กรมอนามัยต้องเปิดชื่อสถานบริการทำแท้งปลอดภัย บนเว็บไซต์ของกรมฯ


กรมอนามัยต้องเปิดชื่อสถานบริการทำแท้งปลอดภัย บนเว็บไซต์ของกรมฯ
ประเด็นรณรงค์
เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2565 'กลุ่มทำทาง' ซึ่งทำงานให้การปรึกษา สร้างความเข้าใจกับสังคม รณรงค์เชิงนโยบาย และผลักดันเรื่องสิทธิในการเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ขอชวนทุกคนช่วยลงชื่อ เรียกร้องให้กรมอนามัยประกาศรายชื่อสถานบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยที่ขึ้นทะเบียนและเปิดเผยตัวต่อสาธารณะแล้ว ไว้ในเว็บไซต์ของกรมฯ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบข้อมูลและเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพเหล่านี้ได้...ไม่ต้องเสี่ยงซื้อยาด้อยคุณภาพออนไลน์อีกต่อไป
เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วที่ประเทศไทยได้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยการทำแท้ง โดยประชาชนมีสิทธิเลือกยุติตั้งครรภ์ได้ ถ้า...
- มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ทำแท้งได้โดยไม่มีความผิดทุกกรณี
- หากถูกข่มขืนหรือถูกกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ทำแท้งได้ไม่กำหนดอายุครรภ์และไม่ต้องแจ้งความ รวมทั้งกรณีผู้ที่ตั้งครรภ์มีปัญหาด้านสุขภาพกายหรือจิต หรือพบว่าตัวอ่อนพิการ
- กรณีที่อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ถ้าไม่เข้าข่ายใดๆ ข้างต้น ให้ผ่าน 'การปรึกษาทางเลือก' ก่อนรับบริการ
ซึ่งเจตนารมย์ของกฎหมายก็ "เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย"
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังสนับสนุนค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ให้กับโรงพยาบาลและคลินิคในเครือข่าย สปสช. ทุกแห่ง เป็นจำนวน 3,000 บาท ต่อครั้ง ณ ปัจจุบัน มีคลินิคและโรงพยาบาลขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการยุติการตั้งครรภ์กับกรมอนามัยแล้ว 100 - 200 แห่งทั่วประเทศ
แม้ว่าจะมีรายชื่อสถานบริการจำนวนหนึ่ง (ไม่ใช่ทั้งหมด) จะเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วในเว็บไซต์ของหน่วยงานเอกชน แต่ประชาชนจะรู้และเช็คข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างไร ในเมื่อเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขและกรมอนามัยเองยังไม่มีข้อมูล!
การไม่เปิดเผยรายชื่อสถานบริการที่ปลอดภัยเหล่านี้ ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการทำแท้งต้องเสียเวลา เสี่ยงที่จะพบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ถูกหลอก เสียค่าใช้จ่ายที่ซื้อยามาใช้แล้วไม่แท้ง หรือได้ยาที่อันตราย ต้องเผชิญความเครียดด้วยความไม่รู้ หรือต้องพึ่งรอหาทางออกจากแหล่งอื่น และแต่ละวันท่ี่อายุครรภ์เพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพสูงขึ้นตาม เสี่ยงในการรักษา-ดูแลตัวเองที่ผิด กว่าจะมาพบคลินิค/รพ.ที่ให้บริการอย่างปลอดภัยก็อาจจะอันตรายถึงชีวิต
นอกจากนี้ สถานบริการยุติการตั้งครรภ์เหล่านั้นเอง ก็ได้รับผลกระทบคือ ไม่ได้รับความเชื่อถือ เพราะประชาชนไม่สามารถค้นหาข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงานราชการใดๆ ได้ ถูกสงสัยว่าถูกกฎหมายและให้บริการยุติตั้งครรภ์แบบปลอดภัยได้มาตรฐานหรือไม่ โดยหมอและบุคลากรเองก็อาจถูกมองว่าเป็น 'คนขายยา' ที่คิดแต่เรื่องรายได้ และการเข้ารับการรักษาเป็นการ 'สั่งยา หรือ ซื้อยา' แทนที่จะเป็นการรักษาจากหมอหรือบุคลากรที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ 'กลุ่มทำทาง' เห็นว่าการไม่เปิดเผยรายชื่อสถานบริการเหล่านี้ เป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนโดยตรง คือ
- สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
- สิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็น
- สิทธิในความเป็นส่วนตัวที่จะไม่ถูกละเมิด (กรณีไปรับบริการในสถานบริการแล้วถูกปฎิเสธ ถูกตีตรา ถูกประจานในที่สาธารณะ)
- และสิทธิที่จะไม่ถูกทรมาน (การเข้าถึงข้อมูลล่าช้าส่งผลต่อการตัดสินใจ อายุครรภ์เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อร่างกาย และ จิตใจ)
อย่างไรก็ตาม เราเข้าใจดีว่า ยังมีสถานบริการบางแห่งยังไม่พร้อมเปิดเผยตัวต่อสาธารณะ ด้วยเหตุที่กังวล "ทัศนคติ" ของสังคม ดังนั้น ในจำนวน 100 -200 แห่งนั้น เราไม่ได้ขอให้เปิดเผยรายชื่อทั้งหมด แต่ขอให้เปิดเผยรายชื่อ เฉพาะหน่วยงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ในเว็บไซต์ของภาคเอกชนแล้วเท่านั้น แต่กรมอนามัยจะต้องขึ้นลิสต์รายชื่อนี้ ในเว็บไซต์หน่วยงานของท่านโดยเร็ว เพราะทุกวัน มีผู้ที่ต้องการรับบริการ และประสบปัญหาสับสนในข้อมูล และไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ทุกวัน
หวังว่ากรมอนามัยจะได้ยินเสียงนี้ อย่าผลักให้ผู้หญิงต้องเสี่ยงตาย เสี่ยงสูญเงินและเสียเวลา ด้วยการไม่ให้ข้อมูลจำเป็นในยามที่พวกเธอต้องการ

5,651
ประเด็นรณรงค์
เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2565 'กลุ่มทำทาง' ซึ่งทำงานให้การปรึกษา สร้างความเข้าใจกับสังคม รณรงค์เชิงนโยบาย และผลักดันเรื่องสิทธิในการเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ขอชวนทุกคนช่วยลงชื่อ เรียกร้องให้กรมอนามัยประกาศรายชื่อสถานบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยที่ขึ้นทะเบียนและเปิดเผยตัวต่อสาธารณะแล้ว ไว้ในเว็บไซต์ของกรมฯ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบข้อมูลและเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพเหล่านี้ได้...ไม่ต้องเสี่ยงซื้อยาด้อยคุณภาพออนไลน์อีกต่อไป
เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วที่ประเทศไทยได้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยการทำแท้ง โดยประชาชนมีสิทธิเลือกยุติตั้งครรภ์ได้ ถ้า...
- มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ทำแท้งได้โดยไม่มีความผิดทุกกรณี
- หากถูกข่มขืนหรือถูกกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ทำแท้งได้ไม่กำหนดอายุครรภ์และไม่ต้องแจ้งความ รวมทั้งกรณีผู้ที่ตั้งครรภ์มีปัญหาด้านสุขภาพกายหรือจิต หรือพบว่าตัวอ่อนพิการ
- กรณีที่อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ถ้าไม่เข้าข่ายใดๆ ข้างต้น ให้ผ่าน 'การปรึกษาทางเลือก' ก่อนรับบริการ
ซึ่งเจตนารมย์ของกฎหมายก็ "เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย"
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังสนับสนุนค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ให้กับโรงพยาบาลและคลินิคในเครือข่าย สปสช. ทุกแห่ง เป็นจำนวน 3,000 บาท ต่อครั้ง ณ ปัจจุบัน มีคลินิคและโรงพยาบาลขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการยุติการตั้งครรภ์กับกรมอนามัยแล้ว 100 - 200 แห่งทั่วประเทศ
แม้ว่าจะมีรายชื่อสถานบริการจำนวนหนึ่ง (ไม่ใช่ทั้งหมด) จะเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วในเว็บไซต์ของหน่วยงานเอกชน แต่ประชาชนจะรู้และเช็คข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างไร ในเมื่อเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขและกรมอนามัยเองยังไม่มีข้อมูล!
