

คัดค้านการยุบตำแหน่งบรรณารักษ์ในงานราชการ
ประเด็นรณรงค์
บรรณารักษ์ ไม่ได้เป็นแค่ "ตำแหน่งงาน" แต่ยังเป็น "วิชาชีพ" ที่มีความสำคัญต่อการเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ในประเทศไทย ในฐานะผู้สอนสาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์/สารสนเทศศึกษา และในฐานะพลเมืองไทยที่รักการเรียนรู้และเสรีภาพในการเข้าถึงความรู้ ผมเห็นว่า การดำรงอยู่และการพัฒนาตำแหน่งบรรณารักษ์ในงานราชการนั้นสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากบรรณารักษ์มีบทบาทเป็นผู้ดูแลทรัพยากรสารสนเทศที่มีคุณค่าและมิอาจประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ บรรณารักษ์คือวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาวัฒนธรรมการเรียนรู้และการศึกษาตลอดชีวิตในสังคมไทย
การยุบตำแหน่งบรรณารักษ์แม้จะเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถลดค่าใช้จ่ายในภาครัฐได้ในระยะสั้น แต่จะสร้างผลกระทบที่ยาวนานต่อโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศไทย การลดและยุบตำแหน่งนี้จะทำให้ประเทศสูญเสียการเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาศักยภาพของประเทศให้ก้าวหน้าในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
ความกังวลอย่างหนึ่งของผมคือ เมื่อภาครัฐซึ่งเป็นภาคส่วนการจ้างงานขนาดใหญ่ของประเทศค่อยๆ ทยอยยุบตำแหน่งนี้ลงภายในปีงบประมาณ 2570 อาจจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการพิจารณาจ้างงานตำแหน่งบรรณารักษ์ในภาคส่วนอื่นๆ ไปด้วย เช่น ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เป็นต้น
แน่นอนว่า เรามิได้กังวลเกี่ยวกับ "ชื่อตำแหน่ง" แต่อย่างใด แต่เรามองเห็นวิกฤติการขาดแคลน "วิชาชีพ" หนึ่ง ที่มีส่วนในการพัฒนาพลเมืองไทย ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตในอีก 5-10 ข้างหน้า หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉย ละเลย หรือไม่ใส่ใจต่อผลกระทบอันเกิดจากมติ ครม. ในการยุบตำแหน่งบรรณารักษ์ราชการในครั้งนี้ วิกฤติดังกล่าวย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผมขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้สนใจทั่วไปร่วมกันลงชื่อในคำร้องนี้ เพื่อสนับสนุนการรักษาตำแหน่งบรรณารักษ์ในภาคราชการ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้นสำหรับอนาคตของประเทศไทย ร่วมมือกันในการสร้างสังคมที่เข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน ลงชื่อในคำร้องวันนี้เพื่อแสดงความเห็นด้วยกับการรักษาตำแหน่งที่สำคัญและมีความหมายมากมายต่อสังคมไทย

282
ประเด็นรณรงค์
บรรณารักษ์ ไม่ได้เป็นแค่ "ตำแหน่งงาน" แต่ยังเป็น "วิชาชีพ" ที่มีความสำคัญต่อการเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ในประเทศไทย ในฐานะผู้สอนสาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์/สารสนเทศศึกษา และในฐานะพลเมืองไทยที่รักการเรียนรู้และเสรีภาพในการเข้าถึงความรู้ ผมเห็นว่า การดำรงอยู่และการพัฒนาตำแหน่งบรรณารักษ์ในงานราชการนั้นสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากบรรณารักษ์มีบทบาทเป็นผู้ดูแลทรัพยากรสารสนเทศที่มีคุณค่าและมิอาจประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ บรรณารักษ์คือวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาวัฒนธรรมการเรียนรู้และการศึกษาตลอดชีวิตในสังคมไทย
การยุบตำแหน่งบรรณารักษ์แม้จะเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถลดค่าใช้จ่ายในภาครัฐได้ในระยะสั้น แต่จะสร้างผลกระทบที่ยาวนานต่อโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศไทย การลดและยุบตำแหน่งนี้จะทำให้ประเทศสูญเสียการเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาศักยภาพของประเทศให้ก้าวหน้าในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
ความกังวลอย่างหนึ่งของผมคือ เมื่อภาครัฐซึ่งเป็นภาคส่วนการจ้างงานขนาดใหญ่ของประเทศค่อยๆ ทยอยยุบตำแหน่งนี้ลงภายในปีงบประมาณ 2570 อาจจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการพิจารณาจ้างงานตำแหน่งบรรณารักษ์ในภาคส่วนอื่นๆ ไปด้วย เช่น ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เป็นต้น
แน่นอนว่า เรามิได้กังวลเกี่ยวกับ "ชื่อตำแหน่ง" แต่อย่างใด แต่เรามองเห็นวิกฤติการขาดแคลน "วิชาชีพ" หนึ่ง ที่มีส่วนในการพัฒนาพลเมืองไทย ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตในอีก 5-10 ข้างหน้า หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉย ละเลย หรือไม่ใส่ใจต่อผลกระทบอันเกิดจากมติ ครม. ในการยุบตำแหน่งบรรณารักษ์ราชการในครั้งนี้ วิกฤติดังกล่าวย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผมขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้สนใจทั่วไปร่วมกันลงชื่อในคำร้องนี้ เพื่อสนับสนุนการรักษาตำแหน่งบรรณารักษ์ในภาคราชการ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้นสำหรับอนาคตของประเทศไทย ร่วมมือกันในการสร้างสังคมที่เข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน ลงชื่อในคำร้องวันนี้เพื่อแสดงความเห็นด้วยกับการรักษาตำแหน่งที่สำคัญและมีความหมายมากมายต่อสังคมไทย

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 18 สิงหาคม ค.ศ. 2026 แล้ว