คัดค้าน!!!! การสร้างโรงงานน้ำตาล แห่งที่ 3 เพชรบูรณ์


คัดค้าน!!!! การสร้างโรงงานน้ำตาล แห่งที่ 3 เพชรบูรณ์
ประเด็นรณรงค์
จังหวัดเพชรบูรณ์ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ (ภาพในอนาคตอันพึงประสงค์ที่จะพัฒนาให้ไปถึง) ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ว่า เพชรบูรณ์: ดินแดนแห่งความสุข ของคนอยู่และผู้มาเยือน โดย “มุ่งส่งเสริมการเกษตรปลอดภัย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ใช้ศักยภาพทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นจุดเด่น พร้อมกับการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อให้ไปสู่การเป็นเมืองแห่งความสุขของคนอยู่และผู้มาเยือน”
จากการกำหนดวิสัยทัศน์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ นำไปสู่การพัฒนามาช้านาน ในแนวทางที่ควรจะเป็น ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์และสภาพทางด้านสังคมคนเพชรบูรณ์ จะเห็นได้ว่าไม่มีแผนยุทธศาสตร์หรือการกำหนดวิสัยทัศน์หรือการกำหนดการพัฒนาให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ในระยะยาว โดยเฉพาะพื้นที่โซนเหนือของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย อ.น้ำหนาว อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า อ.เขาค้อ อ.เมืองเพชรบูรณ์ และ อ.หนองไผ่ ซึ่งไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่เลย และถูกกำหนดจัดให้เป็นพื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่เกษตรปลอดภัย พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ซึ่งในแต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยว กว่า 2 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ นำมาซึ่งรายได้ของประชาชนชาวเพชรบูรณ์ในภาพรวมจำนวนมหาศาล
ในพื้นที่โซนใต้ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย อ.ศรีเทพ และ อ.บึงสามพัน ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ คือ โรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด (อ.ศรีเทพ) โรงงานน้ำตาลไทยอุตสาหกรรมน้ำตาล จำกัด (อ.บึงสามพัน) จำนวนการผลิตกว่าหมื่นตันต่อวันขึ้นไป ในช่วงระยะเวลาเปิดหีบ ตั้งแต่เดือนธันวาคม – เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในระยะเวลาดังกล่าวมีการขนส่งอ้อยหลายพันเที่ยวต่อวัน ในพื้นที่ 3 อำเภอ มีประชาชนปลูกอ้อยในพื้นที่ อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ.บึงสามพัน เกิดมลพิษทางอากาศ หิมะดำ อุบัติเหตุทางถนน ปัญหาเรื่องดินเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามในพื้นที่ดังกล่าวประชาชนในพื้นที่ มีการพัฒนาการปลูกและการเรียนรู้มาโดยตลอด ทำให้เกษตรกรในพื้นที่รู้จัก อ้อย กลไกราคา กลยุทธ์โรงงาน และมีเกษตรกรหลายรายติดหนี้ผูกพัน ไม่สามารถเลิกปลูกได้
ในพื้นที่เพชรบูรณ์โซนเหนือกำลังจะพบปัญหาต่างๆเช่นเดี่ยวกับพื้นที่โซนใต้ ซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อ อีกทั้งในพื้นที่โซนเหนือของเพชรบูรณ์เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร เป็นพื้นที่เกษตรปลอดภัย เป็นพื้นที่ควรต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สำคัญและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ไม่เหมาะสมต่อการมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหม่ เช่น โรงงานน้ำตาล ไม่เพียงส่งผลเสียต่อชุมชนโดยรอบในระยาวยาวเท่านั้น แต่พื้นที่โดยรอบยังมีการส่งเสริมการปลูกอ้อย เกิดการเผาอ้อยเพื่อตัดอ้อย มีรถบรรทุกอ้อยวิ่งบนท้องถนนทุกสายที่เชื่อมต่อกับโรงงาน้ำตาล ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อจังหวัดเพชรบูรณ์โซนเหนืออย่างแน่นอน อนึ่งเกษตรกรโซนเหนือไม่รู้จัก พืชอ้อย แม้แต่พันธุ์อ้อย วิธีการปลูกการดูแลอ้อย การเก็บผลผลิต การขนส่ง หรือกลวิธีของโรงงาน จึงไม่ทราบถึงผลกระทบที่กำลังจะตามมากลายเป็นหนี้ผูกพัน หรือเกษตรพันธสัญญา
