ขอให้กรมปศุสัตว์ตรวจสอบและปราบปรามการเพาะลูกช้าง

ประเด็นรณรงค์

เรื่อง    ขอให้ดำเนินการลงโทษและตัดตอนขบวนการผสมและค้าลูกช้าง

เรียน    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์

         โทรศัพท์ : 0 2653 4401 อีเมล์ : dg@dld.go.th                        

วันที่ 29 มีนาคม 2569

          ดิฉันชื่อ วิภาพร  นิพนธ์สุขโชติ ประกอบอาชีพรับแปลเอกสารไทยอังกฤษและค้าขายออนไลน์  ขอเป็นตัวแทนรวบรวมรายชื่อชาวไทยที่รักช้างและคิดเห็นตรงกัน พร้อมคำเสนอแนะ  เพื่อเรียนขอความร่วมมือจากท่านอธิบดีได้โปรดดำเนินการสอบสวนและปราบปรามขบวนการค้าลูกช้าง ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.      พังวาสนา  เหยื่อขบวนการค้าลูกช้าง ที่ตายเชื้อ EEHV Type 1

4 เมษายน 2568 นับเป็นวันแรกในประวัติศาสตร์ที่สังคมไทยได้เรียนรู้ว่า  ช้างน้อยวาสนา เป็นเหยื่อของธุรกิจเพาะช้าง และ ธุรกิจปางโลกสวย ในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ชูจุดขายให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดช้างโดยไม่มีโซ่และตะขอ  พังวาสนาต้องจากไปในวัยเพียง 1 ปี 5 เดือน จากสาเหตุติดเชื้อ EEHV Type 1 ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของคนรักช้างทั่วประเทศ

2.      พลายต้นหนาว (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นต้นบุญ) ช้างน้อยสู้ชีวิตที่รอดชีวิตจากเชื้อ EEHV

27 กันยายน 2568 คุณกัญจนา  ศิลปะอาชา เปิดเผยว่า “ต้นหนาว” ถูกพรากจากแม่ตั้งแต่อายุเพียง 1 ปี ถูกฝึกอย่างไม่เหมาะสม โดยล่ามขาหน้าทั้งสองติดกันโยงถึงคอ และให้อาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เช่น มันแกว ต่อมาถูกส่งไปทำงานที่เกาะสมุย ซึ่งเป็นปางช้างโลกสวยแบบไม่ใช้โซ่และตะขอ  จนต้นหนาวล้มป่วยด้วยโรคไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้าง (EEHV) ชนิดรุนแรง ซึ่งมีอัตราการรอดต่ำ แต่ต้นบุญสามารถต่อสู้จนรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์  

3.      พังอายจัง ช้างน้อยวัย 2 ปี พบหลักฐานภาพและคลิปถูกทุบตีและขึ้นขี่

26 มีนาคม 2569 คุณกัญจนา  ศิลปะอาชา เปิดเผยว่า ชนเผ่าทางภาคเหนือนำช้างพังไปล่ามในป่าเพื่อให้ช้างป่าผสม เมื่อได้ลูกช้าง ผู้เพาะช้างขายเหล่านี้ก็จะขาย หรือ ปล่อยเช่าช้าง ให้ไปกินผลไม้ เล่นน้ำ หรือให้นักท่องเที่ยวกอดรัดแบบไม่สวมโซ่ และไม่ใช้ตะขอ  เพื่อสร้างความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว  แต่ฉากหลัง คนใจบาปบางคนกลับทุบตีลูกช้างจนบาดเจ็บ

 

          รายชื่อลูกช้างข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างของเหยื่อขบวนการเพาะลูกช้างเพื่อขายป้อนให้กับธุรกิจปางช้างทั้งแบบโลกสวย และใช้โซ่และตะขอ  แหล่งเพาะลูกช้างที่สำคัญ ได้แก่ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก, ปางช้างและบ้านควาญต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่, สุรินทร์ และ ชัยภูมิ  โดยมีนายหน้าคอยเป็นตัวกลางระหว่างผู้เพาะช้างกับผู้ซื้อทั่วประเทศ  ลูกช้างจะถูกพรากจากแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ได้กินนมแม่ให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน  ถูกนำมาฝึก ผูกมัด และทุบตี เพื่อให้ลูกช้างทำท่าทางต่าง ๆ และเชื่อฟังคำสั่งของควาญจนเกิดบาดแผลและความเครียด เมื่อผ่านการฝึกก็ต้องไปต้อนรับนักท่องเที่ยวจนพักผ่อนไม่เพียงพอ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงติดเชื้อเฮอร์ปิซและโรคอื่น ๆ  หากรอดตายจากโรคร้าย  เมื่ออายุมาก หมดความน่ารักหรือควบคุมยาก ช้างน้อยเหล่านี้ก็จะถูกขายเพื่อไปเป็นช้างลากไม้เผชิญชะตาชีวิตที่ยากลำบากต่อไป เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่จบสิ้น

          จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการและแจ้งผลการดำเนินการให้พวกเราทราบ และขอขอบพระคุณในความร่วมมืออันดีจากท่าน

                                                                                      วิภาพร  นิพนธ์สุขโชติ

avatar of the starter
วิภาพร นิพนธ์สุขโชติผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

