

ประกันสุขภาพต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวันให้ผู้เอาประกัน กรณีติดโควิด
ประเด็นรณรงค์
เนื่องจากได้มีการประกาศกฎเกณฑ์เรื่องการเบิกเคลมค่ารักษาพยาบาล Covid-19 และค่าชดเชยรายได้ ทำให้ทางประชาชนที่ได้มีการวางแผนการทำประกันชีวิตไว้เกิดความไม่เป็นธรรมเพราะประชาชนที่วางแผนทำประกันเพราะต้องการการดูแลรักษากรณีเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยและไม่สามารถจ่ายเงินก้อนใหญ่ไหวจึงทำประกันเพื่อกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเงินที่เสียค่าประกันสุขภาพส่วนนี้ กลับเบิกสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่ได้และยังทำให้มองว่าทาง คปภ.และบริษัทประกันเอาเปรียบประชาชน และทางสาธารณสุข จนท.ของภาครัฐกลับนิ่งเฉย ไม่มีการตรวจสอบเงื่อนไขกฎเกณฑ์การเบิกค่ารักษาประกันสุขภาพว่าเหมาะสมกับใช้จริงมั๊ย กฎเกณฑ์จะเบิกได้ต้องมีข้อบ่งชี้ 1 ใน 5 ข้อดังนี้
1. มีอาการไข้สูงกว่า 39 องศา ระยะเวลานานกว่า 24 ชม.
2. หายใจเร็วกว่า 25 ครั้ง ต่อนาทีในผู้ใหญ่
3. มีความเข้มข้นของ Oxygen Saturation ในเลือดน้อยกว่า94%
4. มีโรคร่วมสำคัญ หรือโรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตามดุลพินิจของแพทย์
5. ในเด็กที่มีอาการหายใจลำบาก ซึม หรือทานอาหารน้อยลง
ซึ่งจากเหตุการณ์จริงการเราเห็นว่าถ้าท่านที่เกี่ยวข้องจะออกกฎ ก็ควรจะออกให้เห็นถึงสถานการณ์ความเป็นจริง ถ้าคนมีไข้ 38 องศาก็สูง และสมควรให้เข้ารับการรักษาพยาบาลได้แล้ว เพราะเหตุการณ์จริงบางคนใช้ชีวิตตัวคนเดียว เกิดเป็นไข้สูง 39 องศาและต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง บางคนคงหมดสติหรือไม่รู้สึกตัวแล้วและอาจไม่มีแรงที่จะพาตัวเองเดินทางไปรักษาได้ และโควิดก็เป็นโรคติดต่อที่จะให้คนอื่นเข้ามาใกล้ชิดหรือมาช่วยเหลือก็ลำบาก และบางคนที่บ้านอาจอยู่ร่วมกันหลายคน สถานที่พักไม่เพียงพอที่จะให้แยกกักตัว และมีคนสูงอายุ และมีผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่ร่วมด้วยเป็นเหตุทำให้ไม่สะดวกในการกักตัวอยู่ที่บ้านได้
กลายเป็นว่าประชาชนที่ทำประกันสุขภาพไว้และเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดเจ็บป่วยขึ้นมาหวังพึ่งพาการรักษาพยาบาลที่เค้าวางแผนจ่ายเงินประกันไว้กลับใช้สิทธิ์นั้นไม่ได้ และกลายเป็นต้องไปแย่งกันใช้สิทธ์ร่วมกับทางภาครัฐที่มีไว้สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ที่เค้ามีสิทธิ์ เช่น ประกันสังคม สิทธิ์ 30 บาท
แต่สิทธิ์ที่เค้ายอมจ่ายเงินส่วนตัวเพื่อต้องการการรักษาพยาบาลที่สะดวกและรวดเร็วกว่ากลับกลายเป็นต้องไปแย่งกันใช้สิทธิ์ร่วมกับคนส่วนมากของรัฐ และเงินที่เค้าทำประกันสุขภาพส่วนตัวมากับเบิกทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้ไม่ได้เลยถ้าไม่เข้าข่าย 1ใน 5 ข้อ
อยากร้องขอความเป็นธรรมให้กับประชาชนด้วย การออกกฎเกณฑ์แบบนี้ดูเหมือนเป็นการบีบคั้นหัวใจประชาชนมากเกินไปทั้งๆที่พวกเขาได้เสียสละทรัพย์ส่วนตัวเพื่อสวัสดิภาพที่ดีขึ้น แต่ไม่มีใครออกมาถามความเห็น ความถูกต้องของประชาชนกลุ่มนี้เลยว่าถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่
ถ้าท่านใดเห็นด้วยกลับการลงชื่อเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นธรรมให้ตัวท่านและสังคมที่ท่านอยู่อย่างเป็นธรรม เรียนเชิญลงนามให้ครบ 20,000 ชื่อ เราจะส่งเรื่องไปยังศาลปกครอง เพื่อวินิจฉัยกฏเกณฑ์ดังกล่าวอีกครั้ง และเป็นธรรมโดยด่วน