จังหวัดเพชรบูรณ์มีโรงงานน้ำตาลถึง 2 แห่งแล้ว และกำลังจะมีแห่งที่ 3 ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ เพียง 14 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่โซนเหนือเพชรบูรณ์ ดังกล่าวไม่เคยปลูกอ้อยมาก่อน แต่เป็นการปลูกผักสดส่งตลาดมากที่สุดในประเทศ ปลูกยาสูบและมะขามหวาน ข้าวโพดเป็นหลัก บริษัท ซูการ์ เอกเซ็ลเล็นซ จำกัด ได้ยื่นเรื่องขอก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลทรายและโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ตำบลห้วยใหญ่ อ.เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมส่งเสริมการปลูกอ้อยในพื้นที่ทั้งหมด 14 เขต ในปี 2560 – 2563 อ.เมืองเพชรบูรณ์ อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า อ.น้ำหนาว อ.เขาค้อ อ.วังโป่ง อ.ชนแดน และ อ.หนองไผ่ ส่วนพื้นที่ อ.บึงสามพัน อ.วิเชียรบุรี และ อ.ศรีเทพ มีการเพาะปลูกอ้อยส่งโรงงานอยู่แล้วหลานสิบปี นั้นก็เท่ากับว่า เมื่อถึงฤดูกาลเปิดหีบอ้อย ช่วงเดือนธันวาคม – เมษายน จะมีรถบรรทุกอ้อยวิ่งขนอ้อยทุกเส้นทางในจังหวัดเพชรบูรณ ตั้งแต่โซนใต้ถึงโซนเหนือ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน ฝุ่นละออง หิมะดำ ที่ลอยมาตามลมทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์จะได้รับผลกระทบดังกล่าว ซึ่งถ้าเปรียบเทียบเกษตรกรที่ปลูกอ้อยกับประชาชนที่ไม่ปลูกอ้อย เกษตรกรที่ปลูกมีจำนวนน้อยกว่า แต่ผลกระทบได้รับกันทุกกลุ่มอาชีพทุกพื้นที่ ดังนั้นการส่งเสริมการปลูกอ้อยและการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลในพื้นที่เพชรบูรณ์โซนเหนือไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะได้รับผลกระทบดังนี้
1. การก่อสร้างโรงงานน้ำตาล บริษัท ซูการ์ เอกเซ็ลเล็นซ จำกัด สร้างในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากอยู่ห่างตัวเมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่บริหารราชการจังหวัดเพชรบูรณ์มีศาลากลางจังหวัด หน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย โรงเรียน และเป็นใจกลางพื้นที่เศรษฐกิจเพียง 14 กิโลเมตร ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และสร้างในพื้นที่ชุมชนห่างจากชุมชนไม่ถึง 500 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ใน 2 ตำบลคือ ตำบลห้วยใหญ่ และตำบลบ้านโคก ที่สำคัญห่างจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ ซึ่งมีศูนย์เด็กเล็ก กว่า 300 คน เพียง 500 เมตร ซึ่งได้รับผลกระทบ ในเรื่องของกลิ่น ควรไฟจากโรงงาน ถนนสาย 2275 หรือ เพชรบูรณ์น้ำเดื่อ หล่มสัก หล่มเก่า เชื่อมต่อน้ำหนาว เป็นถนนเส้นหลักแต่เล็กที่เข้าสู่โรงงานจะมีรถบรรทุกอ้อยวิ่ง 40 เที่ยว ต่อ ชั่วโมง เฉลี่ยวันละ 1,000 เที่ยวต่อวัน ทั้งวันทั้งคืนในช่วงเปิดหีบอ้อย ธันวาคม –เมษายน ของทุกปี
2. การเกิดอุบัติเหตุ บนท้องถนนเพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเพชรบูรณ์ประสบปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจากรถบรรทุกอ้อยในพื้นที่โซนใต้เป็นจำนวนมากและเป็นประจำทุกปี ในช่วงการเปิดหีบอ้อยเดือนธันวาคม – เมษายน เป็นช่วงฤดูกาลของการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจำนวนกว่า 2 ล้านคน มากกว่าจำนวนประชากรรวมของจังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องมาพบเจอการจราจรที่มีรถบรรทุกอ้อยตั้งแต่โซนเหนือสุดไปถึงใต้สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีหิมะดำลอยตามลมทั่วจังหวัดเพชรบูรณ์
3. หิมะดำ จากการเผาไร่อ้อยในช่วงฤดูเปิดหีบอ้อย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนต่อชาวบ้าน และชุมชน เนื่องจากเขม่าควัน ปลิวมาตกในตลาดรวมทั้งวัด โรงเรียน และบ้านเรือนประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่กำลังตากแห้ง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากตัดอ้อย เพื่อส่งโรงงานผลิตน้ำตาล ที่อยู่ในพื้นที่ เกษตรกรจึงต้องเร่งรีบตัดอ้อยส่งเข้าโรงงาน ซึ่งเกษตรกรบางส่วนมักจะใช้วิธีการเผาต้นอ้อย เพื่อง่ายต่อการเข้าตัด ส่วนใหญ่ก็จะจุดไฟเผาป่าอ้อยในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้เกษตรกรบางรายที่ตัดอ้อยแล้ว จะเผาเศษวัสดุของอ้อยเพื่อจะเพาะปลูกใหม่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ และอำเภอใกล้เคียง ต่างได้รับผลกระทบจากกลิ่นควัน และเศษซากเขม่าจากการเผาไร่อ้อย เกิดเป็นขี้เถ้าเขม่าปลิวว่อน คล้ายหิมะดำตก ซึ่งจะล่องลอยไปในอากาศไกลกว่า 3 กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
4. แรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่เมืองเพชรบูรณ์ เป็นจำนวนมากขึ้น การตัดอ้อยเพื่อส่งต่อไปยังโรงงานยังต้องใช้กำลังคน เนื่องจากใช้เครื่องจักรกลต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น กำลังคนที่พูดถึงคือแรงงานต่างด้าวมีกระบวนการสรรหาทั้งถูกต้องตาม กฎหมายและผิดกฎหมาย และเกิดประชากรแฝงที่ภารรัฐต้องมีงบประมาณส่วนหนึ่งในการดูแลบุคคลเหล่านี้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่รับการดูแลอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่จะสูงขึ้น เนื่องจากมีแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้น ในพื้นที่สร้างปัญหา อาทิเช่น การเมาสุราเกิดการทะเลาะวิวาทด้วยกันเอง หรือคนไทยคนในพื้นที่ เกิดการปัญหายาเสพติดในพื้นที่มากขึ้น เกิดปัญหาแหล่งชุมชนแออัดในพื้นที่เกิดปัญหาขโมยขึ้นบ้านเรือนของประชาชน และปัญหาการปล้นจี้ชิงทรัพย์ในพื้นที่มากขึ้น เนื่องจากคนงานต่างด้าวไม่เข้าใจกฎหมายหรือทำเนียบปฏิบัติของคนไทย
5. ดินเสื่อมสภาพ เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์โซนเหนือไม่ได้ทำการเกษตรปลูกอ้อย จึงมีสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งต้นน้ำทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรในพื้นที่โซนเหนือปลูกยาสูบมาตั้งแต่อดีตและเป็นพืชทางการเกษตรที่มีรายได้มั่นคง ปลูกข้าวโพด ใน 1 ปีปลูกข้าวโพดได้ถึง 3 ครั้ง นั้นคือเกษตรกรได้รับรายรับได้จากการขายข้าวโพดถึง 3 ครั้งต่อปี สามารถประเมินการลงทุนในแต่ละครั้งได้ด้วยตนเองได้เพราะมีประสบการณ์ และปลูกถั่วสลับถ้าราคาไม่ดี แต่ถ้าปลูกอ้อย 1 ปี ขายได้ 1 ครั้งเท่านั้นโดยไม่สามรถประเมินได้เลย กรณีการปลูกอ้อยในพื้นที่โซนใต้ของเพชรบูรณ์เริ่มมีสภาพเดินเสื่อมโสม เนื่องจากต้องใส่ยาและปุ๋ยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะยาฆ่าแมลงมีรัศมีความกว้างถึง 100 - 150 เมตร ลงดินถึง 50 เมตร ทำหลายปีติดต่อกันทำให้ดินเสื่อมสภาพ ส่วนกรณีพื้นที่ข้างไร้อ้อยปลูกพืชชนิดอื่นก็จะโดนยาฆ่าแมลงจากไร่อ้อยไปด้วยทำให้พืชต่างๆโดยรอบตาย เกิดปัญหาสังคมแตกแยกทะเลาะวิวาทระหว่างชาวไร่ด้วยกันเอง โดยโรงงานไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหรือมีมาตรการดูแล ปล่อยให้เกษตรกรและผู้นำท้องถิ่นดำเนินการเอง ปัจจุบัน อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี และบึงสามพัน มีรถระเบิดหน้าดินเพื่อทำการปลูกอ้อยเนื่องจากดินเสื่อมสภาพไม่สามารถใช้รถไถตามปกติได้ทำให้ต้นทุนของเกษตรกรสูงขึ้นไร่ 5,000 บาท ต้องไปกู้เงินกับโรงงานหรือเจ้าของโควตาอ้อยทำให้เกษตรกรมีหนี้สินเพิ่มเติม นอกจากการกู้มาลงทุนก่อนหน้านี้อีกด้วย หลังจากส่งอ้อยขายให้โรงงานจะทำการหักหนีสิ้นเกษตรกรบางรายมีเงินเหลือไม่เท่าไรจาก 1ปี ที่ปลูกอ้อย และในอนาคตดินในพื้นที่ดังกล่าวเสื่อมสภาพหมดแล้วไม่สามารถปลูกอ้อยส่งโรงงานได้ โรงงานจะย้ายไปที่อื่น ทิ่งที่ดินที่ไม่สามารถปลูกอะไรได้เลยให้เกษตรทำกินต่อไป และทำการฟื้นฟูมากว่า 10 ปี
6. โรงงานน้ำตาลจะผลิตและปล่อยควัน ที่สร้างมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศและเข้าสู่ปอดผู้คนเพชรบูรณ์โดยเฉาะพื้นที่ห้วยใหญ่ บ้านโคก และเด็กเล็กในศูนย์ อบต.ที่ห่างจากโรงงานเพียง 500 เมตร ถึงแม้ว่าการเปิดหีบอ้อยจะใช้เวลา 5 เดือน แต่กระบวนการผลิตจะผลิตน้ำตาลตลอดทั้งปี นั้นหมายความว่าจะมีการปล่อยควันที่เป็นมลพิษตลาดทั้งปี ส่งผลเป็นสาเหตุปรากฏการณ์เรือนกระจก ส่วนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับรับการสูดดมเป็นเวลานาน จะลดประสิทธิภาพการทำงานของปอด โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น เกิดพิษเฉียบพลันและเรื้อรัง การระคายเคืองตา จมูก และคอ การแน่นหน้าอก การไอ เกิดอาการเจ็บปวดเมื่อหายใจ เพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เกิดความผิดปกติของประสาท ความดันโลหิตสูง ซึ่งทั้งหมดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเสียงดังที่จะเกิดขึ้นในการทำงานของเครื่องจักรกลด้วย
7. ปัญหาฝุ่นละอองและกลิ่นเหม็นจากกองชานอ้อยในโรงงานน้ำตาล การก่อสร้างโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อยู่ห่างจากชุมชนและศูนย์เด็กเล็กเพียง 500 เมตรเท่านั้น คงได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็นและฝุ่นละอองจากกองชานอ้อยโรงงานอย่างแน่นอน เกิดอาการระคายเคือง ไอ จาม รวมทั้งการป่วยด้วยโรคระบบ ทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นเช่นโรคภูมิแพ้ การสมผัสฝุ่นเป็นเวลานานจะมีผลต่อความรู้สึกรำคาญหงุดหงิด ของผู้สัมผัส
