ดิบดี "เมื่อน้ำดิบติดเชื้อ คนใช้น้ำจะทำอย่างไร?


ดิบดี "เมื่อน้ำดิบติดเชื้อ คนใช้น้ำจะทำอย่างไร?
ประเด็นรณรงค์
แคมเปญ “ดิบดี” เมื่อน้ำดิบติดเชื้อ คนใช้น้ำอยากทำอย่างไร เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า น้ำดิบที่เราใช้อยู่วันนี้ ปลอดภัยพอหรือยัง ก่อนมันจะกลายเป็น “น้ำประปา” ในบ้านเรา และกลายเป็น “ข้าว” ในจานของคนทั้งประเทศ
เราตั้งเป้ารวบรวมรายชื่อให้ได้ 10,000 รายชื่อภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อใช้เป็นเสียงของประชาชน ส่งข้อเสนอไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ “เร่งตัดสินใจ” และลงมือจริงใน 3 เรื่องที่กระทบชีวิตคนทันที คือ น้ำประปาเมือง ประปาหมู่บ้าน ภาคเกษตร
.
““ดิบดี” เมื่อน้ำดิบติดเชื้อ คนใช้น้ำอยากทำอย่างไร” เพราะสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ตัวเลขการตรวจวันนี้ แต่คือการที่รัฐยังปล่อยให้สังคม “เสี่ยงแบบไม่รู้ตัว” โดยไม่มีการลงทุนและระบบเฝ้าระวังที่ตรวจสอบได้
เราจึงมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อที่ชัดเจน
.
ข้อแรก ขอให้รัฐเร่งรัดงบประมาณและขั้นตอนในการ ย้ายแหล่งน้ำดิบใหม่ ทดแทนพื้นที่ที่พึ่งพาแม่น้ำกก พร้อมกำหนด ไทม์ไลน์ที่ชัดเจน และเปิดเผยความคืบหน้า รายเดือน ให้ประชาชนตรวจสอบได้
.
ข้อสอง ต้องมีมาตรการเร่งด่วนสำหรับ ประปาหมู่บ้าน เพราะยังมีคนจำนวนมากพึ่งพาระบบนี้ในชีวิตประจำวัน มาตรการต้องไปให้ถึงการเพิ่มความถี่การตรวจคุณภาพน้ำ การเปิดเผยผลตรวจสู่สาธารณะ การสนับสนุนระบบกรองที่เหมาะกับความเสี่ยงโลหะหนัก และการมีแผนสำรองน้ำสะอาดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
.
ข้อสาม ต้องมีมาตรการคุ้มครองและเยียวยา เกษตรกรนาข้าว 130,000 ไร่ “ก่อนข้าวออกสู่ตลาด” ด้วยระบบตรวจและคัดกรองผลผลิตที่เพียงพอ พร้อมกลไกเยียวยาหากพบความเสี่ยง เพื่อป้องกันความเสียหายของเกษตรกรรายย่อย รักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และลดความเสี่ยงที่อาจกระทบ ตลาดข้าวไทย หากเกิดกระแสปนเปื้อนโดยที่รัฐไม่มีระบบรองรับ
.
นี่คือเหตุผลที่ “ดิบดี” ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำ แต่คือเรื่องความปลอดภัยในบ้านเรา และความมั่นคงในจานข้าวของคนทั้งประเทศ.

135
ประเด็นรณรงค์
แคมเปญ “ดิบดี” เมื่อน้ำดิบติดเชื้อ คนใช้น้ำอยากทำอย่างไร เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า น้ำดิบที่เราใช้อยู่วันนี้ ปลอดภัยพอหรือยัง ก่อนมันจะกลายเป็น “น้ำประปา” ในบ้านเรา และกลายเป็น “ข้าว” ในจานของคนทั้งประเทศ
เราตั้งเป้ารวบรวมรายชื่อให้ได้ 10,000 รายชื่อภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อใช้เป็นเสียงของประชาชน ส่งข้อเสนอไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ “เร่งตัดสินใจ” และลงมือจริงใน 3 เรื่องที่กระทบชีวิตคนทันที คือ น้ำประปาเมือง ประปาหมู่บ้าน ภาคเกษตร
.
““ดิบดี” เมื่อน้ำดิบติดเชื้อ คนใช้น้ำอยากทำอย่างไร” เพราะสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ตัวเลขการตรวจวันนี้ แต่คือการที่รัฐยังปล่อยให้สังคม “เสี่ยงแบบไม่รู้ตัว” โดยไม่มีการลงทุนและระบบเฝ้าระวังที่ตรวจสอบได้
เราจึงมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อที่ชัดเจน
.
ข้อแรก ขอให้รัฐเร่งรัดงบประมาณและขั้นตอนในการ ย้ายแหล่งน้ำดิบใหม่ ทดแทนพื้นที่ที่พึ่งพาแม่น้ำกก พร้อมกำหนด ไทม์ไลน์ที่ชัดเจน และเปิดเผยความคืบหน้า รายเดือน ให้ประชาชนตรวจสอบได้
.
ข้อสอง ต้องมีมาตรการเร่งด่วนสำหรับ ประปาหมู่บ้าน เพราะยังมีคนจำนวนมากพึ่งพาระบบนี้ในชีวิตประจำวัน มาตรการต้องไปให้ถึงการเพิ่มความถี่การตรวจคุณภาพน้ำ การเปิดเผยผลตรวจสู่สาธารณะ การสนับสนุนระบบกรองที่เหมาะกับความเสี่ยงโลหะหนัก และการมีแผนสำรองน้ำสะอาดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
.
ข้อสาม ต้องมีมาตรการคุ้มครองและเยียวยา เกษตรกรนาข้าว 130,000 ไร่ “ก่อนข้าวออกสู่ตลาด” ด้วยระบบตรวจและคัดกรองผลผลิตที่เพียงพอ พร้อมกลไกเยียวยาหากพบความเสี่ยง เพื่อป้องกันความเสียหายของเกษตรกรรายย่อย รักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และลดความเสี่ยงที่อาจกระทบ ตลาดข้าวไทย หากเกิดกระแสปนเปื้อนโดยที่รัฐไม่มีระบบรองรับ
.
นี่คือเหตุผลที่ “ดิบดี” ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำ แต่คือเรื่องความปลอดภัยในบ้านเรา และความมั่นคงในจานข้าวของคนทั้งประเทศ.

135
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 แล้ว