ประเด็นรณรงค์
เนื่องจากได้มีการประกาศกฎเกณฑ์เรื่องการเบิกเคลมค่ารักษาพยาบาล Covid-19 และค่าชดเชยรายได้ ทำให้ทางประชาชนที่ได้มีการวางแผนการทำประกันชีวิตไว้เกิดความไม่เป็นธรรมเพราะประชาชนที่วางแผนทำประกันเพราะต้องการการดูแลรักษากรณีเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยและไม่สามารถจ่ายเงินก้อนใหญ่ไหวจึงทำประกันเพื่อกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเงินที่เสียค่าประกันสุขภาพส่วนนี้ กลับเบิกสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่ได้และยังทำให้มองว่าทาง คปภ.และบริษัทประกันเอาเปรียบประชาชน และทางสาธารณสุข จนท.ของภาครัฐกลับนิ่งเฉย ไม่มีการตรวจสอบเงื่อนไขกฎเกณฑ์การเบิกค่ารักษาประกันสุขภาพว่าเหมาะสมกับใช้จริงมั๊ย กฎเกณฑ์จะเบิกได้ต้องมีข้อบ่งชี้ 1 ใน 5 ข้อดังนี้
1. มีอาการไข้สูงกว่า 39 องศา ระยะเวลานานกว่า 24 ชม.
2. หายใจเร็วกว่า 25 ครั้ง ต่อนาทีในผู้ใหญ่
3. มีความเข้มข้นของ Oxygen Saturation ในเลือดน้อยกว่า94%
4. มีโรคร่วมสำคัญ หรือโรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตามดุลพินิจของแพทย์
5. ในเด็กที่มีอาการหายใจลำบาก ซึม หรือทานอาหารน้อยลง
ซึ่งจากเหตุการณ์จริงการเราเห็นว่าถ้าท่านที่เกี่ยวข้องจะออกกฎ ก็ควรจะออกให้เห็นถึงสถานการณ์ความเป็นจริง ถ้าคนมีไข้ 38 องศาก็สูง และสมควรให้เข้ารับการรักษาพยาบาลได้แล้ว เพราะเหตุการณ์จริงบางคนใช้ชีวิตตัวคนเดียว เกิดเป็นไข้สูง 39 องศาและต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง บางคนคงหมดสติหรือไม่รู้สึกตัวแล้วและอาจไม่มีแรงที่จะพาตัวเองเดินทางไปรักษาได้ และโควิดก็เป็นโรคติดต่อที่จะให้คนอื่นเข้ามาใกล้ชิดหรือมาช่วยเหลือก็ลำบาก และบางคนที่บ้านอาจอยู่ร่วมกันหลายคน สถานที่พักไม่เพียงพอที่จะให้แยกกักตัว และมีคนสูงอายุ และมีผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่ร่วมด้วยเป็นเหตุทำให้ไม่สะดวกในการกักตัวอยู่ที่บ้านได้
กลายเป็นว่าประชาชนที่ทำประกันสุขภาพไว้และเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดเจ็บป่วยขึ้นมาหวังพึ่งพาการรักษาพยาบาลที่เค้าวางแผนจ่ายเงินประกันไว้กลับใช้สิทธิ์นั้นไม่ได้ และกลายเป็นต้องไปแย่งกันใช้สิทธ์ร่วมกับทางภาครัฐที่มีไว้สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ที่เค้ามีสิทธิ์ เช่น ประกันสังคม สิทธิ์ 30 บาท
แต่สิทธิ์ที่เค้ายอมจ่ายเงินส่วนตัวเพื่อต้องการการรักษาพยาบาลที่สะดวกและรวดเร็วกว่ากลับกลายเป็นต้องไปแย่งกันใช้สิทธิ์ร่วมกับคนส่วนมากของรัฐ และเงินที่เค้าทำประกันสุขภาพส่วนตัวมากับเบิกทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้ไม่ได้เลยถ้าไม่เข้าข่าย 1ใน 5 ข้อ
อยากร้องขอความเป็นธรรมให้กับประชาชนด้วย การออกกฎเกณฑ์แบบนี้ดูเหมือนเป็นการบีบคั้นหัวใจประชาชนมากเกินไปทั้งๆที่พวกเขาได้เสียสละทรัพย์ส่วนตัวเพื่อสวัสดิภาพที่ดีขึ้น แต่ไม่มีใครออกมาถามความเห็น ความถูกต้องของประชาชนกลุ่มนี้เลยว่าถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่
ถ้าท่านใดเห็นด้วยกลับการลงชื่อเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นธรรมให้ตัวท่านและสังคมที่ท่านอยู่อย่างเป็นธรรม เรียนเชิญลงนามให้ครบ 20,000 ชื่อ เราจะส่งเรื่องไปยังศาลปกครอง เพื่อวินิจฉัยกฏเกณฑ์ดังกล่าวอีกครั้ง และเป็นธรรมโดยด่วน

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 แล้ว