8. ปัญหาการจ้างงานของโรงงานน้ำตาลทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในเอกสารของโรงงานน้ำตาลการ์ เอกเซ็ลเล็นซ จำกัด ระบุส่งเสริมการรับพนักงานท้องถิ่น 70 เปอร์เซ็น ในกรณีการจ้างคนงานในโรงงานน้ำตาลมีพนักงานเก่าของโรงงานน้ำตาลอยู่แล้วจำนวนหนึ่งซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการควบคุมเครื่องจักร โรงงานน้ำตาลเองคงต้องใช้คนงานเก่าจากโรงงานเดิม ส่วนคนงานในพื้นที่รับเพิ่มจริงแต่ในช่วงเปิดหีบอ้อย 3-5 เท่านั้น หลังจากปิดหีบแล้วก็จะให้ออก การจ้างช่วงเปิดหีบเป็นการจ้างรายวัน ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีเบี้ยเลี้ยงเพิ่ม และถ้าเกิดอุบัติเหตุอันตรายในขณะปฏิบัติงานโรงงานไม่ได้รับผิดชอบหรือเยียวยาเพียงเล็กน้อย และไม่ได้พิจารณาบรรจุเป็นพนักงานประจำของโรงงาน ส่วนคนที่สามารถถูกบรรจุจ้างประจำคือ ตำแหน่งแม่บ้าน ยาม เพียงไม่กี่คน และลูกหลายในกลุ่มที่มีผลพลอยได้มีส่วนได้เสียจากโรงงานเท่านั้น
9. แหล่งกําเนิดน้ำเสียจากกระบวนการผลิต ภัยจากสารเคมี ไม่ได้มีเพียงแต่ในรูปของก๊าซพิษที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีในรูปการปล่อยสารเคมีในรูปของสารละลายลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ไม่สามารถนำน้ำนั้นมาใช้เพื่อการบริโภค อุปโภค ระบบนิเวศน์ของสัตว์น้ำถูกทำลาย รวมถึงการส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ทำให้ชาวบ้านระแวดนั้นได้รับความเดือดร้อนดังเช่นที่เป็นข่าวฟ้องร้องให้หน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบอยู่เป็นประจำ ในพื้นที่ตั้งของโรงงานน้ำตาลแห่งที่ 3 จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่เนินสูงและมีลำคลองไหนผ่านเพียงไม่กี่สายและจะไหลมารวมกับแม่น้ำป่าสักในตัวเมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งยังถือว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำของจังหวัดเพชรบูรณ์ แม้ว่าโรงงานมีมาตรการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงคลองก็ตาม
10. การใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ด้วยปัจจุบันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่และตำบลบ้านโคกบางส่วนได้ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค จากอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ ให้กรมชลประทานพิจารณาเก็บกักน้ำตอนบนของลำน้ำสาขาแม่น้ำป่าสักใว้ให้มาก เพื่อใช้ด้านการเกษตรและป้องกันบรรเทาอุกภัย เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีมากและให้พิจารณาจัดเก็บให้เหมาะสม กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริดังกล่าว โดยบรรจุงานก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ไว้ในแผนงานระยะเร่งด่วนของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำป่าสักตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค ของราษฎร ตลอดจนสัตว์เลี้ยงในฤดูแล้งสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในเขตตำบลห้วยใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 11,250 ไร่ช่วยบรรเทาอุทกภัยให้แก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตตำบลห้วยใหญ่และบริเวณริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรได้บริโภค , มีรายได้เสริมและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ไม่ใช่สร้างเพื่อโรงงานอุตสาหกรรม อ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่เป็นแหล่งน้ำเดียวของคนห้วยใหญ่ปัจจุบันยังไม่เพียงต่อการใช้น้ำด้วยซ้ำไป แต่พืชอ้อยใช้น้ำเยอะกว่าพืชชนิดอื่นเกษตรกรเกิดการแย่งน้ำเพื่อการเกษตรเหมือนพืชที่ทางโซนใต้ และโรงงานอาจใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำสำรองใช่จ่ายทางการเกษตรและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคซึ่งมีโอกาสเกิดสังคมแตกแยกขึ้นได้สูงในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ และพื้นที่ปลูกอ้อยในโซนเหนือทั้งหมดในอนาคต
11. ชาวบ้านบางส่วนมีความเชื่อว่าจะขายของได้ดีขึ้น ขายยาฆ่าขายแมลงขายปุ๋ยหรือเครื่องสูบท่อสูบน้ำในพื้นที่ได้ดีเนื่องจากมีเกษตรกรต้องใช้เป็นจำนวนมาก โรงงานน้ำตาลเป็นเกษตรพันธสัญญา นั้นหมายความว่าลงทุนให้ทุกอย่างตั้งแต่พันธ์อ้อย ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง การไถเตรียมที่ การขนส่ง เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวโรงงานจะหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดเหลือเพียงไม่กี่บาท เพราะฉะนั้น ร้านค้าขายปุ๋ย ขายยาฆ่าแมลง ขายเครื่องสูบน้ำ จะขายไม่ได้เลยต้องไปเอากับโรงงานน้ำตาลทั้งหมด ทำการเกษตรกรติดหนี้ผูกพันร้านค้าในพื้นที่ไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยแต่ได้รับมลพิษแทน

