

ให้คนไทยทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่ยินดีสามารถแสดงความจำนงถอนชื่อออก


ให้คนไทยทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่ยินดีสามารถแสดงความจำนงถอนชื่อออก
ประเด็นรณรงค์
ให้คนไทยทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติถ้าไม่ยินดีสามารถแสดงความจำนงถอนชื่อออก
ทราบไหมครับว่ามีผู้ป่วยที่อวัยวะล้มเหลวเเละรอการปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศไทยของเราเป็นพันๆคนต่อปีที่ต้องมาเสียชีวิตลงเพราะคลังสำรองอวัยวะของประเทศเรามีไม่พอกับความต้องการ
จากรายงานประจำปีของศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2560
เปรียบเทียบจำนวน ผู้รออวัยวะ และผู้บริจาคอวัยวะ สถิติตัวเลขแสดงให้เห็นว่าในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ขึ้นปี พ.ศ.2558 - เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2561 จำนวนผู้รอรับบริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นจาก 5,018ราย เป็น 5,581 และเพิ่มขึ้นอีกเป็น 5,851 ราย ข้อมูลล่าสุด วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 6,133 ราย ตามลำดับ ซึ่งมากเกินกว่ายอดผู้บริจาคอวัยวะที่เฉลี่ยจำนวนเพียง 4% ของผู้รอรับบริจาคอวัยวะ
ข้อเสนอนโยบาย
แล้วอะไรจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มจำนวนคนที่จะยอมบริจาคอวัยวะเป็นปัญหาที่สำคัญมากในวงการเเพทย์บ้านเรา ผมจึงขอเสนอเครื่องมือที่จะสามารถทำให้เปอร์เซ็นต์ของผู้บริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ในพริบตา นั่นก็คือ กำหนดให้คนไทยทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ และให้คนที่ไม่ยินดีจะบริจาคไปแสดงความจำนงถอนชื่อของตนออก หรือที่เรียกว่า ระบบ “ถอนตัวออก” ซึ่งระบบนี้ใช้ในประเทศยุโรปหลายประเทศ เช่น ออสเตรีย โปรตุเกส โปแลนด์ ฝรั่งเศส ฯลฯ ซึ่งคนจะยังมี “สิทธิ” เลือกเหมือนกันว่าจะบริจาคหรือไม่ ซึ่งประเทศที่เลือกใช้วิธีให้คน “ถอนตัวออก” นี้ มีจำนวนผู้บริจาคอวัยวะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ตัวอย่างเปรียบเทียบ ในประเทศเยอรมัน ซึ่งใช้วิธีให้คน “เลือกเข้าร่วม” เช่นเดียวกับประเทศไทย จึงมีคนเพียง 12% แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ในขณะที่ในประเทศออสเตรีย ซึ่งใช้วิธีให้คน “ถอนตัวออก” มีคนเพียง 1% ที่แสดงความจำนงไม่ขอร่วมบริจาคอวัยวะ คือ ขอถอนชื่อตนเองออกจากระบบ ซึ่งแปลว่า มีคนถึง 99% ที่ยินดีบริจาคอวัยวะนั่นเอง
ที่มาข้อมูล https://www.the101.world/organ-donor-opt-in-opt-out/
โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้มีการออกกฎหมายฉบับใหม่ที่กำหนดชัดเจนไปเลยว่า ให้เรื่องการบริจาคอวัยวะเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลของแต่ละบุคคลเอง ไม่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นของญาติ ดังนั้น ตามกฎหมายใหม่ ประชาชนฝรั่งเศสทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ หากผู้ตายไม่เคยแสดงความจำนงไว้ก่อนว่าไม่ยินดีบริจาคหรือทิ้งจดหมายแสดงความจำนงของตนไว้กับญาติ แพทย์สามารถจัดการกับอวัยวะของผู้ตายเพื่อนำไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยรายอื่นได้เลย โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากญาติอีก
จากตัวอย่างนี้ ทำให้เห็นว่าวิธีการที่ได้มาซึ่งการบริจาคอวัยวะที่แตกต่างกันอาจส่งผลลัพธ์ ต่อจำนวนผู้บริจาคอวัยว ที่แตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งย่อมหมายถึงความแตกต่างของจำนวนผู้ป่วยที่จะมีชีวิตรอดเพราะได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะด้วยเช่นกันครับ
มาร่วมลงชื่อสนับสนุนนโยบาย ให้คนไทยทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ เกิดขึ้นจริงกันเถอะครับ เพราะยังมีอีกหลายชีวิตที่รอยด้วยความหวังว่าจะสามารถกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

