Confirmed victory

เพื่อเป็นการเชิญชวนให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินการณ์ ปลูกป่าตามที่ได้สัญญาไว้ ภาคประชาชน และ ผู้ที่ร่วมลงชื่อผ่าน change.org เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมาจึงได้ลุยปลูกต้นไม้สองข้างทางถนนธนะรัชต์ให้กรมทางหลวงดู ดูได้จากภาพด้านบน และข่าวนี้ครับ 

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1376286995 

English Summary at the End

หากใครเคยไปเที่ยวเขาใหญ่และเดินทางโดยใช้เส้นทางอำเภอปากช่อง คงจะได้ใช้บริการถนนธนะรัชต์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามถนน “อุโมงค์ต้นไม้” 

ต้นไม้ใหญ่เก่าแก่หลายต้นอายุเกินร้อยปีที่รายล้อมอยู่สองข้างทางแผ่กิ่งก้านสาขามาบรรจบกันกลางถนน สร้างชื่อ “อุโมงค์ต้นไม้” ให้กับถนนสายสำคัญนี้ที่เชื่อมระหว่าง จังหวัดนครนครราชสีมา กับแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

แต่เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 กรมทางหลวงได้ดำเนินการขยายถนนธนะรัชต์ และได้ตัดต้นไม้ใหญ่สองข้างทางตั้งแต่กม.ที่ 2 ถึงกม.ที่ 8 เป็นจำนวนมากถึง 128 ต้น ต้นไม้ใหญ่  ต้นไม้หวงห้าม  ต้นไม้หายากที่ชาวบ้านปลูก แต่ละต้นมีอายุนับสิบนับร้อยปี  และต้นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ถูกตัดจนหมดสิ้น 

ทางเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และสมาคมต่อต้านโลกร้อนได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้คืน และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ศาลปกครองมีคำสั่งให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้ทดแทนทั้งหมด โดยเป็นชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกับของเดิม และต้องดำเนินการภายใน 60 วัน

แต่กรมทางหลวงกลับปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาล อีกทั้งยังอ้างว่า การนำต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โตเต็มที่แล้วจากที่อื่นเข้าไปปลูกจะทำให้ต้นไม้เหล่านั้นไม่มีรากแก้วยึดเหนี่ยวกับดิน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น  ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีที่ทำงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผมยืนยันว่าการปลูกต้นไม้คืนไม่ใช่เรื่องลำบากและสามารถลงมือทำได้เลย ถ้ากรมทางหลวงมีความจริงใจในการจะร่วมกันรักษาสมบัติของชาติเหล่านี้ไว้ 

ดังนั้นพวกเรา ในฐานะตัวแทนจากเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ จึงขอเรียกร้องให้กรมทางหลวงปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยทันที ด้วยการปลูกต้นไม้คืนตามจำนวนที่ได้ตัดไป และขอเชิญทุกคนที่เห็นด้วยร่วมลงชื่อสนับสนุนและส่งต่อเรื่องราวรณรงค์นี้ให้กับเพื่อนๆ ให้มากที่สุด เพื่อส่งเสียงบอกให้กรมทางหลวงคืนต้นไม้ใหญ่ให้กับเส้นทางสายธรรมชาติสายนี้ โดยเราจะนำรายชื่อของทุกคนส่งต่อกรมทางหลวงโดยตรง

The stunning and picturesque trees along a famous road leading to Khao Yai national park were recently slashed and destroyed as part of a road expansion project.

Now the courts have ordered the Department of Highways to replant the trees along Thanarath road but they're refusing outright to follow the courts order. 

The court made the ruling after 3 years of public pressure by People Network for Protection of Khaoyai's Biodiversity -- so now they're turning to public pressure again to make sure the Department of Highways actually follows the ruling and plants the trees.

Environmentalist Tara Buakamsri and People Network for Protection of Khaoyai's Biodiversity  are asking for your support to put pressure on the Highways authorities to do the right thing and not to try to find excuses but restore Thanarath Road to its picturesque state.