ประเด็นรณรงค์
จังหวัดเพชรบูรณ์ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ (ภาพในอนาคตอันพึงประสงค์ที่จะพัฒนาให้ไปถึง) ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ว่า เพชรบูรณ์: ดินแดนแห่งความสุข ของคนอยู่และผู้มาเยือน โดย “มุ่งส่งเสริมการเกษตรปลอดภัย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ใช้ศักยภาพทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นจุดเด่น พร้อมกับการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อให้ไปสู่การเป็นเมืองแห่งความสุขของคนอยู่และผู้มาเยือน”
จากการกำหนดวิสัยทัศน์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ นำไปสู่การพัฒนามาช้านาน ในแนวทางที่ควรจะเป็น ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์และสภาพทางด้านสังคมคนเพชรบูรณ์ จะเห็นได้ว่าไม่มีแผนยุทธศาสตร์หรือการกำหนดวิสัยทัศน์หรือการกำหนดการพัฒนาให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ในระยะยาว โดยเฉพาะพื้นที่โซนเหนือของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย อ.น้ำหนาว อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า อ.เขาค้อ อ.เมืองเพชรบูรณ์ และ อ.หนองไผ่ ซึ่งไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่เลย และถูกกำหนดจัดให้เป็นพื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่เกษตรปลอดภัย พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ซึ่งในแต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยว กว่า 2 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ นำมาซึ่งรายได้ของประชาชนชาวเพชรบูรณ์ในภาพรวมจำนวนมหาศาล
ในพื้นที่โซนใต้ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย อ.ศรีเทพ และ อ.บึงสามพัน ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ คือ โรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด (อ.ศรีเทพ) โรงงานน้ำตาลไทยอุตสาหกรรมน้ำตาล จำกัด (อ.บึงสามพัน) จำนวนการผลิตกว่าหมื่นตันต่อวันขึ้นไป ในช่วงระยะเวลาเปิดหีบ ตั้งแต่เดือนธันวาคม – เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในระยะเวลาดังกล่าวมีการขนส่งอ้อยหลายพันเที่ยวต่อวัน ในพื้นที่ 3 อำเภอ มีประชาชนปลูกอ้อยในพื้นที่ อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ.บึงสามพัน เกิดมลพิษทางอากาศ หิมะดำ อุบัติเหตุทางถนน ปัญหาเรื่องดินเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามในพื้นที่ดังกล่าวประชาชนในพื้นที่ มีการพัฒนาการปลูกและการเรียนรู้มาโดยตลอด ทำให้เกษตรกรในพื้นที่รู้จัก อ้อย กลไกราคา กลยุทธ์โรงงาน และมีเกษตรกรหลายรายติดหนี้ผูกพัน ไม่สามารถเลิกปลูกได้
ในพื้นที่เพชรบูรณ์โซนเหนือกำลังจะพบปัญหาต่างๆเช่นเดี่ยวกับพื้นที่โซนใต้ ซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อ อีกทั้งในพื้นที่โซนเหนือของเพชรบูรณ์เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร เป็นพื้นที่เกษตรปลอดภัย เป็นพื้นที่ควรต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สำคัญและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ไม่เหมาะสมต่อการมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหม่ เช่น โรงงานน้ำตาล ไม่เพียงส่งผลเสียต่อชุมชนโดยรอบในระยาวยาวเท่านั้น แต่พื้นที่โดยรอบยังมีการส่งเสริมการปลูกอ้อย เกิดการเผาอ้อยเพื่อตัดอ้อย มีรถบรรทุกอ้อยวิ่งบนท้องถนนทุกสายที่เชื่อมต่อกับโรงงาน้ำตาล ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อจังหวัดเพชรบูรณ์โซนเหนืออย่างแน่นอน อนึ่งเกษตรกรโซนเหนือไม่รู้จัก พืชอ้อย แม้แต่พันธุ์อ้อย วิธีการปลูกการดูแลอ้อย การเก็บผลผลิต การขนส่ง หรือกลวิธีของโรงงาน จึงไม่ทราบถึงผลกระทบที่กำลังจะตามมากลายเป็นหนี้ผูกพัน หรือเกษตรพันธสัญญา
