สิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลเอกชน
สิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลเอกชน
ประเด็นรณรงค์
น้องผมเป็นพยาบาลวิชาชีพ ทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งจะเปิดเผยชื่อภายหลัง ขณะตั้งครรภ์ ก็ทำงานหนักตามตารางเวรที่จัดให้ ติดต่อต่อเนื่อง จนครั้งแรกตกเลือดต้องลารักษาตัวระยะหนึ่ง ต่อมาไม่นานก็ทำงานตามตารางงานแบบเดิม ไม่ได้เป็นงานที่เหมาะสมกับคนตั้งครรภ์ แต่เพราะว่าหน้าที่คือวิชาชีพพยาบาลก็ขัดไม่ได้ กลัวจะตกงาน เพราะเพิ่งเรียนจบ จนน้องคลอดบุตรก่อนกำหนด ในเวลางาน บุตรมีความจำเป็นต้องรักษาตัวในขั้นวิกฤต แต่โรงพยาบาลนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือไม่ครบตามคำบอกกล่าวของพยาบาลที่นั่น และจำเป็นต้องส่งตัวทารกต่อ ไปที่โรงพยาบาลอื่น เด็กหายใจลำบาก ต้องให้อ็อกซิเจนตลอด และจำเป็นต้องถึงมือผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เราให้เจ้าหน้าที่ทำการส่งต่อเด็ก ตั้งแต่บ่าย โดยเรายอมใช้บัตรเครดิตชำระค่ารักษาในห้องเด็กอ่อนภาวะวิกฤติ 2-3 แสนบาทในโรงพยาบาลใหม่ที่จะส่งตัวไป
สรุปไม่แน่ใจว่าทำไมโรงพยาบาลที่น้องทำงานอยู่จึงไม่กระตือรือร้น จนเราต้องติดต่อโรงพยาบาลใหม่ด้วยตนเองด้วย ดิ้นรนด้วยตนเอง จึงรวดเร็วขึ้น เราคาดว่าเจ้าหน้าที่กลัวว่าเราไม่มีเงินจ่าย หรือเปล่า สุดท้ายได้ส่งตัวต่อไปรักษาในห้องเด็กภาวะวิกฤติที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง เด็กต้องนอนที่ใหม่ในห้องวิกฤติหลายคืน ค่าใช้จ่ายบานปลายมากมาย แต่เราก็ยอมชำระเงิน
อย่างไรก็ตามเราก็ได้พยายามติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่น้องทำงานเพื่อให้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผอ. โรงพยาบาล เพื่อความเป็นธรรม และจะได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าการขาดแคลนบุคคลากร หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับการรับทำคลอดผู้ป่วยรายอื่น แล้วมีภาวะฉุกเฉินแบบที่เราเจอ จะได้สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ด้วยความหวังดี แต่เราไม่มีโอกาสคุยกับ ผอ. เลยอ้างติดภารกิจ จะว่างเฉพาะเวลาราชการบ้าง อะไร บ้าง แถมยังมีคนพูดเชิงดูถูกเราว่าต้องการเงิน
เราขอรณรงค์ให้ ผอ. โรงพยาบาลแถวถนนเพชรเกษม ติดต่อเราเพื่อพูดคุยในสถานะมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน เพื่อโรงพยาบาลจะได้นำข้อบกพร่องไปปรับปรุงและให้ความเป็นธรรมกับน้องเราในฐานะลูกจ้าง หยุดการกีดกันไม่ให้เราได้คุยกับ ผอ. หรือเจ้าของโรงพยาบาล เราหวังว่าโรงพยาบาลที่มีรายได้เยอะจะปฏิบัติกับพยาบาลผู้เป็นลูกจ้างที่ทำงานให้ท่านด้วยความมานะ อดทน อย่างเพื่อนมนุษย์ #ปฏิรูปโรงพยาบาลเอกชน
