ละเว้น การควบคุม 3D Printer ระดับที่ใช้ในบ้าน (จาก พรบ.ควบคุม 3D Printer ที่กำลังจะออก)

ประเด็นรณรงค์

ในปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ ได้แสดงศักยภาพในการที่จะสร้างผลิตภัณฑ์นานับประการ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก เราสามารถ Download ไฟล์แบบงาน แล้วพิมพ์อันออกมาได้อย่างง่ายดายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  (http://www.thingiverse.com/  มันเป็นเครื่องมือที่สำคัญของนักประดิษฐ์ทั่วโลกที่กำลังแข่งขัน และ ย่นระยะเวลาในการที่จะพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ช่วยให้ประเทศสามารถที่พัฒนาเป็นเศรษฐกิจนวัตกรรม (Innovative Economy) ตามที่รัฐบาลมุ่งหวัง

ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก รวมทั้ง จีน และ สิงค์โปร์ กำลังสนับสนุนการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ ส่งเสริมให้มีการนำไปใช้ในการเรียนการสอนหลายระดับ ตั้งแต่ระดับประถม

แต่ก็มีข่าวว่า รัฐบาลไทยกลัวว่า ประชาชนจะใช้มันมาก่ออาชญกรรรม จึงกำลังจะออก พรบ. ควบคุมเครื่องพิมพ์สามมิติ ตาม 

https://www.facebook.com/thainetizen/photos/a.10150109699603130.289409.116319678129/10153985246593130/?type=3&theater

ผลเสียของ พรบ. นี้อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อความสามารถในการแข่งขันของเยาวชนของประเทศชาติในอนาคตอย่างร้ายแรง ดังนี้

1) ความสามารถในการเข้าถึง เทคโนโลยี 3D Printer ของเยาวชนจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากราคาที่ไม่ได้สะท้อนกลไกตลาดอย่างแท้จริง และ ข้อจำกัดที่ต้องรายงานการนำเข้า การครอบครอง และการจำหน่ายจ่ายโอนเครื่องพิมพ์สามมิติต่อกรมการค้าต่างประเทศ คงหาเยาวชนที่สามารถไปลงทะเบียนการครอบครองเครื่อง 3D Printer ที่กรมการค้าต่างประเทศได้ยาก

2) ความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนของปืนพลาสติกที่จะใช้งานได้จริงยังเป็นที่ถกเถียง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ทำได้ง่าย และ มีประสิทธิภาพมากกว่า แถมไม่ได้ถูกควบคุมจากทางการ เช่น ปืนปากกา ที่ ผลิตจากเครื่องจักรพื้นฐาน เครื่องกลึง และ CNC โดยสิ่งที่ได้ก็มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำ และ ราคาถูกกว่า 3D Printer

3) แม้ว่าเครื่องจักรพื้นฐานทั่วไป และ เครื่อง 3D Printer อาจจะถูกใช้ในทางที่ผิด แต่มันจะไม่สามารถทำหน้าที่เป็น "ปืน" ได้หากขาดกระสุน  รัฐจึงควรให้ความสำคัญกับการควบคุมกระสุนปืนมากกว่า ที่จะออกกฎหมายที่เป็นเสมือนการขี่ช้างจับต๊กแตนเช่นนี้ แล้วยังจับตั๊กแตนผิดตัวอีกต่างหาก

4) การออก พรบ. เช่นนี้ ทำให้ผู้ปกครองของเยาวชน ครูในโรงเรียนต่างๆ จะทบทวนและยับยั้งการนำ 3D Printer มาใช้ในการเรียนการสอน ด้วยความที่เชื่อว่ามันอาจจะทำปืนได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่่คลาดเคลื่อน และ ก็จะมีเยาวชนจำนวนมากที่จะเสียโอกาส ในการใช้ เพื่อพัฒนา ศักยภาพ และ จินตนาการ เพียงเพราะความไม่เข้าใจของหน่วยงานราชการ

 

สุดท้ายรัฐบาลก็จะพบว่า อาชกรรมไม่ได้ลดลงเลย แต่ที่ลดลงคือ ศักยภาพในการแข่งขันของเยาวชนในประเทศ แล้ว เราจะไปแข่งขันกับชาวโลกได้อย่างไร

avatar of the starter
วิวัฒน์ อรุณเรืองศิริเลิศผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 86 คน

