสมผล และไม่อาจปลดเปลื้องความเดือดร้อนทุกข์ยากของคนพิการได้เลยแม้แต่น้อย

หากมีการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการขึ้นเป็นเดือนละ 2000 บาท จริงอยู่แม้เงินจำนวนนี้ก็ยังไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพประจำวันของคนพิการ แต่ก็เชื่อว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็เป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวของคนพิการเพิ่มขึ้น ซึ่งคนพิการส่วนใหญ่นั้นมักมีฐานะยากจนอยู่แล้ว

ประโยชน์ของการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็นเดือนละ 2000 บาท
1. ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
2. ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวของคนพิการ คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3. เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก เนื่องจากคนพิการส่วนใหญ่คือผู้ด้อยโอกาส และเป็นผู้มีรายได้น้อย
4. ช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง 108000 ล้านบาท เพราะเมื่อเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็นเดือนละ 2000 บาท แล้ว รัฐบาลจะต้องใช้เงินในแต่ละปีงบประมาณเป็นจำนวน 36000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเม็ดเงินจำนวนนี้ได้ถูกหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 108000 ล้านบาท (3 เท่า)
5. รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นในที่สุด

,