1

ประเด็นรณรงค์

เรื่อง    ขอให้ดำเนินการลงโทษและตัดตอนขบวนการผสมและค้าลูกช้าง

เรียน    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์

         โทรศัพท์ : 0 2653 4401 อีเมล์ : dg@dld.go.th                        

วันที่ 29 มีนาคม 2569

          ดิฉันชื่อ วิภาพร  นิพนธ์สุขโชติ ประกอบอาชีพรับแปลเอกสารไทยอังกฤษและค้าขายออนไลน์  ขอเป็นตัวแทนรวบรวมรายชื่อชาวไทยที่รักช้างและคิดเห็นตรงกัน พร้อมคำเสนอแนะ  เพื่อเรียนขอความร่วมมือจากท่านอธิบดีได้โปรดดำเนินการสอบสวนและปราบปรามขบวนการค้าลูกช้าง ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.      พังวาสนา  เหยื่อขบวนการค้าลูกช้าง ที่ตายเชื้อ EEHV Type 1

4 เมษายน 2568 นับเป็นวันแรกในประวัติศาสตร์ที่สังคมไทยได้เรียนรู้ว่า  ช้างน้อยวาสนา เป็นเหยื่อของธุรกิจเพาะช้าง และ ธุรกิจปางโลกสวย ในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ชูจุดขายให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดช้างโดยไม่มีโซ่และตะขอ  พังวาสนาต้องจากไปในวัยเพียง 1 ปี 5 เดือน จากสาเหตุติดเชื้อ EEHV Type 1 ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของคนรักช้างทั่วประเทศ

2.      พลายต้นหนาว (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นต้นบุญ) ช้างน้อยสู้ชีวิตที่รอดชีวิตจากเชื้อ EEHV

27 กันยายน 2568 คุณกัญจนา  ศิลปะอาชา เปิดเผยว่า “ต้นหนาว” ถูกพรากจากแม่ตั้งแต่อายุเพียง 1 ปี ถูกฝึกอย่างไม่เหมาะสม โดยล่ามขาหน้าทั้งสองติดกันโยงถึงคอ และให้อาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เช่น มันแกว ต่อมาถูกส่งไปทำงานที่เกาะสมุย ซึ่งเป็นปางช้างโลกสวยแบบไม่ใช้โซ่และตะขอ  จนต้นหนาวล้มป่วยด้วยโรคไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้าง (EEHV) ชนิดรุนแรง ซึ่งมีอัตราการรอดต่ำ แต่ต้นบุญสามารถต่อสู้จนรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์  

3.      พังอายจัง ช้างน้อยวัย 2 ปี พบหลักฐานภาพและคลิปถูกทุบตีและขึ้นขี่

26 มีนาคม 2569 คุณกัญจนา  ศิลปะอาชา เปิดเผยว่า ชนเผ่าทางภาคเหนือนำช้างพังไปล่ามในป่าเพื่อให้ช้างป่าผสม เมื่อได้ลูกช้าง ผู้เพาะช้างขายเหล่านี้ก็จะขาย หรือ ปล่อยเช่าช้าง ให้ไปกินผลไม้ เล่นน้ำ หรือให้นักท่องเที่ยวกอดรัดแบบไม่สวมโซ่ และไม่ใช้ตะขอ  เพื่อสร้างความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว  แต่ฉากหลัง คนใจบาปบางคนกลับทุบตีลูกช้างจนบาดเจ็บ

 

          รายชื่อลูกช้างข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างของเหยื่อขบวนการเพาะลูกช้างเพื่อขายป้อนให้กับธุรกิจปางช้างทั้งแบบโลกสวย และใช้โซ่และตะขอ  แหล่งเพาะลูกช้างที่สำคัญ ได้แก่ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก, ปางช้างและบ้านควาญต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่, สุรินทร์ และ ชัยภูมิ  โดยมีนายหน้าคอยเป็นตัวกลางระหว่างผู้เพาะช้างกับผู้ซื้อทั่วประเทศ  ลูกช้างจะถูกพรากจากแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ได้กินนมแม่ให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน  ถูกนำมาฝึก ผูกมัด และทุบตี เพื่อให้ลูกช้างทำท่าทางต่าง ๆ และเชื่อฟังคำสั่งของควาญจนเกิดบาดแผลและความเครียด เมื่อผ่านการฝึกก็ต้องไปต้อนรับนักท่องเที่ยวจนพักผ่อนไม่เพียงพอ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงติดเชื้อเฮอร์ปิซและโรคอื่น ๆ  หากรอดตายจากโรคร้าย  เมื่ออายุมาก หมดความน่ารักหรือควบคุมยาก ช้างน้อยเหล่านี้ก็จะถูกขายเพื่อไปเป็นช้างลากไม้เผชิญชะตาชีวิตที่ยากลำบากต่อไป เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่จบสิ้น

          จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการและแจ้งผลการดำเนินการให้พวกเราทราบ และขอขอบพระคุณในความร่วมมืออันดีจากท่าน

                                                                                      วิภาพร  นิพนธ์สุขโชติ

avatar of the starter
วิภาพร นิพนธ์สุขโชติผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 28 มีนาคม ค.ศ. 2026 แล้ว