คืนเงินส่วนต่างของราคาสินค้าที่เกินจากป้ายให้กับผู้ซื้อ 10 เท่า

ความเคลื่อนไหว:#นโยบายBYประชาชน

ประเด็นรณรงค์

ท่านเคยไปซื้อของที่ห้างแล้วพบว่า ราคาที่ท่านจ่าย ณ จุดชำระเงิน สูงกว่าราคาสินค้าที่ติดไว้บนชั้นวางไหมครับ?

มันเป็นเรื่องที่ตั้งใจหรือเรื่องบังเอิญ มันเป็นความผิดพลาดของระบบ หรือ ของมนุษย์ หรือว่ามันเป็นเรื่องของการฉวยโอกาส แล้วจำนวนเงินที่เกิดจากความผิดพลาดนี้ ปีหนึ่งๆ มันรวมกี่ร้อยกี่พันล้านบาท ? มันไปเข้ากระเป๋าใคร อย่างไร ???

ห้างค้าปลีกแก้ปัญหานี้ในทำนองว่า เมื่อมีลูกค้าจับได้ไล่ทัน ทุกห้างมีนโยบายเดียวกันหมด คือคืนให้เฉพาะ "ส่วนต่าง" (ของราคาที่ท่านจ่ายจริง กับ ราคาป้ายที่หิ้ง) ฟังดูก็น่าจะแฟร์นะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่ตรวจสอบใบเสร็จ เพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานของระบบของห้าง, บางท่านกลับถึงบ้านแล้ว พบว่าจ่ายเกินไป 2-3 บาท แค่โทรไปแจ้งค่าโทรก็จะเกินแล้ว

สินค้ารายการหนึ่งๆ วันหนึ่งห้างขายไปนับร้อยนับพันชิ้น มีลูกค้าไปขอคืนส่วนต่างสักกี่รายครับ (เรียกว่า ถ้ารู้ทันก็มาเอาคืนไป ถ้าไม่มาเอาก็หวานคอแร้ง)

เรื่องที่ผมจะนำเสนอ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในประเทศที่มีการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง ทุกห้างก็ใช้กฏเดียวกันนี้ หรือแรงกว่านี้ (บางประเทศบังคับให้ห้างต้องคืนเงินค่าสินค้าทั้งหมดให้ลูกค้า กรณีป้ายราคาผิดพลาด)

เห็นหรือยังครับว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเรียกร้องให้ซูเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี,เทสโก้ โลตัส และแม็คโคร) คืนเงินส่วนต่างของราคาสินค้าที่ไม่ตรงกับป้ายให้กับผู้ซื้อ 10 เท่า เพื่อไม่เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถเอาเปรียบผู้บริโภค ไม่ให้ผู้ประกอบการละเลย และ ไม่เพิกเฉยต่อการตรวจสอบราคาสินค้ากับป้าย

​ซูเปอร์มาร์เก็ตต้องติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบด้วยว่า “หากพบราคาสินค้าเกินจากป้าย ยินดีคืนเงินในส่วนต่างให้ 10 เท่า” และ กรมการค้าภายในก็ต้องเข้มงวดควบคุมบังคับให้เกิดขึ้นจริง

​ที่สำคัญผู้บริโภคเองต้องอย่ายอมตกเป็นเหยื่อ ต้องช่วยกันตรวจสอบ และรักษาสิทธิ์ของตัวเองโดยการตรวจเช็คว่าราคาป้ายสินค้า ตรงกับราคาในใบเสร็จหรือไม่ และอย่ายอมความเพียงแค่ได้เงินคืนก็จบ (เพราะถ้าจะเอาจริงจังกันตามกฏหมายแล้ว หากพบว่า ผู้ค้าขายสินค้าไม่ตรงกับราคาตามป้ายแสดงราคา มีความผิดปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542)

ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริโภคจะมาร่วมกันแสดงพลังสร้างการเปลี่ยนแปลง “อย่ายอมตกเป็นเหยื่อ”

avatar of the starter
Thira Chipthamrongผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 4,426 คน

ประเด็นรณรงค์

ท่านเคยไปซื้อของที่ห้างแล้วพบว่า ราคาที่ท่านจ่าย ณ จุดชำระเงิน สูงกว่าราคาสินค้าที่ติดไว้บนชั้นวางไหมครับ?

