1 บรรทัด ในรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อพิทักษ์สิทธิแห่งต้นไม้... "รัฐพึงต้องรับรองต้นไม้ ที่มีชีวิต ของประชาชนให้มีมูลค่าเป็นทรัพย์"


1 บรรทัด ในรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อพิทักษ์สิทธิแห่งต้นไม้... "รัฐพึงต้องรับรองต้นไม้ ที่มีชีวิต ของประชาชนให้มีมูลค่าเป็นทรัพย์"
ประเด็นรณรงค์
การปฏิวัติเพื่อสิ่งแวดล้อมโลกแบบใหม่ และสร้างแรงจูงใจแก่คนปลูกต้นไม้ หรือคนอนุรักษ์ต้นไม้ เพื่อโลก เพื่อลูกหลาน โดยได้รับผลตอบแทนจากรัฐด้วย
ทำไมต้นไม้ทั่วโลกจึงมีมูลค่าเป็น “ทรัพย์” เมื่อ “ตาย” แล้วเท่านั้น เช่น การแปรรูป เผาถ่าน ฯลฯ
ทำไมต้นไม้ “ที่มีชีวิต” จึงไม่มีมูลค่าเป็น “ทรัพย์”?? ในลักษณะเดียวกับอสังหาริมทรัพย์เชิงซ้อน เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม “ไม่ใช่” แค่ส่วนควบของที่ดิน แต่จะ “แยก” จากทรัพย์ควบของที่ดิน ที่เราสามารถนำต้นไม้ที่มีชีวิต ของประชาชนไปเป็นหลักประกันเพื่อเปลี่ยนเป็นวงเงินพร้อมใช้ เช่นเดียวกับบ้านในการกู้เงิน...
สาเหตุที่ยังทำไม่ได้ ... มาจากกฎหมายที่ไม่ครอบคลุม ส่งผลให้ต้นไม้ ที่มีชีวิต ไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัจจุบันทั่วทั้งโลก “ไม่มีการให้” มูลค่าของต้นไม้ “ขณะที่มีชีวิต” ... ต้องตัดโค่นให้ตาย และแปรรูปก่อน จึงจะมีมูลค่า นี่เรียกว่า ไม่เป็นธรรมกับต้นไม้ ที่มีชีวิต ทั้งๆ ที่ขณะที่มีชีวิตต้นไม้ก็ให้คุณประโยชน์อย่างมากมาย
หากต้นไม้ที่มีชีวิตของประชาชนเป็นทรัพย์ จะเกิดอะไรขึ้น
1. สร้างความเท่าเทียมกันในทรัพย์สินที่เกิดจากมูลค่าต้นไม้ และลดความเหลื่อมล้ำได้ทันที
2. ส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนปลูกและดูแลรักษาต้นไม้
3. สร้างสมดุลระบบนิเวศในพื้นที่เกษตรเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันภัยแล้งและอุทกภัย
4. มีการตั้งองค์กรขึ้นทะเบียน และรับรองต้นไม้ที่มาจากคนปลูกต้นไม้
5. เพิ่มการส่งเสริมการจัดการผลผลิตไม้ สนองความต้องการใช้เนื้อไม้ พลังงานโดยประชาชน
6. เพิ่มพื้นที่ต้นไม้คล้ายกับป่ากระจายครอบคลุมทั่วประเทศอย่างทันการณ์โดยประชาชน และเพื่อลดภาวะโลกร้อน
เราขอเสนอให้
1. ใส่ข้อความ "รัฐพึงต้องรับรองต้นไม้ ที่มีชีวิต ของประชาชนให้มีมูลค่าเป็นทรัพย์" ในรัฐธรรมนูญใหม่
2. ต้นไม้ควรมีมูลค่าขณะที่มีชีวิต
3. ต้นไม้ที่ประชาชนปลูกต้องเป็นของประชาชนและมีสิทธิในต้นไม้นั้น