ประเด็นรณรงค์
น้องผมเป็นพยาบาลวิชาชีพ ทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งจะเปิดเผยชื่อภายหลัง ขณะตั้งครรภ์ ก็ทำงานหนักตามตารางเวรที่จัดให้ ติดต่อต่อเนื่อง จนครั้งแรกตกเลือดต้องลารักษาตัวระยะหนึ่ง ต่อมาไม่นานก็ทำงานตามตารางงานแบบเดิม ไม่ได้เป็นงานที่เหมาะสมกับคนตั้งครรภ์ แต่เพราะว่าหน้าที่คือวิชาชีพพยาบาลก็ขัดไม่ได้ กลัวจะตกงาน เพราะเพิ่งเรียนจบ จนน้องคลอดบุตรก่อนกำหนด ในเวลางาน บุตรมีความจำเป็นต้องรักษาตัวในขั้นวิกฤต แต่โรงพยาบาลนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือไม่ครบตามคำบอกกล่าวของพยาบาลที่นั่น และจำเป็นต้องส่งตัวทารกต่อ ไปที่โรงพยาบาลอื่น เด็กหายใจลำบาก ต้องให้อ็อกซิเจนตลอด และจำเป็นต้องถึงมือผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เราให้เจ้าหน้าที่ทำการส่งต่อเด็ก ตั้งแต่บ่าย โดยเรายอมใช้บัตรเครดิตชำระค่ารักษาในห้องเด็กอ่อนภาวะวิกฤติ 2-3 แสนบาทในโรงพยาบาลใหม่ที่จะส่งตัวไป
สรุปไม่แน่ใจว่าทำไมโรงพยาบาลที่น้องทำงานอยู่จึงไม่กระตือรือร้น จนเราต้องติดต่อโรงพยาบาลใหม่ด้วยตนเองด้วย ดิ้นรนด้วยตนเอง จึงรวดเร็วขึ้น เราคาดว่าเจ้าหน้าที่กลัวว่าเราไม่มีเงินจ่าย หรือเปล่า สุดท้ายได้ส่งตัวต่อไปรักษาในห้องเด็กภาวะวิกฤติที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง เด็กต้องนอนที่ใหม่ในห้องวิกฤติหลายคืน ค่าใช้จ่ายบานปลายมากมาย แต่เราก็ยอมชำระเงิน
อย่างไรก็ตามเราก็ได้พยายามติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่น้องทำงานเพื่อให้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผอ. โรงพยาบาล เพื่อความเป็นธรรม และจะได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าการขาดแคลนบุคคลากร หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับการรับทำคลอดผู้ป่วยรายอื่น แล้วมีภาวะฉุกเฉินแบบที่เราเจอ จะได้สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ด้วยความหวังดี แต่เราไม่มีโอกาสคุยกับ ผอ. เลยอ้างติดภารกิจ จะว่างเฉพาะเวลาราชการบ้าง อะไร บ้าง แถมยังมีคนพูดเชิงดูถูกเราว่าต้องการเงิน
เราขอรณรงค์ให้ ผอ. โรงพยาบาลแถวถนนเพชรเกษม ติดต่อเราเพื่อพูดคุยในสถานะมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน เพื่อโรงพยาบาลจะได้นำข้อบกพร่องไปปรับปรุงและให้ความเป็นธรรมกับน้องเราในฐานะลูกจ้าง หยุดการกีดกันไม่ให้เราได้คุยกับ ผอ. หรือเจ้าของโรงพยาบาล เราหวังว่าโรงพยาบาลที่มีรายได้เยอะจะปฏิบัติกับพยาบาลผู้เป็นลูกจ้างที่ทำงานให้ท่านด้วยความมานะ อดทน อย่างเพื่อนมนุษย์ #ปฏิรูปโรงพยาบาลเอกชน
แคมเปญประสบความสำเร็จ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 4 เมษายน ค.ศ. 2019 แล้ว