ประเด็นรณรงค์
ให้คนไทยทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติถ้าไม่ยินดีสามารถแสดงความจำนงถอนชื่อออก
ทราบไหมครับว่ามีผู้ป่วยที่อวัยวะล้มเหลวเเละรอการปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศไทยของเราเป็นพันๆคนต่อปีที่ต้องมาเสียชีวิตลงเพราะคลังสำรองอวัยวะของประเทศเรามีไม่พอกับความต้องการ
จากรายงานประจำปีของศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2560
เปรียบเทียบจำนวน ผู้รออวัยวะ และผู้บริจาคอวัยวะ สถิติตัวเลขแสดงให้เห็นว่าในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ขึ้นปี พ.ศ.2558 - เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2561 จำนวนผู้รอรับบริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นจาก 5,018ราย เป็น 5,581 และเพิ่มขึ้นอีกเป็น 5,851 ราย ข้อมูลล่าสุด วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 6,133 ราย ตามลำดับ ซึ่งมากเกินกว่ายอดผู้บริจาคอวัยวะที่เฉลี่ยจำนวนเพียง 4% ของผู้รอรับบริจาคอวัยวะ
ข้อเสนอนโยบาย
แล้วอะไรจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มจำนวนคนที่จะยอมบริจาคอวัยวะเป็นปัญหาที่สำคัญมากในวงการเเพทย์บ้านเรา ผมจึงขอเสนอเครื่องมือที่จะสามารถทำให้เปอร์เซ็นต์ของผู้บริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ในพริบตา นั่นก็คือ กำหนดให้คนไทยทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ และให้คนที่ไม่ยินดีจะบริจาคไปแสดงความจำนงถอนชื่อของตนออก หรือที่เรียกว่า ระบบ “ถอนตัวออก” ซึ่งระบบนี้ใช้ในประเทศยุโรปหลายประเทศ เช่น ออสเตรีย โปรตุเกส โปแลนด์ ฝรั่งเศส ฯลฯ ซึ่งคนจะยังมี “สิทธิ” เลือกเหมือนกันว่าจะบริจาคหรือไม่ ซึ่งประเทศที่เลือกใช้วิธีให้คน “ถอนตัวออก” นี้ มีจำนวนผู้บริจาคอวัยวะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ตัวอย่างเปรียบเทียบ ในประเทศเยอรมัน ซึ่งใช้วิธีให้คน “เลือกเข้าร่วม” เช่นเดียวกับประเทศไทย จึงมีคนเพียง 12% แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ในขณะที่ในประเทศออสเตรีย ซึ่งใช้วิธีให้คน “ถอนตัวออก” มีคนเพียง 1% ที่แสดงความจำนงไม่ขอร่วมบริจาคอวัยวะ คือ ขอถอนชื่อตนเองออกจากระบบ ซึ่งแปลว่า มีคนถึง 99% ที่ยินดีบริจาคอวัยวะนั่นเอง
ที่มาข้อมูล https://www.the101.world/organ-donor-opt-in-opt-out/
โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้มีการออกกฎหมายฉบับใหม่ที่กำหนดชัดเจนไปเลยว่า ให้เรื่องการบริจาคอวัยวะเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลของแต่ละบุคคลเอง ไม่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นของญาติ ดังนั้น ตามกฎหมายใหม่ ประชาชนฝรั่งเศสทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ หากผู้ตายไม่เคยแสดงความจำนงไว้ก่อนว่าไม่ยินดีบริจาคหรือทิ้งจดหมายแสดงความจำนงของตนไว้กับญาติ แพทย์สามารถจัดการกับอวัยวะของผู้ตายเพื่อนำไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยรายอื่นได้เลย โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากญาติอีก
จากตัวอย่างนี้ ทำให้เห็นว่าวิธีการที่ได้มาซึ่งการบริจาคอวัยวะที่แตกต่างกันอาจส่งผลลัพธ์ ต่อจำนวนผู้บริจาคอวัยว ที่แตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งย่อมหมายถึงความแตกต่างของจำนวนผู้ป่วยที่จะมีชีวิตรอดเพราะได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะด้วยเช่นกันครับ
มาร่วมลงชื่อสนับสนุนนโยบาย ให้คนไทยทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ เกิดขึ้นจริงกันเถอะครับ เพราะยังมีอีกหลายชีวิตที่รอยด้วยความหวังว่าจะสามารถกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 27 สิงหาคม ค.ศ. 2018 แล้ว