

ขอเร่งให้มีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กับ ‘บอส อยู่วิทยา’ ขับรถชนตำรวจตาย


ขอเร่งให้มีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กับ ‘บอส อยู่วิทยา’ ขับรถชนตำรวจตาย
ประเด็นรณรงค์
อัพเดท: เมื่อวันที่ 4 ส.ค ทางอัยการได้ออกแถลงทบทวน ‘คำสั่งไม่ฟ้อง’ พร้อมเห็นควรมีการทำคดีต่อเพราะพบพยานหลักฐานใหม่ ดังนั้น วันนี้ จึงขอให้ท่านเร่งดำเนินคดีนี้ให้ถึงที่สุด
-------
- สั่งไม่ฟ้อง “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา ตร.แจงแหลก เตรียมถอนหมายจับ
- เผยโคเคน ในตัว "บอส อยู่วิทยา" ใช้รักษาฟัน
- เปิดตัว 6 พยานทำ "บอส อยู่วิทยา" รอดทุกข้อหา
- พยานปากเอก พลิกคดี "บอส อยู่วิทยา" ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
นี่คือพาดหัวข่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก "บอส อยู่วิทยา" ทายาทธุรกิจพันล้าน เครื่องดื่มชูกำลัง ที่ขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร เสียชีวิต เมื่อปี 2555 ข่าวนี้ดังไปทั่วโลก จนสังคมโลกจับจ้องมาที่กระบวนการยุติธรรมของไทย
นับรวม 8 ปีจากวันที่เกิดเหตุ ประชาชนเฝ้ามองการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ทั้งล่าช้า ทั้งน่าสงสัยจนทำให้บางข้อกล่าวหาหมดอายุความ ส่วนข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอายุความถึงปี 2570 ก็สิ้นสุดที่ว่า ‘พ้นผิดทุกกรณี’ เพราะอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง และตำรวจไม่ทำความเห็นแย้ง
จุดพลิกในคดีนี้ มาจากคำสั่งไม่ฟ้อง “ระบุเป็นเหตุสุดวิสัย และการสอบปากคำพยานใหม่ 2 ราย ในช่วง เดือนธ.ค.62 หลังเหตุการณ์ผ่านไปนาน 7 ปี สอดคล้องผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่าผู้ต้องหาขับรถเฟอร์รารี่ไม่ประมาท ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.” - สำนักข่าวอิสรา ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเมาแล้วขับหรือไม่นั่นก็พิสูจน์ได้ยาก หรือการตรวจพบสารแปลกปลอมที่อาจเป็นสารเสพติดประเภทโคเคน ตำรวจก็เลือกไม่ส่งฟ้อง
- ทีนี้ จะไม่ให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร?
- จะไม่ให้ประชาชนสงสัยว่ามีการใช้ดุลยพินิจ ไม่สุจริต หรือไม่โปร่งใสได้อย่างไร?
- จะไม่ให้พูดว่า ‘คุกมีไว้ขังคนจน’ ได้อย่างไร?
นักวิชาการ นักกฎหมายหลายท่านออกมาให้ความเห็นว่า “ตำรวจและอัยการไม่ใช่องค์กรตุลาการ 100% ฉะนั้นคดีจะถึงที่สุดหรือไม่ จะพิจารณาแบบที่ศาลมีคำพิพากษาไม่ได้ หากคดียังอยู่ในอายุความ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนที่อัยการเปลี่ยน "คำสั่งฟ้อง" เป็น "คำสั่งไม่ฟ้อง" ในคดีบอส”
เพื่อคลายความเคลือบแคลงสงสัยของประชาชน อยากให้มีการทบทวนคำสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ให้เจ้าหน้าที่ทำคดีด้วยความโปร่งใส และรีบออกมาเปิดเผยแก่สาธารณะ
เรียกคืนศรัทธาจากประชาชน ขอความเป็นธรรมคืนแก่ผู้เสียหายและครอบครัว ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนสู่ระบบยุติธรรมไทยเดี๋ยวนี้