จังหวัดเพชรบูรณ์มีโรงงานน้ำตาลถึง 2 แห่งแล้ว และกำลังจะมีแห่งที่ 3 ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ เพียง 14 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่โซนเหนือเพชรบูรณ์ ดังกล่าวไม่เคยปลูกอ้อยมาก่อน แต่เป็นการปลูกผักสดส่งตลาดมากที่สุดในประเทศ ปลูกยาสูบและมะขามหวาน ข้าวโพดเป็นหลัก บริษัท ซูการ์ เอกเซ็ลเล็นซ จำกัด ได้ยื่นเรื่องขอก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลทรายและโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ตำบลห้วยใหญ่ อ.เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมส่งเสริมการปลูกอ้อยในพื้นที่ทั้งหมด 14 เขต ในปี 2560 – 2563 อ.เมืองเพชรบูรณ์ อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า อ.น้ำหนาว อ.เขาค้อ อ.วังโป่ง อ.ชนแดน และ อ.หนองไผ่ ส่วนพื้นที่ อ.บึงสามพัน อ.วิเชียรบุรี และ อ.ศรีเทพ มีการเพาะปลูกอ้อยส่งโรงงานอยู่แล้วหลานสิบปี นั้นก็เท่ากับว่า เมื่อถึงฤดูกาลเปิดหีบอ้อย ช่วงเดือนธันวาคม – เมษายน จะมีรถบรรทุกอ้อยวิ่งขนอ้อยทุกเส้นทางในจังหวัดเพชรบูรณ ตั้งแต่โซนใต้ถึงโซนเหนือ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน ฝุ่นละออง หิมะดำ ที่ลอยมาตามลมทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์จะได้รับผลกระทบดังกล่าว ซึ่งถ้าเปรียบเทียบเกษตรกรที่ปลูกอ้อยกับประชาชนที่ไม่ปลูกอ้อย เกษตรกรที่ปลูกมีจำนวนน้อยกว่า แต่ผลกระทบได้รับกันทุกกลุ่มอาชีพทุกพื้นที่ ดังนั้นการส่งเสริมการปลูกอ้อยและการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลในพื้นที่เพชรบูรณ์โซนเหนือไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะได้รับผลกระทบดังนี้
1. การก่อสร้างโรงงานน้ำตาล บริษัท ซูการ์ เอกเซ็ลเล็นซ จำกัด สร้างในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากอยู่ห่างตัวเมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่บริหารราชการจังหวัดเพชรบูรณ์มีศาลากลางจังหวัด หน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย โรงเรียน และเป็นใจกลางพื้นที่เศรษฐกิจเพียง 14 กิโลเมตร ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และสร้างในพื้นที่ชุมชนห่างจากชุมชนไม่ถึง 500 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ใน 2 ตำบลคือ ตำบลห้วยใหญ่ และตำบลบ้านโคก ที่สำคัญห่างจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ ซึ่งมีศูนย์เด็กเล็ก กว่า 300 คน เพียง 500 เมตร ซึ่งได้รับผลกระทบ ในเรื่องของกลิ่น ควรไฟจากโรงงาน ถนนสาย 2275 หรือ เพชรบูรณ์น้ำเดื่อ หล่มสัก หล่มเก่า เชื่อมต่อน้ำหนาว เป็นถนนเส้นหลักแต่เล็กที่เข้าสู่โรงงานจะมีรถบรรทุกอ้อยวิ่ง 40 เที่ยว ต่อ ชั่วโมง เฉลี่ยวันละ 1,000 เที่ยวต่อวัน ทั้งวันทั้งคืนในช่วงเปิดหีบอ้อย ธันวาคม –เมษายน ของทุกปี
2. การเกิดอุบัติเหตุ บนท้องถนนเพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเพชรบูรณ์ประสบปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจากรถบรรทุกอ้อยในพื้นที่โซนใต้เป็นจำนวนมากและเป็นประจำทุกปี ในช่วงการเปิดหีบอ้อยเดือนธันวาคม – เมษายน เป็นช่วงฤดูกาลของการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจำนวนกว่า 2 ล้านคน มากกว่าจำนวนประชากรรวมของจังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องมาพบเจอการจราจรที่มีรถบรรทุกอ้อยตั้งแต่โซนเหนือสุดไปถึงใต้สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีหิมะดำลอยตามลมทั่วจังหวัดเพชรบูรณ์
3. หิมะดำ จากการเผาไร่อ้อยในช่วงฤดูเปิดหีบอ้อย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนต่อชาวบ้าน และชุมชน เนื่องจากเขม่าควัน ปลิวมาตกในตลาดรวมทั้งวัด โรงเรียน และบ้านเรือนประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่กำลังตากแห้ง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากตัดอ้อย เพื่อส่งโรงงานผลิตน้ำตาล ที่อยู่ในพื้นที่ เกษตรกรจึงต้องเร่งรีบตัดอ้อยส่งเข้าโรงงาน ซึ่งเกษตรกรบางส่วนมักจะใช้วิธีการเผาต้นอ้อย เพื่อง่ายต่อการเข้าตัด ส่วนใหญ่ก็จะจุดไฟเผาป่าอ้อยในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้เกษตรกรบางรายที่ตัดอ้อยแล้ว จะเผาเศษวัสดุของอ้อยเพื่อจะเพาะปลูกใหม่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ และอำเภอใกล้เคียง ต่างได้รับผลกระทบจากกลิ่นควัน และเศษซากเขม่าจากการเผาไร่อ้อย เกิดเป็นขี้เถ้าเขม่าปลิวว่อน คล้ายหิมะดำตก ซึ่งจะล่องลอยไปในอากาศไกลกว่า 3 กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
4. แรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่เมืองเพชรบูรณ์ เป็นจำนวนมากขึ้น การตัดอ้อยเพื่อส่งต่อไปยังโรงงานยังต้องใช้กำลังคน เนื่องจากใช้เครื่องจักรกลต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น กำลังคนที่พูดถึงคือแรงงานต่างด้าวมีกระบวนการสรรหาทั้งถูกต้องตาม กฎหมายและผิดกฎหมาย และเกิดประชากรแฝงที่ภารรัฐต้องมีงบประมาณส่วนหนึ่งในการดูแลบุคคลเหล่านี้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่รับการดูแลอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่จะสูงขึ้น เนื่องจากมีแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้น ในพื้นที่สร้างปัญหา อาทิเช่น การเมาสุราเกิดการทะเลาะวิวาทด้วยกันเอง หรือคนไทยคนในพื้นที่ เกิดการปัญหายาเสพติดในพื้นที่มากขึ้น เกิดปัญหาแหล่งชุมชนแออัดในพื้นที่เกิดปัญหาขโมยขึ้นบ้านเรือนของประชาชน และปัญหาการปล้นจี้ชิงทรัพย์ในพื้นที่มากขึ้น เนื่องจากคนงานต่างด้าวไม่เข้าใจกฎหมายหรือทำเนียบปฏิบัติของคนไทย
