แบนเต๋าทีวีพูล


แบนเต๋าทีวีพูล
ประเด็นรณรงค์
พิธีกรชาย ชื่อในวงการ เต๋าทีวีพูล ที่ใช้การขายข่าวดารา คนดัง โดยไม่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว สิทธิ เสรีภาพ โดยไม่มีจิตสำนึกในการให้ข่าว อ่านข่าวทำร้ายชีวิตคนอื่นโดยไม่ละอายใจ ซึ่งมีกระแสที่สังคมได้เห็นมาโดยตลอดว่ามีพฤติกรรมที่แสดงออกที่ฟังครั้งเดียว ก็รู้ว่าไม่มีจรรยาบรรณ ทำให้เป็นปัญหาต่อคุณภาพชีวิตคนอื่นที่ถูกกล่าวถึงทั้งตรงและอ้อม ทางช่องควรปลดออกโดยไม่ต้องไตร่ตรองใดๆ เพราะความไร้จรรยาบรรณ มีความชัดเจน ที่หาข้อมูลได้ว่า ผู้สื่อข่าวบันเทิงผู้นี้ไร้ซึ่งจรรยาบรรณ ไร้ความเมตตา ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ คนที่พิธีกรคนนี้นำออกมากล่าว ทั้งทางตรงและอ้อม ซึ่งเมื่อทำการออกมาพูดไม่ว่าเรื่องของใคร ก็จะสร้างผลกระทบต่อชีวิต การใช้ชีวิต สังคมของผู้นั้น ให้รู้สึกสูญเสียความมั่นใจ อับอาย ทุกข์ทรมานทางจิตใจ เพราะคำพูดของพิธีกรคนนี้ที่ไร้จรรยาบรรณ อย่างที่สังคมรับรู้ ซึ่งทางช่องทีวีพูลกลับเพิกเฉย มาตลอด ไม่มีการระงับการทำหน้าที่หรือตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น และเมินเฉยต่อผลกระทบต่อชีวิตของผู้อื่นโดยไม่ละอาย ทำให้สังคมมองเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่สื่อควรจะเป็นช่องทางสร้างสรรค์ และจรรโลงสังคม มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ และไม่ละเมิดสิทธิ์ในการเป็นเพศสภาพ ความชอบ และเรื่องส่วนตัว ควรที่จะทำการแบนพิธีกรท่านนี้ ให้ยุติบทบาทและไม่ให้เป็นแบบอย่างของสังคมที่สื่อเป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อยกระดับสังคม ไม่ใช่มีไว้ทำลายชีวิตคนอื่นโดยไม่กระดากอาย ซ้ำๆ

ประเด็นรณรงค์
พิธีกรชาย ชื่อในวงการ เต๋าทีวีพูล ที่ใช้การขายข่าวดารา คนดัง โดยไม่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว สิทธิ เสรีภาพ โดยไม่มีจิตสำนึกในการให้ข่าว อ่านข่าวทำร้ายชีวิตคนอื่นโดยไม่ละอายใจ ซึ่งมีกระแสที่สังคมได้เห็นมาโดยตลอดว่ามีพฤติกรรมที่แสดงออกที่ฟังครั้งเดียว ก็รู้ว่าไม่มีจรรยาบรรณ ทำให้เป็นปัญหาต่อคุณภาพชีวิตคนอื่นที่ถูกกล่าวถึงทั้งตรงและอ้อม ทางช่องควรปลดออกโดยไม่ต้องไตร่ตรองใดๆ เพราะความไร้จรรยาบรรณ มีความชัดเจน ที่หาข้อมูลได้ว่า ผู้สื่อข่าวบันเทิงผู้นี้ไร้ซึ่งจรรยาบรรณ ไร้ความเมตตา ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ คนที่พิธีกรคนนี้นำออกมากล่าว ทั้งทางตรงและอ้อม ซึ่งเมื่อทำการออกมาพูดไม่ว่าเรื่องของใคร ก็จะสร้างผลกระทบต่อชีวิต การใช้ชีวิต สังคมของผู้นั้น ให้รู้สึกสูญเสียความมั่นใจ อับอาย ทุกข์ทรมานทางจิตใจ เพราะคำพูดของพิธีกรคนนี้ที่ไร้จรรยาบรรณ อย่างที่สังคมรับรู้ ซึ่งทางช่องทีวีพูลกลับเพิกเฉย มาตลอด ไม่มีการระงับการทำหน้าที่หรือตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น และเมินเฉยต่อผลกระทบต่อชีวิตของผู้อื่นโดยไม่ละอาย ทำให้สังคมมองเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่สื่อควรจะเป็นช่องทางสร้างสรรค์ และจรรโลงสังคม มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ และไม่ละเมิดสิทธิ์ในการเป็นเพศสภาพ ความชอบ และเรื่องส่วนตัว ควรที่จะทำการแบนพิธีกรท่านนี้ ให้ยุติบทบาทและไม่ให้เป็นแบบอย่างของสังคมที่สื่อเป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อยกระดับสังคม ไม่ใช่มีไว้ทำลายชีวิตคนอื่นโดยไม่กระดากอาย ซ้ำๆ

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 20 กันยายน ค.ศ. 2021 แล้ว