ประเด็นรณรงค์
อัพเดท: เมื่อวันที่ 4 ส.ค ทางอัยการได้ออกแถลงทบทวน ‘คำสั่งไม่ฟ้อง’ พร้อมเห็นควรมีการทำคดีต่อเพราะพบพยานหลักฐานใหม่ ดังนั้น วันนี้ จึงขอให้ท่านเร่งดำเนินคดีนี้ให้ถึงที่สุด
-------
- สั่งไม่ฟ้อง “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา ตร.แจงแหลก เตรียมถอนหมายจับ
- เผยโคเคน ในตัว "บอส อยู่วิทยา" ใช้รักษาฟัน
- เปิดตัว 6 พยานทำ "บอส อยู่วิทยา" รอดทุกข้อหา
- พยานปากเอก พลิกคดี "บอส อยู่วิทยา" ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
นี่คือพาดหัวข่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก "บอส อยู่วิทยา" ทายาทธุรกิจพันล้าน เครื่องดื่มชูกำลัง ที่ขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร เสียชีวิต เมื่อปี 2555 ข่าวนี้ดังไปทั่วโลก จนสังคมโลกจับจ้องมาที่กระบวนการยุติธรรมของไทย
นับรวม 8 ปีจากวันที่เกิดเหตุ ประชาชนเฝ้ามองการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ทั้งล่าช้า ทั้งน่าสงสัยจนทำให้บางข้อกล่าวหาหมดอายุความ ส่วนข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอายุความถึงปี 2570 ก็สิ้นสุดที่ว่า ‘พ้นผิดทุกกรณี’ เพราะอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง และตำรวจไม่ทำความเห็นแย้ง
จุดพลิกในคดีนี้ มาจากคำสั่งไม่ฟ้อง “ระบุเป็นเหตุสุดวิสัย และการสอบปากคำพยานใหม่ 2 ราย ในช่วง เดือนธ.ค.62 หลังเหตุการณ์ผ่านไปนาน 7 ปี สอดคล้องผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่าผู้ต้องหาขับรถเฟอร์รารี่ไม่ประมาท ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.” - สำนักข่าวอิสรา ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเมาแล้วขับหรือไม่นั่นก็พิสูจน์ได้ยาก หรือการตรวจพบสารแปลกปลอมที่อาจเป็นสารเสพติดประเภทโคเคน ตำรวจก็เลือกไม่ส่งฟ้อง
- ทีนี้ จะไม่ให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร?
- จะไม่ให้ประชาชนสงสัยว่ามีการใช้ดุลยพินิจ ไม่สุจริต หรือไม่โปร่งใสได้อย่างไร?
- จะไม่ให้พูดว่า ‘คุกมีไว้ขังคนจน’ ได้อย่างไร?
นักวิชาการ นักกฎหมายหลายท่านออกมาให้ความเห็นว่า “ตำรวจและอัยการไม่ใช่องค์กรตุลาการ 100% ฉะนั้นคดีจะถึงที่สุดหรือไม่ จะพิจารณาแบบที่ศาลมีคำพิพากษาไม่ได้ หากคดียังอยู่ในอายุความ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนที่อัยการเปลี่ยน "คำสั่งฟ้อง" เป็น "คำสั่งไม่ฟ้อง" ในคดีบอส”
เพื่อคลายความเคลือบแคลงสงสัยของประชาชน อยากให้มีการทบทวนคำสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ให้เจ้าหน้าที่ทำคดีด้วยความโปร่งใส และรีบออกมาเปิดเผยแก่สาธารณะ
เรียกคืนศรัทธาจากประชาชน ขอความเป็นธรรมคืนแก่ผู้เสียหายและครอบครัว ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนสู่ระบบยุติธรรมไทยเดี๋ยวนี้

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2020 แล้ว