

ยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีที่ล้มเหลว


ยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีที่ล้มเหลว
ประเด็นรณรงค์
สวัสดีคะ ทันตา เลาวิลาวัณยกุล ผู้ประสานงานมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ในเวลานี้มีผู้หญิงกว่าแสนคนที่แต่งหน้าแต่งตัวไปทำงานที่ร้าน ไม่ว่าจะเป็นคาราโอเกะ บาร์ อาบอบนวด หรือบ้านสาว ทำงานอยู่ทั่วประเทศ ทำงานเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับตัวเองและครอบครัว
พนักงานบริการ ผิดกฎหมายในประเทศไทยมา กว่า58ปีมาแล้ว ตั้งแต่มีพ.ร.บ.ปราบปรามการค้าประเวณีปี 2503 เพื่อลงโทษผู้ค้าประเวณีและต้องการกำจัดการค้าประเวณีให้หมดไป ที่ผ่านมาไม่ได้แก้ไขอะไร หรือทำให้พนักงานบริการน้อยลง หรือดีขึ้นแต่อย่างใด
พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณีจากอดีตถึงปัจจุบันล้มเหลวในการหยุดการค้าประเวณีและล้มเหลวในการให้โอกาสกับผู้หญิงในการดำเนินชีวิต เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้เปิดโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนที่ทำงานอยู่
- เราเห็นอยู่แล้วว่าการค้าประเวณีไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด
- คนที่ทำงานอยู่ก็ไม่ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตตามเจตนารมณ์ของพรบ.
- ยังเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรี จากการล่อซื้อ และบุกทลาย เป็นการกระทำที่รุนแรง และไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
- ที่สำคัญไม่ได้แก้ปัญหาของสังคมแต่อย่างใด
พ.ร.บ.นี้กลับเป็นเครื่องมือในการรับส่วย หรือคอรัปชั่น เห็นได้จากข่าวต่างๆ
พนักงานบริการส่วนมาก ทำงานในร้าน ที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้โดยพ.ร.บ.สถานบริการ ถ้ายกเลิกพ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณีออกไปก็จะเปลี่ยนภาพสถานบริการจากแหล่งอบายมุขเป็นแค่ร้าน เปลี่ยนผู้มี อิทธิพลเป็นนายจ้าง และคนทำงานก็เป็นแรงงาน
รัฐบาลสามารถควบคุมจำนวนร้านได้จากพ.ร.บ.สถานบริการ หรือโซนนิ่ง จำนวนพนักงานก็จะขึ้นอยู่กับความสามารถของร้านในการจัดจ้างคนทำงาน ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
การยกเลิกพ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี นอกจากกฎหมายแรงงานแล้ว ประเทศไทยยังมีกฎหมายอื่นๆ ในการควบคุม ป้องกัน คุ้มครองและดูแลได้ เช่น
- กฎหมายคุ้มครองเด็ก
- กฎหมายสถานบริการ
- กฎหมายอาญาต่างๆ
- และกฎหมายปราบปรามการค้ามนุษย์
ประเทศไทยเรากฎหมายเยอะอยู่แล้วในการปกป้อง คุ้มครอง และใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ
นอกจากนั้นองค์กรอนามัยโลก(WHO) และองค์กรสหประชาชาติมีงานวิจัยและประกาศว่า ถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และHIV/Aids จะต้องยกเลิกความผิดทางอาญากับงานบริการ นั้นหมายถึงการเอาพ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณีออกไป
บางคนอาจคิดถึงเรื่องผิดศีลธรรม แต่การผิดศีลธรรมก็ไม่จำเป็นต้องผิดกฎหมายอาญา ส่วนมากพวกเราเป็นแม่ ที่เลี้ยงลูก และดูแลครอบครัว การยกเลิกพ.ร.บ.ปรามจะทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นแม่ และเคารพสิทธิมนุษยชนของคนทำงาน
รัฐบาลไทยได้เซ็นอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง และในปี 2560 คณะกรรมการสีดอได้ให้รัฐบาลไทยต้องยกเลิกการเอาผิดทางอาญากับงานบริการเพื่อความปลอดภัยและศักดิ์ศรีคนทำงาน
ทั้งนี้การที่เราต้องการให้โสเภณีถูกกฎหมายนั้น หมายความว่า
“ให้ยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีที่ล้มเหลว และให้ใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานเข้ามาในการดูแลคนทำงานแทน”
