

ต้องเปลี่ยนรถเมล์ทุกคันเป็นแบบชานต่ำสำหรับวีลแชร์ เปลี่ยนทันที!! เปลี่ยนเดี๋ยวนี้!!


ต้องเปลี่ยนรถเมล์ทุกคันเป็นแบบชานต่ำสำหรับวีลแชร์ เปลี่ยนทันที!! เปลี่ยนเดี๋ยวนี้!!
ประเด็นรณรงค์
รถเมล์มี 2 แบบ คือ
รถเมล์ชานสูง ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน อยากให้ทุกท่านลองนึกภาพรถเมล์บ้านเรา ที่มีบันไดสูง แคบ แถมยังมีเสากั้นอีก
และ รถเมล์ชานต่ำ เป็นรถเมล์ที่ไม่มีบันไดตรงทางขึ้น เมื่อจอดเทียบกับฟุตบาทจะมีความกว้างและสูงพอดีสำหรับผู้โดยสารก้าวขาขึ้นได้โดยง่าย สะดวกและปลอดภัยสำหรับทุกคน นอกจากนี้ยังมีทางลาดให้คนใช้รถวีลแชร์ขึ้นได้ด้วย
ทุกวันนี้สังคมเห็นคนพิการออกมาใช้ชีวิตน้อยมาก ไม่ใช่เพราะมีคนพิการน้อย แต่คนพิการทางกายและการเคลื่อนไหวในกรุงเทพมหานคร ราว 32,815 คน (ตัวเลขผู้พิการที่ขึ้นทะเบียน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ วันที่ 1ก.ย. 60) ไม่สามารถขึ้นรถเมล์ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้รถวีลแชร์ เกิดความเสียเปรียบมากและเข้าไม่ถึงโอกาส เช่น การศึกษา การทำงานและการมีส่วนร่วมในสังคม เมื่อไม่สามารถใช้รถเมล์ได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาทางเลือกอื่นในการเดินทางเช่นแท็กซี่ ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง
จาก “รายงานวิจัยการศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนพิการอันเกิดจากการออกแบบระบบขนส่งที่ไม่ครอบคลุมหรือใช้งานได้จริงตามเงื่อนไขสภาพสังคม” โดยมหาวิทยาลัยรังสิต คนพิการมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงกว่าคนทั่วไปมากกว่า 2 เท่า คือตกเดือนละเกือบ 10,000 บาท ขณะที่คนทั่วไปจ่ายไม่ถึง 5,000 บาท
กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับระบบขนส่งสาธารณะและสนับสนุนการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านบริการขนส่งสาธารณะ เป็นภารกิจในการให้บริการเชิงสังคมเพื่อเป็นปัจจัยพื้นฐานในการเดินทางสำหรับประชาชนทุกระดับอย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและมีความปลอดภัย โดยคำนึงถึงการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ของคนพิการและผู้สูงอายุในสังคม แม้ว่าจะมีกฎหมายและนโยบายที่กล่าวถึงความเสมอภาคและความเท่าเทียม แต่ยังคงมีอุปสรรคหลายอย่างในการปฏิบัติตามให้สอดคล้องกัน ทำให้คนพิการและผู้สูงอายุไม่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งที่มีอยู่ได้อย่างแท้จริง
ทำไมต้องรถเมล์ชานต่ำ ?
คนพิการสามารถขึ้นรถเมล์ชานต่ำได้เองโดยใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น หากเป็นรถเมล์ชานสูงจะต้องติดตั้งไฮโดรลิคลิฟต์ ซึ่งใช้เวลาเกือบ 3 นาทีในการขึ้นหรือลง ถือว่านานเกินไปสำหรับการเดินทางในเมืองที่มีการจราจรติดขัดและวิถีชีวิตที่เร่งรีบ คนพิการหรือผู้ที่ต้องการใช้ทางลาด เช่น คนสูงอายุ พ่อแม่ที่ใช้รถเข็นเด็ก ผู้ที่มีสัมภาระ อาจตกเป็นจำเลยสังคมได้
งานวิจัย APTA Streetcar Subcommittee 2013 ได้กล่าวเอาไว้ว่า ประเทศในสหภาพยุโรปนั้น ใช้รถเมล์ชานต่ำมาเป็นเวลากว่า 30 ปีมาแล้ว ในขณะที่ญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือก็ใช้รถดังกล่าวมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบปี ส่วนประเทศ อย่าง อินเดียหรือประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านเราก็มีรถชานต่ำบริการแล้วเช่นกัน
รถเมล์ชานต่ำเป็นรถเมล์ที่ผู้โดยสารทุก ๆ กลุ่มสามารถใช้บริการได้อย่าง่ายดาย สะดวกปลอดภัย ไม่ใช่แค่เฉพาะคนพิการเท่านั้น แต่หมายถึงผู้สูงอายุที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นด้วย
จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมบังคับใช้รถเมล์ชานต่ำ
โดยรถเมล์ใหม่ต้องเป็นชานต่ำทุกคัน เปลี่ยนทันที!! เปลี่ยนเดี๋ยวนี้!!
เพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน
ประเด็นรณรงค์
รถเมล์มี 2 แบบ คือ
รถเมล์ชานสูง ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน อยากให้ทุกท่านลองนึกภาพรถเมล์บ้านเรา ที่มีบันไดสูง แคบ แถมยังมีเสากั้นอีก
และ รถเมล์ชานต่ำ เป็นรถเมล์ที่ไม่มีบันไดตรงทางขึ้น เมื่อจอดเทียบกับฟุตบาทจะมีความกว้างและสูงพอดีสำหรับผู้โดยสารก้าวขาขึ้นได้โดยง่าย สะดวกและปลอดภัยสำหรับทุกคน นอกจากนี้ยังมีทางลาดให้คนใช้รถวีลแชร์ขึ้นได้ด้วย
ทุกวันนี้สังคมเห็นคนพิการออกมาใช้ชีวิตน้อยมาก ไม่ใช่เพราะมีคนพิการน้อย แต่คนพิการทางกายและการเคลื่อนไหวในกรุงเทพมหานคร ราว 32,815 คน (ตัวเลขผู้พิการที่ขึ้นทะเบียน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ วันที่ 1ก.ย. 60) ไม่สามารถขึ้นรถเมล์ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้รถวีลแชร์ เกิดความเสียเปรียบมากและเข้าไม่ถึงโอกาส เช่น การศึกษา การทำงานและการมีส่วนร่วมในสังคม เมื่อไม่สามารถใช้รถเมล์ได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาทางเลือกอื่นในการเดินทางเช่นแท็กซี่ ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง
จาก “รายงานวิจัยการศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนพิการอันเกิดจากการออกแบบระบบขนส่งที่ไม่ครอบคลุมหรือใช้งานได้จริงตามเงื่อนไขสภาพสังคม” โดยมหาวิทยาลัยรังสิต คนพิการมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงกว่าคนทั่วไปมากกว่า 2 เท่า คือตกเดือนละเกือบ 10,000 บาท ขณะที่คนทั่วไปจ่ายไม่ถึง 5,000 บาท
กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับระบบขนส่งสาธารณะและสนับสนุนการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านบริการขนส่งสาธารณะ เป็นภารกิจในการให้บริการเชิงสังคมเพื่อเป็นปัจจัยพื้นฐานในการเดินทางสำหรับประชาชนทุกระดับอย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและมีความปลอดภัย โดยคำนึงถึงการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ของคนพิการและผู้สูงอายุในสังคม แม้ว่าจะมีกฎหมายและนโยบายที่กล่าวถึงความเสมอภาคและความเท่าเทียม แต่ยังคงมีอุปสรรคหลายอย่างในการปฏิบัติตามให้สอดคล้องกัน ทำให้คนพิการและผู้สูงอายุไม่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งที่มีอยู่ได้อย่างแท้จริง
ทำไมต้องรถเมล์ชานต่ำ ?
คนพิการสามารถขึ้นรถเมล์ชานต่ำได้เองโดยใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น หากเป็นรถเมล์ชานสูงจะต้องติดตั้งไฮโดรลิคลิฟต์ ซึ่งใช้เวลาเกือบ 3 นาทีในการขึ้นหรือลง ถือว่านานเกินไปสำหรับการเดินทางในเมืองที่มีการจราจรติดขัดและวิถีชีวิตที่เร่งรีบ คนพิการหรือผู้ที่ต้องการใช้ทางลาด เช่น คนสูงอายุ พ่อแม่ที่ใช้รถเข็นเด็ก ผู้ที่มีสัมภาระ อาจตกเป็นจำเลยสังคมได้
งานวิจัย APTA Streetcar Subcommittee 2013 ได้กล่าวเอาไว้ว่า ประเทศในสหภาพยุโรปนั้น ใช้รถเมล์ชานต่ำมาเป็นเวลากว่า 30 ปีมาแล้ว ในขณะที่ญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือก็ใช้รถดังกล่าวมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบปี ส่วนประเทศ อย่าง อินเดียหรือประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านเราก็มีรถชานต่ำบริการแล้วเช่นกัน
รถเมล์ชานต่ำเป็นรถเมล์ที่ผู้โดยสารทุก ๆ กลุ่มสามารถใช้บริการได้อย่าง่ายดาย สะดวกปลอดภัย ไม่ใช่แค่เฉพาะคนพิการเท่านั้น แต่หมายถึงผู้สูงอายุที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นด้วย
จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมบังคับใช้รถเมล์ชานต่ำ
โดยรถเมล์ใหม่ต้องเป็นชานต่ำทุกคัน เปลี่ยนทันที!! เปลี่ยนเดี๋ยวนี้!!
เพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน
ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 แล้ว