(อธิบาย : ประชาชนสามารถจัดการกับต้นไม้ที่ตนปลูกได้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ.สวนป่า ที่รัฐกำหนดให้ต้นไม้ของประชาชนเป็นไม้หวงห้าม และออกกฎหมายให้ต้องขึ้นทะเบียนขออนุญาตตามขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิ และทำลายแรงจูงใจในการปลูกต้นไม้ของประชาชน เมื่อเรากล่าวถึงสิทธิในต้นไม้ ปัจจุบันมีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ประชาชนปลูกต้นไม้แล้วถูกบังคับตามกฎหมายให้เป็นไม้หวงห้าม จะทำอะไรต้องขออนุญาตจากทางราชการ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เจ้าของ และไม่ได้เป็นคนปลูก คนดูแล "เราต้องพึ่งทั้งนักวิชาการป่าไม้ นักคอมพิวเตอร์ นักบริหาร นักกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านวารสารศาสตร์ แล้วตอนนี้"
โดยต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่ทำกินที่เป็นพื้นที่เกษตร ในการจัดการผลผลิตไม้ ควรมีสิทธิจัดการแบบพืชเกษตรอื่นๆ เช่น ปลูกข้าว และเก็บเกี่ยวได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากราชการ
ทุกวันนี้ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากกฎหมายที่เป็นอุปสรรค และไม่สอดคล้องกับวิถีชนบทไทย (ที่ปลูกต้นไม้แบบหลากหลาย) ทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงที่จะปลูกต้นไม้มีค่า เพราะต้องกลายเป็นไม้หวงห้าม ประชาชนจึงหันมาปลูกไม้ต่างถิ่น เช่น ยูคาลิปตัสที่ทำลายสิ่งแวดล้อมแทน)
4. รัฐต้องให้ค่าตอบแทนแก่ผู้ปลูกต้นไม้ที่เป็นสมาชิกธนาคารต้นไม้ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นไม้ทุกปี (ปกติรัฐเป็นผู้ปลูกและใช้เงินภาษีของประชาชนในการปลูก เมื่อประชาชนปลูกเอง รัฐจึงต้องจ่ายให้กับประชาชน)
(ข้อ 2 – 4 เป็นไปตามพ.ร.บ.ธนาคารต้นไม้ ที่ธนาคารต้นไม้ (ภาคประชาชน) เตรียมเสนอเป็นกฎหมายลูก)
นิยามความหมายและการสร้างความเข้าใจ
1. ต้นไม้ หมายถึง ไม้ยืนต้นประเภทที่ใช้เนื้อไม้ได้ “ไม่ใช่” ไม้ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ใช่การปลูกแบบเชิงเดี่ยว
2. ต้นไม้ที่ขึ้นทะเบียนตามพ.ร.บ.ธนาคารต้นไม้ ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายอื่น
3. ธนาคารต้นไม้ หมายถึง ธนาคารต้นไม้ระดับต่างๆ ได้แก่ สาขา จังหวัด และระดับชาติ โดยเป็นองค์กรภาคประชาชนที่มีสมาชิกเป็นตัวแทนอยู่ในทุกระดับ
ขอเชิญทุกท่านร่วมลงชื่อเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับต้นไม้

ประเด็นรณรงค์
การปฏิวัติเพื่อสิ่งแวดล้อมโลกแบบใหม่ และสร้างแรงจูงใจแก่คนปลูกต้นไม้ หรือคนอนุรักษ์ต้นไม้ เพื่อโลก เพื่อลูกหลาน โดยได้รับผลตอบแทนจากรัฐด้วย
ทำไมต้นไม้ทั่วโลกจึงมีมูลค่าเป็น “ทรัพย์” เมื่อ “ตาย” แล้วเท่านั้น เช่น การแปรรูป เผาถ่าน ฯลฯ
ทำไมต้นไม้ “ที่มีชีวิต” จึงไม่มีมูลค่าเป็น “ทรัพย์”?? ในลักษณะเดียวกับอสังหาริมทรัพย์เชิงซ้อน เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม “ไม่ใช่” แค่ส่วนควบของที่ดิน แต่จะ “แยก” จากทรัพย์ควบของที่ดิน ที่เราสามารถนำต้นไม้ที่มีชีวิต ของประชาชนไปเป็นหลักประกันเพื่อเปลี่ยนเป็นวงเงินพร้อมใช้ เช่นเดียวกับบ้านในการกู้เงิน...
