ก.แรงงานออกกฎกระทรวงให้การตรวจสุขภาพประจำปี (สุขภาพกายและสุขภาพใจ) ต้องทำทุกองค์กร


ก.แรงงานออกกฎกระทรวงให้การตรวจสุขภาพประจำปี (สุขภาพกายและสุขภาพใจ) ต้องทำทุกองค์กร
ประเด็นรณรงค์
แก้กฎหมายให้นายจ้างจัดสวัสดิการตรวจสุขภาพกายและใจประจำปีให้ลูกจ้างทุกคน #เป็นคนทำงานมันเหนื่อย
คนวัยทำงานตอนนี้แบกรับความเครียดมหาศาลไม่ว่าจะเป็นภาระครอบครัว ภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงสภาพงานที่มีความเครียดความกดดัน #เป็นคนทำงานมันเหนื่อย หากล้มป่วยไปเพราะสภาพร่างกายและจิตใจอ่อนล้า แล้วใครจะมาดูแล
ดิฉันได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการสิทธิประโยชน์สุขภาพจิตคนทำงานในสถานประกอบการ และพบว่าคนในวัยทำงานไทยมีปัญหาทั้งเรื่องหนี้สิน สภาพการจ้างงาน และปัญหาสุขภาพส่วนตัว จากปัญหาเหล่านี้ ทำให้เกิดความเครียดสะสม และกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต และหลายครั้งกว่าที่จะได้รับการดูแลรักษา ก็อยู่ในภาวะที่สายเกินแก้
แม้ว่าระบบประกันสังคมจะระบุเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปีไว้ แต่ด้วยเงื่อนไขรายละเอียดของช่วงอายุที่กำหนดไว้ ทำให้การตรวจบางอย่างไม่สามารถตรวจได้ทุกปี เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด อายุตั้งแต่ 35 – 54 ปี ตรวจได้ทุก 3 ปี อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี และประเด็นสำคัญคือระบบประกันสังคมไม่รวมเรื่องการตรวจสุขภาพจิตไว้ในการตรวจสุขภาพประจำปี
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎหมายแรงงานที่ใช้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พุทธศักราช 2548 นั้น ไม่ได้มีการกำหนดให้นายจ้างต้องตรวจสุขภาพประจำปี (สุขภาพกายและจิตใจ) ของคนทำงาน ซึ่งทำให้กระบวนการ “รู้ก่อน แก้ไขทัน” นั้นหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 คนทำงานไทยอยู่ในภาวะ burn out มีความเครียดสะสม มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงขึ้น ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้น จึงอยากจะเสนอให้กระทรวงแรงงาน
- แก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวให้ตรวจสุขภาพประจำปี (ร่างกายและจิตใจ) เป็นสวัสดิการที่กฎหมายกำหนด
- ในส่วนของสุขภาพจิต ทางบริษัทสามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายโดยใช้ระบบ Mental Health Check in ที่กรมสุขภาพจิตพัฒนาไว้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อนำมาประเมินสภาวะจิตใจคนทำงานได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
หากกลุ่มแรงงานที่ได้รับการประเมินปัญหาสุขภาพจิตว่ามีความเสี่ยงสูง บริษัทสามารถส่งเพื่อเข้ารับการดูแลรักษาต่อไปตามระบบของประกันสังคมได้
ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอเชิงรูปธรรม เพื่อสร้างสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ สร้างสภาพการทำงานที่ดี มีประสิทธิภาพและเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน #เป็นคนทำงานมันเหนื่อย ดังนั้นพวกเขาควรได้รับการดูแลที่เหมาะสมทั้งร่างกายและจิตใจ

3,959
ประเด็นรณรงค์
แก้กฎหมายให้นายจ้างจัดสวัสดิการตรวจสุขภาพกายและใจประจำปีให้ลูกจ้างทุกคน #เป็นคนทำงานมันเหนื่อย
คนวัยทำงานตอนนี้แบกรับความเครียดมหาศาลไม่ว่าจะเป็นภาระครอบครัว ภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงสภาพงานที่มีความเครียดความกดดัน #เป็นคนทำงานมันเหนื่อย หากล้มป่วยไปเพราะสภาพร่างกายและจิตใจอ่อนล้า แล้วใครจะมาดูแล
ดิฉันได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการสิทธิประโยชน์สุขภาพจิตคนทำงานในสถานประกอบการ และพบว่าคนในวัยทำงานไทยมีปัญหาทั้งเรื่องหนี้สิน สภาพการจ้างงาน และปัญหาสุขภาพส่วนตัว จากปัญหาเหล่านี้ ทำให้เกิดความเครียดสะสม และกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต และหลายครั้งกว่าที่จะได้รับการดูแลรักษา ก็อยู่ในภาวะที่สายเกินแก้
แม้ว่าระบบประกันสังคมจะระบุเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปีไว้ แต่ด้วยเงื่อนไขรายละเอียดของช่วงอายุที่กำหนดไว้ ทำให้การตรวจบางอย่างไม่สามารถตรวจได้ทุกปี เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด อายุตั้งแต่ 35 – 54 ปี ตรวจได้ทุก 3 ปี อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี และประเด็นสำคัญคือระบบประกันสังคมไม่รวมเรื่องการตรวจสุขภาพจิตไว้ในการตรวจสุขภาพประจำปี
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎหมายแรงงานที่ใช้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พุทธศักราช 2548 นั้น ไม่ได้มีการกำหนดให้นายจ้างต้องตรวจสุขภาพประจำปี (สุขภาพกายและจิตใจ) ของคนทำงาน ซึ่งทำให้กระบวนการ “รู้ก่อน แก้ไขทัน” นั้นหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 คนทำงานไทยอยู่ในภาวะ burn out มีความเครียดสะสม มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงขึ้น ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้น จึงอยากจะเสนอให้กระทรวงแรงงาน
- แก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวให้ตรวจสุขภาพประจำปี (ร่างกายและจิตใจ) เป็นสวัสดิการที่กฎหมายกำหนด
- ในส่วนของสุขภาพจิต ทางบริษัทสามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายโดยใช้ระบบ Mental Health Check in ที่กรมสุขภาพจิตพัฒนาไว้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อนำมาประเมินสภาวะจิตใจคนทำงานได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
หากกลุ่มแรงงานที่ได้รับการประเมินปัญหาสุขภาพจิตว่ามีความเสี่ยงสูง บริษัทสามารถส่งเพื่อเข้ารับการดูแลรักษาต่อไปตามระบบของประกันสังคมได้
ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอเชิงรูปธรรม เพื่อสร้างสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ สร้างสภาพการทำงานที่ดี มีประสิทธิภาพและเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน #เป็นคนทำงานมันเหนื่อย ดังนั้นพวกเขาควรได้รับการดูแลที่เหมาะสมทั้งร่างกายและจิตใจ

3,959
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2022 แล้ว