ประเด็นรณรงค์

ในปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ ได้แสดงศักยภาพในการที่จะสร้างผลิตภัณฑ์นานับประการ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก เราสามารถ Download ไฟล์แบบงาน แล้วพิมพ์อันออกมาได้อย่างง่ายดายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  (http://www.thingiverse.com/  มันเป็นเครื่องมือที่สำคัญของนักประดิษฐ์ทั่วโลกที่กำลังแข่งขัน และ ย่นระยะเวลาในการที่จะพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ช่วยให้ประเทศสามารถที่พัฒนาเป็นเศรษฐกิจนวัตกรรม (Innovative Economy) ตามที่รัฐบาลมุ่งหวัง

ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก รวมทั้ง จีน และ สิงค์โปร์ กำลังสนับสนุนการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ ส่งเสริมให้มีการนำไปใช้ในการเรียนการสอนหลายระดับ ตั้งแต่ระดับประถม

แต่ก็มีข่าวว่า รัฐบาลไทยกลัวว่า ประชาชนจะใช้มันมาก่ออาชญกรรรม จึงกำลังจะออก พรบ. ควบคุมเครื่องพิมพ์สามมิติ ตาม 

https://www.facebook.com/thainetizen/photos/a.10150109699603130.289409.116319678129/10153985246593130/?type=3&theater

ผลเสียของ พรบ. นี้อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อความสามารถในการแข่งขันของเยาวชนของประเทศชาติในอนาคตอย่างร้ายแรง ดังนี้

1) ความสามารถในการเข้าถึง เทคโนโลยี 3D Printer ของเยาวชนจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากราคาที่ไม่ได้สะท้อนกลไกตลาดอย่างแท้จริง และ ข้อจำกัดที่ต้องรายงานการนำเข้า การครอบครอง และการจำหน่ายจ่ายโอนเครื่องพิมพ์สามมิติต่อกรมการค้าต่างประเทศ คงหาเยาวชนที่สามารถไปลงทะเบียนการครอบครองเครื่อง 3D Printer ที่กรมการค้าต่างประเทศได้ยาก

2) ความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนของปืนพลาสติกที่จะใช้งานได้จริงยังเป็นที่ถกเถียง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ทำได้ง่าย และ มีประสิทธิภาพมากกว่า แถมไม่ได้ถูกควบคุมจากทางการ เช่น ปืนปากกา ที่ ผลิตจากเครื่องจักรพื้นฐาน เครื่องกลึง และ CNC โดยสิ่งที่ได้ก็มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำ และ ราคาถูกกว่า 3D Printer

3) แม้ว่าเครื่องจักรพื้นฐานทั่วไป และ เครื่อง 3D Printer อาจจะถูกใช้ในทางที่ผิด แต่มันจะไม่สามารถทำหน้าที่เป็น "ปืน" ได้หากขาดกระสุน  รัฐจึงควรให้ความสำคัญกับการควบคุมกระสุนปืนมากกว่า ที่จะออกกฎหมายที่เป็นเสมือนการขี่ช้างจับต๊กแตนเช่นนี้ แล้วยังจับตั๊กแตนผิดตัวอีกต่างหาก

4) การออก พรบ. เช่นนี้ ทำให้ผู้ปกครองของเยาวชน ครูในโรงเรียนต่างๆ จะทบทวนและยับยั้งการนำ 3D Printer มาใช้ในการเรียนการสอน ด้วยความที่เชื่อว่ามันอาจจะทำปืนได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่่คลาดเคลื่อน และ ก็จะมีเยาวชนจำนวนมากที่จะเสียโอกาส ในการใช้ เพื่อพัฒนา ศักยภาพ และ จินตนาการ เพียงเพราะความไม่เข้าใจของหน่วยงานราชการ

 

สุดท้ายรัฐบาลก็จะพบว่า อาชกรรมไม่ได้ลดลงเลย แต่ที่ลดลงคือ ศักยภาพในการแข่งขันของเยาวชนในประเทศ แล้ว เราจะไปแข่งขันกับชาวโลกได้อย่างไร

avatar of the starter
วิวัฒน์ อรุณเรืองศิริเลิศผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

การค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
การค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 3 มีนาคม ค.ศ. 2016 แล้ว