การไม่เปิดเผยรายชื่อสถานบริการที่ปลอดภัยเหล่านี้ ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการทำแท้งต้องเสียเวลา เสี่ยงที่จะพบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ถูกหลอก เสียค่าใช้จ่ายที่ซื้อยามาใช้แล้วไม่แท้ง หรือได้ยาที่อันตราย ต้องเผชิญความเครียดด้วยความไม่รู้ หรือต้องพึ่งรอหาทางออกจากแหล่งอื่น และแต่ละวันท่ี่อายุครรภ์เพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพสูงขึ้นตาม เสี่ยงในการรักษา-ดูแลตัวเองที่ผิด กว่าจะมาพบคลินิค/รพ.ที่ให้บริการอย่างปลอดภัยก็อาจจะอันตรายถึงชีวิต
นอกจากนี้ สถานบริการยุติการตั้งครรภ์เหล่านั้นเอง ก็ได้รับผลกระทบคือ ไม่ได้รับความเชื่อถือ เพราะประชาชนไม่สามารถค้นหาข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงานราชการใดๆ ได้ ถูกสงสัยว่าถูกกฎหมายและให้บริการยุติตั้งครรภ์แบบปลอดภัยได้มาตรฐานหรือไม่ โดยหมอและบุคลากรเองก็อาจถูกมองว่าเป็น 'คนขายยา' ที่คิดแต่เรื่องรายได้ และการเข้ารับการรักษาเป็นการ 'สั่งยา หรือ ซื้อยา' แทนที่จะเป็นการรักษาจากหมอหรือบุคลากรที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ 'กลุ่มทำทาง' เห็นว่าการไม่เปิดเผยรายชื่อสถานบริการเหล่านี้ เป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนโดยตรง คือ
- สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
- สิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็น
- สิทธิในความเป็นส่วนตัวที่จะไม่ถูกละเมิด (กรณีไปรับบริการในสถานบริการแล้วถูกปฎิเสธ ถูกตีตรา ถูกประจานในที่สาธารณะ)
- และสิทธิที่จะไม่ถูกทรมาน (การเข้าถึงข้อมูลล่าช้าส่งผลต่อการตัดสินใจ อายุครรภ์เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อร่างกาย และ จิตใจ)
อย่างไรก็ตาม เราเข้าใจดีว่า ยังมีสถานบริการบางแห่งยังไม่พร้อมเปิดเผยตัวต่อสาธารณะ ด้วยเหตุที่กังวล "ทัศนคติ" ของสังคม ดังนั้น ในจำนวน 100 -200 แห่งนั้น เราไม่ได้ขอให้เปิดเผยรายชื่อทั้งหมด แต่ขอให้เปิดเผยรายชื่อ เฉพาะหน่วยงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ในเว็บไซต์ของภาคเอกชนแล้วเท่านั้น แต่กรมอนามัยจะต้องขึ้นลิสต์รายชื่อนี้ ในเว็บไซต์หน่วยงานของท่านโดยเร็ว เพราะทุกวัน มีผู้ที่ต้องการรับบริการ และประสบปัญหาสับสนในข้อมูล และไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ทุกวัน
หวังว่ากรมอนามัยจะได้ยินเสียงนี้ อย่าผลักให้ผู้หญิงต้องเสี่ยงตาย เสี่ยงสูญเงินและเสียเวลา ด้วยการไม่ให้ข้อมูลจำเป็นในยามที่พวกเธอต้องการ

5,651
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 6 มีนาคม ค.ศ. 2022 แล้ว