5. ดินเสื่อมสภาพ เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์โซนเหนือไม่ได้ทำการเกษตรปลูกอ้อย จึงมีสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งต้นน้ำทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรในพื้นที่โซนเหนือปลูกยาสูบมาตั้งแต่อดีตและเป็นพืชทางการเกษตรที่มีรายได้มั่นคง ปลูกข้าวโพด ใน 1 ปีปลูกข้าวโพดได้ถึง 3 ครั้ง นั้นคือเกษตรกรได้รับรายรับได้จากการขายข้าวโพดถึง 3 ครั้งต่อปี สามารถประเมินการลงทุนในแต่ละครั้งได้ด้วยตนเองได้เพราะมีประสบการณ์ และปลูกถั่วสลับถ้าราคาไม่ดี แต่ถ้าปลูกอ้อย 1 ปี ขายได้ 1 ครั้งเท่านั้นโดยไม่สามรถประเมินได้เลย กรณีการปลูกอ้อยในพื้นที่โซนใต้ของเพชรบูรณ์เริ่มมีสภาพเดินเสื่อมโสม เนื่องจากต้องใส่ยาและปุ๋ยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะยาฆ่าแมลงมีรัศมีความกว้างถึง 100 - 150 เมตร ลงดินถึง 50 เมตร ทำหลายปีติดต่อกันทำให้ดินเสื่อมสภาพ ส่วนกรณีพื้นที่ข้างไร้อ้อยปลูกพืชชนิดอื่นก็จะโดนยาฆ่าแมลงจากไร่อ้อยไปด้วยทำให้พืชต่างๆโดยรอบตาย เกิดปัญหาสังคมแตกแยกทะเลาะวิวาทระหว่างชาวไร่ด้วยกันเอง โดยโรงงานไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหรือมีมาตรการดูแล ปล่อยให้เกษตรกรและผู้นำท้องถิ่นดำเนินการเอง ปัจจุบัน อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี และบึงสามพัน มีรถระเบิดหน้าดินเพื่อทำการปลูกอ้อยเนื่องจากดินเสื่อมสภาพไม่สามารถใช้รถไถตามปกติได้ทำให้ต้นทุนของเกษตรกรสูงขึ้นไร่ 5,000 บาท ต้องไปกู้เงินกับโรงงานหรือเจ้าของโควตาอ้อยทำให้เกษตรกรมีหนี้สินเพิ่มเติม นอกจากการกู้มาลงทุนก่อนหน้านี้อีกด้วย หลังจากส่งอ้อยขายให้โรงงานจะทำการหักหนีสิ้นเกษตรกรบางรายมีเงินเหลือไม่เท่าไรจาก 1ปี ที่ปลูกอ้อย และในอนาคตดินในพื้นที่ดังกล่าวเสื่อมสภาพหมดแล้วไม่สามารถปลูกอ้อยส่งโรงงานได้ โรงงานจะย้ายไปที่อื่น ทิ่งที่ดินที่ไม่สามารถปลูกอะไรได้เลยให้เกษตรทำกินต่อไป และทำการฟื้นฟูมากว่า 10 ปี
6. โรงงานน้ำตาลจะผลิตและปล่อยควัน ที่สร้างมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศและเข้าสู่ปอดผู้คนเพชรบูรณ์โดยเฉาะพื้นที่ห้วยใหญ่ บ้านโคก และเด็กเล็กในศูนย์ อบต.ที่ห่างจากโรงงานเพียง 500 เมตร ถึงแม้ว่าการเปิดหีบอ้อยจะใช้เวลา 5 เดือน แต่กระบวนการผลิตจะผลิตน้ำตาลตลอดทั้งปี นั้นหมายความว่าจะมีการปล่อยควันที่เป็นมลพิษตลาดทั้งปี ส่งผลเป็นสาเหตุปรากฏการณ์เรือนกระจก ส่วนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับรับการสูดดมเป็นเวลานาน จะลดประสิทธิภาพการทำงานของปอด โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น เกิดพิษเฉียบพลันและเรื้อรัง การระคายเคืองตา จมูก และคอ การแน่นหน้าอก การไอ เกิดอาการเจ็บปวดเมื่อหายใจ เพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เกิดความผิดปกติของประสาท ความดันโลหิตสูง ซึ่งทั้งหมดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเสียงดังที่จะเกิดขึ้นในการทำงานของเครื่องจักรกลด้วย
7. ปัญหาฝุ่นละอองและกลิ่นเหม็นจากกองชานอ้อยในโรงงานน้ำตาล การก่อสร้างโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อยู่ห่างจากชุมชนและศูนย์เด็กเล็กเพียง 500 เมตรเท่านั้น คงได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็นและฝุ่นละอองจากกองชานอ้อยโรงงานอย่างแน่นอน เกิดอาการระคายเคือง ไอ จาม รวมทั้งการป่วยด้วยโรคระบบ ทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นเช่นโรคภูมิแพ้ การสมผัสฝุ่นเป็นเวลานานจะมีผลต่อความรู้สึกรำคาญหงุดหงิด ของผู้สัมผัส