--- อ่านรายละเอียดทั้งหมดด้านล่างนี้ ---

ในปี พ.ศ. 2553 เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ซึ่งเป็นเครือข่ายประชาสังคมที่รวมตัวกันเพื่อรณรงค์คัดค้านการขยายถนนธนะรัชต์ ซึ่งเป็นเส้นทางสายธรรมชาติขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และเป็นพื้นที่สำคัญทั้งทางวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม

ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 (ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่) โดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พบว่ามีการตัดต้นไม้ทั้งสองข้างทางตั้งแต่ กม.ที่ 2 ถึง กม.ที่ 8   นอกจากตัดต้นไม้เล็กนับร้อยต้นแล้ว  ยังพบว่ามีการตัดต้นไม้ใหญ่  ต้นไม้หวงห้าม  ต้นไม้หายาก อันประกอบด้วย  สะเดา 86 ต้น , สัก 8 ต้น ,ประดู่ 5 ต้น , นนทรี 4 ต้น , กระถินพิมาน 1 ต้น , หว้า 4 ต้น ,อินทนิล 1 ต้น ,กาสามปีก 8 ต้น ,คงคาเดือด 4 ต้น , มะค่าโมง 2 ต้น , ตะแบก 1 ต้น , พะยูง 1 ต้น , มะหาด 1 ต้น , และตะคร้ำ 2 ต้น   ไม้ใหญ่ที่ถูกตัดไปนั้น มีจำนวนรวมแล้วมากถึง 128 ต้น แต่ละต้นมีอายุนับสิบนับร้อยปี  ล้วนแต่เป็นต้นไม้สำคัญ  บางชนิดหายากและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

การรณรงค์ดังกล่าวส่งผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ระงับการก่อสร้างขยายถนนธนะรัชต์ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาเส้นทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ขณะเดียวกัน ผู้ประสานงานและตัวแทนเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ได้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (นายก อบต.หนองน้ำแดง) และประชาชน พบว่าประชาชนอยากให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศทางธรรมชาติสองข้างทางถนนธนะรัตช์ดังกล่าวโดยเสนอแนวทางและกรอบการแก้ไขหลายข้อรวมถึง

(1) การพัฒนาปรับปรุงชุมชนหนองน้ำแดงให้กลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศที่ทุกคนจะเริ่มต้นอย่างมีจิตสำนึกในการพิทักษ์รักษาและหวงแหนผืนป่าเขาใหญ่ จนเกิดคุณค่าและอรรถประโยชน์ชัดเจน ทั้งต่อชุมชนและนักท่องเที่ยว และ (2) ให้ปรับสภาพภูมิทัศน์และฟื้นฟูระบบนิเวศจาก กม.ที่ 2-5 เป็นถนน 4 เลน ที่ร่มรื่น สวยงามและปลอดภัย ส่วนจาก กม.ที่ 6-กม.ที่ 10 เป็นถนน 4 เลน เรียวสอบเข้าเป็น 2 เลนที่ กม.ที่ 10-11 ทำให้สอดคล้อมกลมกลืนสวยงามกับสภาพระบบนิเวศ ตั้งแต่ กม.ที่ 11 เป็นต้นไปรวมทั้งหลักเลี่ยงสภาพคอขวดแบบกระชั้นชิดที่อาจก่อปัญหาจราจรอย่างรุนแรงได้ และฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศ 2 ข้างทางจากหลัก กม.ที่ 11-24 อย่างจริงจังทั้งป้องกันไม่ให้มีการขยายถนนจนทำลายสภาพป่าและระบบนิเวศในอนาคตข้างหน้าอีก

ต่อมาในวันที่ 18 มิถุนายน 2553 เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่นำโดย ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวีร่วมกับสมาคมต่อต้านโลกร้อนได้ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เพื่อเอาผิดกับกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 ให้กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม ร่วมกันนำต้นไม้ ชนิด ประเภท และขนาดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันในจำนวนที่เท่ากันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปแล้ว เพื่อขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ ช่วงปากช่อง-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กม.ที่ 2-10.1 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บริเวณต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ไปปลูกทดแทนตามเขตแนวถนน เพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมให้มากที่สุด โดยให้เริ่มดำเนินการภายใน 60 วัน

ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวงระบุว่า กรมทางหลวงจะยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุดทันที เพราะเห็นว่าคำสั่งศาลที่ออกมาไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ทดแทนซึ่งกำหนดให้เป็นขนาดเดียวกันกับที่ถูกตัดไปจะส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนน การนำต้นไม้ขนาดใหญ่ไปปลูกตามแนวเขตทางจะไม่มั่นคงถาวร แตกต่างจากการปลูกตั้งแต่ต้นเล็กๆ ที่มีรากแก้วยึดเหนี่ยวอยู่กับพื้นดินเมื่อถูกลมพายุพัดแรงก็สามารถต้านทานได้ แต่หากนำต้นไม้ใหญ่ไปปลูกอาจเกิดหักโค่นล้มทับรถที่สัญจรไปมาและกีดขวางถนน

แคมเปญนี้ต้องการผลักดันให้กรมทางหลวงดำเนินการเรื่องง่าย ๆ ปลูกต้นไม้ทดแทนริมถนนธนะรัชต์(ส่วนที่ถูกขยายเพิ่มเป็นสี่เลน)ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และมีภาระรับผิดในการปฏิบัติให้เป็นตามนโยบายรัฐบาลในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุ้มครองและฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญเชิงระบบนิเวศ

Letter to
อธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
PR
and 1 other
นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ_2
ผม/ดิฉัน ขอสนับสนุนการรณรงค์นี้

หากใครเคยไปเที่ยวเขาใหญ่และเดินทางโดยใช้เส้นทางอำเภอปากช่อง คงจะได้ใช้บริการถนนธนะรัชต์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามถนน “อุโมงค์ต้นไม้”

ต้นไม้ใหญ่เก่าแก่หลายต้นอายุเกินร้อยปีที่รายล้อมอยู่สองข้างทางแผ่กิ่งก้านสาขามาบรรจบกันกลางถนน สร้างชื่อ “อุโมงค์ต้นไม้” ให้กับถนนสายสำคัญนี้ที่เชื่อมระหว่าง จังหวัดนครนครราชสีมา กับแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

แต่เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 กรมทางหลวงได้ดำเนินการขยายถนนธนะรัชต์ และได้ตัดต้นไม้ใหญ่สองข้างทางตั้งแต่กม.ที่ 2 ถึงกม.ที่ 8 เป็นจำนวนมากถึง 128 ต้น ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้หวงห้าม ต้นไม้หายากที่ชาวบ้านปลูก แต่ละต้นมีอายุนับสิบนับร้อยปี และต้นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ถูกตัดจนหมดสิ้น

พวกเราเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และสมาคมต่อต้านโลกร้อนได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้คืน และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ศาลปกครองมีคำสั่งให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้ทดแทนทั้งหมด โดยเป็นชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกับของเดิม และต้องดำเนินการภายใน 60 วัน

แต่กรมทางหลวงกลับปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาล อีกทั้งยังอ้างว่า การนำต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โตเต็มที่แล้วจากที่อื่นเข้าไปปลูกจะทำให้ต้นไม้เหล่านั้นไม่มีรากแก้วยึดเหนี่ยวกับดิน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ด้วยประสบการณ์กว่า 30ปีที่ทำงานและคลุกคลีกับป่าไม้ ผมยืนยันว่าการปลูกต้นไม้คืนไม่ใช้เรื่องลำบากและสามารถลงมือทำได้เลย ถ้ากรมทางหลวงมีความจริงใจในการจะร่วมกันรักษาสมบัติของชาติเหล่านี้ไว้

ดังนั้นพวกเรา ในฐานะตัวแทนจากเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และสมาคมต่อต้านโลกร้อน จึงขอเรียกร้องให้กรมทางหลวงปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยทันที ด้วยการปลูกต้นไม้คืนตามจำนวนที่ได้ตัดไป และขอเชิญทุกคนที่เห็นด้วยร่วมลงชื่อสนับสนุนและส่งต่อเรื่องราวรณรงค์นี้ให้กับเพื่อนๆ ให้มากที่สุด เพื่อส่งเสียงบอกให้กรมทางหลวงคืนต้นไม้ใหญ่ให้กับเส้นทางสายธรรมชาติสายนี้ โดยเราจะนำรายชื่อของทุกคนส่งต่อกรมทางหลวงโดยตรง