ประเด็นรณรงค์
สวัสดีคะ ทันตา เลาวิลาวัณยกุล ผู้ประสานงานมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ในเวลานี้มีผู้หญิงกว่าแสนคนที่แต่งหน้าแต่งตัวไปทำงานที่ร้าน ไม่ว่าจะเป็นคาราโอเกะ บาร์ อาบอบนวด หรือบ้านสาว ทำงานอยู่ทั่วประเทศ ทำงานเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับตัวเองและครอบครัว
พนักงานบริการ ผิดกฎหมายในประเทศไทยมา กว่า58ปีมาแล้ว ตั้งแต่มีพ.ร.บ.ปราบปรามการค้าประเวณีปี 2503 เพื่อลงโทษผู้ค้าประเวณีและต้องการกำจัดการค้าประเวณีให้หมดไป ที่ผ่านมาไม่ได้แก้ไขอะไร หรือทำให้พนักงานบริการน้อยลง หรือดีขึ้นแต่อย่างใด
พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณีจากอดีตถึงปัจจุบันล้มเหลวในการหยุดการค้าประเวณีและล้มเหลวในการให้โอกาสกับผู้หญิงในการดำเนินชีวิต เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้เปิดโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนที่ทำงานอยู่
- เราเห็นอยู่แล้วว่าการค้าประเวณีไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด
- คนที่ทำงานอยู่ก็ไม่ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตตามเจตนารมณ์ของพรบ.
- ยังเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรี จากการล่อซื้อ และบุกทลาย เป็นการกระทำที่รุนแรง และไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
- ที่สำคัญไม่ได้แก้ปัญหาของสังคมแต่อย่างใด
พ.ร.บ.นี้กลับเป็นเครื่องมือในการรับส่วย หรือคอรัปชั่น เห็นได้จากข่าวต่างๆ
พนักงานบริการส่วนมาก ทำงานในร้าน ที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้โดยพ.ร.บ.สถานบริการ ถ้ายกเลิกพ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณีออกไปก็จะเปลี่ยนภาพสถานบริการจากแหล่งอบายมุขเป็นแค่ร้าน เปลี่ยนผู้มี อิทธิพลเป็นนายจ้าง และคนทำงานก็เป็นแรงงาน
รัฐบาลสามารถควบคุมจำนวนร้านได้จากพ.ร.บ.สถานบริการ หรือโซนนิ่ง จำนวนพนักงานก็จะขึ้นอยู่กับความสามารถของร้านในการจัดจ้างคนทำงาน ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
การยกเลิกพ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี นอกจากกฎหมายแรงงานแล้ว ประเทศไทยยังมีกฎหมายอื่นๆ ในการควบคุม ป้องกัน คุ้มครองและดูแลได้ เช่น
- กฎหมายคุ้มครองเด็ก
- กฎหมายสถานบริการ
- กฎหมายอาญาต่างๆ
- และกฎหมายปราบปรามการค้ามนุษย์
ประเทศไทยเรากฎหมายเยอะอยู่แล้วในการปกป้อง คุ้มครอง และใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ
นอกจากนั้นองค์กรอนามัยโลก(WHO) และองค์กรสหประชาชาติมีงานวิจัยและประกาศว่า ถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และHIV/Aids จะต้องยกเลิกความผิดทางอาญากับงานบริการ นั้นหมายถึงการเอาพ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณีออกไป
บางคนอาจคิดถึงเรื่องผิดศีลธรรม แต่การผิดศีลธรรมก็ไม่จำเป็นต้องผิดกฎหมายอาญา ส่วนมากพวกเราเป็นแม่ ที่เลี้ยงลูก และดูแลครอบครัว การยกเลิกพ.ร.บ.ปรามจะทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นแม่ และเคารพสิทธิมนุษยชนของคนทำงาน
รัฐบาลไทยได้เซ็นอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง และในปี 2560 คณะกรรมการสีดอได้ให้รัฐบาลไทยต้องยกเลิกการเอาผิดทางอาญากับงานบริการเพื่อความปลอดภัยและศักดิ์ศรีคนทำงาน
ทั้งนี้การที่เราต้องการให้โสเภณีถูกกฎหมายนั้น หมายความว่า
“ให้ยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีที่ล้มเหลว และให้ใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานเข้ามาในการดูแลคนทำงานแทน”
ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 แล้ว