8. ปัญหาการจ้างงานของโรงงานน้ำตาลทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในเอกสารของโรงงานน้ำตาลการ์ เอกเซ็ลเล็นซ จำกัด ระบุส่งเสริมการรับพนักงานท้องถิ่น 70 เปอร์เซ็น ในกรณีการจ้างคนงานในโรงงานน้ำตาลมีพนักงานเก่าของโรงงานน้ำตาลอยู่แล้วจำนวนหนึ่งซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการควบคุมเครื่องจักร โรงงานน้ำตาลเองคงต้องใช้คนงานเก่าจากโรงงานเดิม ส่วนคนงานในพื้นที่รับเพิ่มจริงแต่ในช่วงเปิดหีบอ้อย 3-5 เท่านั้น หลังจากปิดหีบแล้วก็จะให้ออก การจ้างช่วงเปิดหีบเป็นการจ้างรายวัน ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีเบี้ยเลี้ยงเพิ่ม และถ้าเกิดอุบัติเหตุอันตรายในขณะปฏิบัติงานโรงงานไม่ได้รับผิดชอบหรือเยียวยาเพียงเล็กน้อย และไม่ได้พิจารณาบรรจุเป็นพนักงานประจำของโรงงาน ส่วนคนที่สามารถถูกบรรจุจ้างประจำคือ ตำแหน่งแม่บ้าน ยาม เพียงไม่กี่คน และลูกหลายในกลุ่มที่มีผลพลอยได้มีส่วนได้เสียจากโรงงานเท่านั้น
9. แหล่งกําเนิดน้ำเสียจากกระบวนการผลิต ภัยจากสารเคมี ไม่ได้มีเพียงแต่ในรูปของก๊าซพิษที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีในรูปการปล่อยสารเคมีในรูปของสารละลายลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ไม่สามารถนำน้ำนั้นมาใช้เพื่อการบริโภค อุปโภค ระบบนิเวศน์ของสัตว์น้ำถูกทำลาย รวมถึงการส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ทำให้ชาวบ้านระแวดนั้นได้รับความเดือดร้อนดังเช่นที่เป็นข่าวฟ้องร้องให้หน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบอยู่เป็นประจำ ในพื้นที่ตั้งของโรงงานน้ำตาลแห่งที่ 3 จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่เนินสูงและมีลำคลองไหนผ่านเพียงไม่กี่สายและจะไหลมารวมกับแม่น้ำป่าสักในตัวเมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งยังถือว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำของจังหวัดเพชรบูรณ์ แม้ว่าโรงงานมีมาตรการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงคลองก็ตาม
10. การใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ด้วยปัจจุบันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่และตำบลบ้านโคกบางส่วนได้ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค จากอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ ให้กรมชลประทานพิจารณาเก็บกักน้ำตอนบนของลำน้ำสาขาแม่น้ำป่าสักใว้ให้มาก เพื่อใช้ด้านการเกษตรและป้องกันบรรเทาอุกภัย เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีมากและให้พิจารณาจัดเก็บให้เหมาะสม กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริดังกล่าว โดยบรรจุงานก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ไว้ในแผนงานระยะเร่งด่วนของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำป่าสักตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค ของราษฎร ตลอดจนสัตว์เลี้ยงในฤดูแล้งสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในเขตตำบลห้วยใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 11,250 ไร่ช่วยบรรเทาอุทกภัยให้แก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตตำบลห้วยใหญ่และบริเวณริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรได้บริโภค , มีรายได้เสริมและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ไม่ใช่สร้างเพื่อโรงงานอุตสาหกรรม อ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่เป็นแหล่งน้ำเดียวของคนห้วยใหญ่ปัจจุบันยังไม่เพียงต่อการใช้น้ำด้วยซ้ำไป แต่พืชอ้อยใช้น้ำเยอะกว่าพืชชนิดอื่นเกษตรกรเกิดการแย่งน้ำเพื่อการเกษตรเหมือนพืชที่ทางโซนใต้ และโรงงานอาจใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำสำรองใช่จ่ายทางการเกษตรและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคซึ่งมีโอกาสเกิดสังคมแตกแยกขึ้นได้สูงในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ และพื้นที่ปลูกอ้อยในโซนเหนือทั้งหมดในอนาคต
11. ชาวบ้านบางส่วนมีความเชื่อว่าจะขายของได้ดีขึ้น ขายยาฆ่าขายแมลงขายปุ๋ยหรือเครื่องสูบท่อสูบน้ำในพื้นที่ได้ดีเนื่องจากมีเกษตรกรต้องใช้เป็นจำนวนมาก โรงงานน้ำตาลเป็นเกษตรพันธสัญญา นั้นหมายความว่าลงทุนให้ทุกอย่างตั้งแต่พันธ์อ้อย ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง การไถเตรียมที่ การขนส่ง เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวโรงงานจะหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดเหลือเพียงไม่กี่บาท เพราะฉะนั้น ร้านค้าขายปุ๋ย ขายยาฆ่าแมลง ขายเครื่องสูบน้ำ จะขายไม่ได้เลยต้องไปเอากับโรงงานน้ำตาลทั้งหมด ทำการเกษตรกรติดหนี้ผูกพันร้านค้าในพื้นที่ไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยแต่ได้รับมลพิษแทน

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 14 ธันวาคม ค.ศ. 2017 แล้ว