สาเหตุที่ยังทำไม่ได้ ... มาจากกฎหมายที่ไม่ครอบคลุม ส่งผลให้ต้นไม้ ที่มีชีวิต ไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัจจุบันทั่วทั้งโลก “ไม่มีการให้” มูลค่าของต้นไม้ “ขณะที่มีชีวิต” ... ต้องตัดโค่นให้ตาย และแปรรูปก่อน จึงจะมีมูลค่า นี่เรียกว่า ไม่เป็นธรรมกับต้นไม้ ที่มีชีวิต ทั้งๆ ที่ขณะที่มีชีวิตต้นไม้ก็ให้คุณประโยชน์อย่างมากมาย
หากต้นไม้ที่มีชีวิตของประชาชนเป็นทรัพย์ จะเกิดอะไรขึ้น
1. สร้างความเท่าเทียมกันในทรัพย์สินที่เกิดจากมูลค่าต้นไม้ และลดความเหลื่อมล้ำได้ทันที
2. ส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนปลูกและดูแลรักษาต้นไม้
3. สร้างสมดุลระบบนิเวศในพื้นที่เกษตรเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันภัยแล้งและอุทกภัย
4. มีการตั้งองค์กรขึ้นทะเบียน และรับรองต้นไม้ที่มาจากคนปลูกต้นไม้
5. เพิ่มการส่งเสริมการจัดการผลผลิตไม้ สนองความต้องการใช้เนื้อไม้ พลังงานโดยประชาชน
6. เพิ่มพื้นที่ต้นไม้คล้ายกับป่ากระจายครอบคลุมทั่วประเทศอย่างทันการณ์โดยประชาชน และเพื่อลดภาวะโลกร้อน
เราขอเสนอให้
1. ใส่ข้อความ "รัฐพึงต้องรับรองต้นไม้ ที่มีชีวิต ของประชาชนให้มีมูลค่าเป็นทรัพย์" ในรัฐธรรมนูญใหม่
2. ต้นไม้ควรมีมูลค่าขณะที่มีชีวิต
3. ต้นไม้ที่ประชาชนปลูกต้องเป็นของประชาชนและมีสิทธิในต้นไม้นั้น
(อธิบาย : ประชาชนสามารถจัดการกับต้นไม้ที่ตนปลูกได้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ.สวนป่า ที่รัฐกำหนดให้ต้นไม้ของประชาชนเป็นไม้หวงห้าม และออกกฎหมายให้ต้องขึ้นทะเบียนขออนุญาตตามขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิ และทำลายแรงจูงใจในการปลูกต้นไม้ของประชาชน เมื่อเรากล่าวถึงสิทธิในต้นไม้ ปัจจุบันมีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ประชาชนปลูกต้นไม้แล้วถูกบังคับตามกฎหมายให้เป็นไม้หวงห้าม จะทำอะไรต้องขออนุญาตจากทางราชการ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เจ้าของ และไม่ได้เป็นคนปลูก คนดูแล "เราต้องพึ่งทั้งนักวิชาการป่าไม้ นักคอมพิวเตอร์ นักบริหาร นักกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านวารสารศาสตร์ แล้วตอนนี้"
โดยต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่ทำกินที่เป็นพื้นที่เกษตร ในการจัดการผลผลิตไม้ ควรมีสิทธิจัดการแบบพืชเกษตรอื่นๆ เช่น ปลูกข้าว และเก็บเกี่ยวได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากราชการ
ทุกวันนี้ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากกฎหมายที่เป็นอุปสรรค และไม่สอดคล้องกับวิถีชนบทไทย (ที่ปลูกต้นไม้แบบหลากหลาย) ทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงที่จะปลูกต้นไม้มีค่า เพราะต้องกลายเป็นไม้หวงห้าม ประชาชนจึงหันมาปลูกไม้ต่างถิ่น เช่น ยูคาลิปตัสที่ทำลายสิ่งแวดล้อมแทน)
4. รัฐต้องให้ค่าตอบแทนแก่ผู้ปลูกต้นไม้ที่เป็นสมาชิกธนาคารต้นไม้ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นไม้ทุกปี (ปกติรัฐเป็นผู้ปลูกและใช้เงินภาษีของประชาชนในการปลูก เมื่อประชาชนปลูกเอง รัฐจึงต้องจ่ายให้กับประชาชน)
(ข้อ 2 – 4 เป็นไปตามพ.ร.บ.ธนาคารต้นไม้ ที่ธนาคารต้นไม้ (ภาคประชาชน) เตรียมเสนอเป็นกฎหมายลูก)
นิยามความหมายและการสร้างความเข้าใจ
1. ต้นไม้ หมายถึง ไม้ยืนต้นประเภทที่ใช้เนื้อไม้ได้ “ไม่ใช่” ไม้ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ใช่การปลูกแบบเชิงเดี่ยว
2. ต้นไม้ที่ขึ้นทะเบียนตามพ.ร.บ.ธนาคารต้นไม้ ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายอื่น
3. ธนาคารต้นไม้ หมายถึง ธนาคารต้นไม้ระดับต่างๆ ได้แก่ สาขา จังหวัด และระดับชาติ โดยเป็นองค์กรภาคประชาชนที่มีสมาชิกเป็นตัวแทนอยู่ในทุกระดับ
ขอเชิญทุกท่านร่วมลงชื่อเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับต้นไม้

แคมเปญประสบความสำเร็จ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 11 ตุลาคม ค.ศ. 2015 แล้ว