มันเป็นเรื่องที่ตั้งใจหรือเรื่องบังเอิญ มันเป็นความผิดพลาดของระบบ หรือ ของมนุษย์ หรือว่ามันเป็นเรื่องของการฉวยโอกาส แล้วจำนวนเงินที่เกิดจากความผิดพลาดนี้ ปีหนึ่งๆ มันรวมกี่ร้อยกี่พันล้านบาท ? มันไปเข้ากระเป๋าใคร อย่างไร ???

ห้างค้าปลีกแก้ปัญหานี้ในทำนองว่า เมื่อมีลูกค้าจับได้ไล่ทัน ทุกห้างมีนโยบายเดียวกันหมด คือคืนให้เฉพาะ "ส่วนต่าง" (ของราคาที่ท่านจ่ายจริง กับ ราคาป้ายที่หิ้ง) ฟังดูก็น่าจะแฟร์นะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่ตรวจสอบใบเสร็จ เพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานของระบบของห้าง, บางท่านกลับถึงบ้านแล้ว พบว่าจ่ายเกินไป 2-3 บาท แค่โทรไปแจ้งค่าโทรก็จะเกินแล้ว

สินค้ารายการหนึ่งๆ วันหนึ่งห้างขายไปนับร้อยนับพันชิ้น มีลูกค้าไปขอคืนส่วนต่างสักกี่รายครับ (เรียกว่า ถ้ารู้ทันก็มาเอาคืนไป ถ้าไม่มาเอาก็หวานคอแร้ง)

เรื่องที่ผมจะนำเสนอ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในประเทศที่มีการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง ทุกห้างก็ใช้กฏเดียวกันนี้ หรือแรงกว่านี้ (บางประเทศบังคับให้ห้างต้องคืนเงินค่าสินค้าทั้งหมดให้ลูกค้า กรณีป้ายราคาผิดพลาด)

เห็นหรือยังครับว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเรียกร้องให้ซูเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี,เทสโก้ โลตัส และแม็คโคร) คืนเงินส่วนต่างของราคาสินค้าที่ไม่ตรงกับป้ายให้กับผู้ซื้อ 10 เท่า เพื่อไม่เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถเอาเปรียบผู้บริโภค ไม่ให้ผู้ประกอบการละเลย และ ไม่เพิกเฉยต่อการตรวจสอบราคาสินค้ากับป้าย

​ซูเปอร์มาร์เก็ตต้องติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบด้วยว่า “หากพบราคาสินค้าเกินจากป้าย ยินดีคืนเงินในส่วนต่างให้ 10 เท่า” และ กรมการค้าภายในก็ต้องเข้มงวดควบคุมบังคับให้เกิดขึ้นจริง

​ที่สำคัญผู้บริโภคเองต้องอย่ายอมตกเป็นเหยื่อ ต้องช่วยกันตรวจสอบ และรักษาสิทธิ์ของตัวเองโดยการตรวจเช็คว่าราคาป้ายสินค้า ตรงกับราคาในใบเสร็จหรือไม่ และอย่ายอมความเพียงแค่ได้เงินคืนก็จบ (เพราะถ้าจะเอาจริงจังกันตามกฏหมายแล้ว หากพบว่า ผู้ค้าขายสินค้าไม่ตรงกับราคาตามป้ายแสดงราคา มีความผิดปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542)

ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริโภคจะมาร่วมกันแสดงพลังสร้างการเปลี่ยนแปลง “อย่ายอมตกเป็นเหยื่อ”

avatar of the starter
Thira Chipthamrongผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ซูเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี,เทสโก้ โลตัส และ แม็คโคร
ซูเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี,เทสโก้ โลตัส และ แม็คโคร
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 30 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 แล้ว